หน้าแรก > การเมือง > ข่าวการเมือง   
  [ ฉบับที่ 1275 ประจำวันที่ 15-2-2012  ถึง 17-2-2012 ]

อ้างสัญญาต้องรื้อทิ้งหาก ร.ฟ.ท.เบี้ยวชำระ กทม.เคาะสินทรัพย์ตลาดจตุจักรกว่า 300 ล.

   + อันดับข่าวอ่านมากที่สุดนี้
หุ้นไทยคลายกังวลอเมริกาลดงบฯ ...
ท้องถิ่นเฮ!ปรับเงินเดือนใหม่ ป.ตรีให้ 1.3 หมื่น/ขยับซี ...
ส.อ.ท.ร้าวลึกประกาศไม่เผาผี "ธนิต" เอาคืนฟ้องกลับ "พยุ...
ผู้ว่าฯ "ไร้รอยต่อ" !?!...
โค้กเถลิงเจ้าบัลลังก์ "น้ำดำ" สบช่องคู่แข่งอ่อนแรง/กวาด...
"แอร์เบอร์5" ร้อนรับไฟวกฤติ "รุ่นประหยัด-ราคาถูก" เปิดศ...
ดึง4ยอดมวยไทยร่วมศึกมาราธอน-“สมรักษ์”เดิมพัน”เจริญทอง”1...
 
 
จนถึงขณะนี้เรื่องราวของตลาดนัดจตุจักรแหล่งผลประโยชน์ที่นักการเมืองและใครต่อใครต่างหมายปอง แม้จะถูก การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เข้ากระชับพื้นที่พร้อมกับยึดไปเป็นที่เรียบร้อย แต่ดูเหมือนว่าเรื่องราวแห่งปัญหายังจะคงดำรงให้เห็นอยู่เป็นระลอกๆ พร้อมๆ กับกระแสแห่งการเคลื่อนไหวที่มีอยู่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะทิศทางในการดำเนินงานเพื่อสร้างรายได้เข้าสู่ตลาดนัดแห่งนี้ ซึ่งหลายฝ่ายมองว่านี่คือโฉมหน้าใหม่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้สำหรับตลาดนัดจตุจักรแห่งนี้ ซึ่งจะได้กล่าวในรายละเอียดกันต่อไป

ล่าสุดที่ยังเป็นปัญหาอยู่ ณ ขณะนี้เห็นจะเป็นกรณีของทรัพย์สินและอาคารที่อยู่ภายในตลาดนัดฯ ซึ่งอยู่ในระหว่างการหาข้อยุติระหว่างร.ฟ.ท.กับกทม. โดย นายอรุณ ศรีจรูญ ผู้อำนวยการตลาดนัดกทม. กล่าวว่าผลการประเมินทรัพย์สิน ของกทม.คาดว่ามีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาท ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการยื่น เรื่องให้คณะกรรมการประเมินราคาทรัพย์สินภายในตลาดนัดสวนจตุจักรพิจารณาทั้งนี้กองอำนวยการตลาดนัดกทม. ยืนยันว่า กทม. และการ รถไฟฯจะต้องพูดคุยกัน ซึ่งการเข้ามาครอบ ครองทรัพย์สินของกทม.นั้น หาก ร.ฟ.ท.ไม่มีความพร้อมด้านเงินทุนอาจเจรจาให้มีการ เช่าช่วง หรือผ่อนชำระทรัพย์สินภายในตลาด นัดได้ แต่หากทาง ร.ฟ.ท. ยืนยันที่จะไม่ชำระ ค่าทรัพย์สิน กทม.เองก็คงไม่มีทางเลือก จะต้องทำตามข้อสัญญาที่ทำขึ้นต่อไป

“หากรถไฟไม่ตอบตกลงชำระทรัพย์ สินของ กทม. เราก็มีความจำเป็นต้องรื้อทรัพย์สิน ได้แก่ อาคารกองอำนวยการ แผง ค้า ถนนทางเดิน อาคารร้านค้า ระบบสาธารณูปโภคต่างๆ รวมทั้งหอนาฬิกา ภาย ในสวนจตุจักรทั้งหมดทิ้งเพราะเป็นการก่อ สร้างโดยงบประมาณของกองอำนวยการตลาดนัดฯ ที่ กทม.ลงทุนเพื่อให้บริการตลาด เพื่อส่งมอบที่ดินเปล่า ตามสัญญาที่ ร.ฟ.ท. กับ กทม.ได้ทำไว้ร่วมกัน”

อย่างไรก็ตาม กทม. จำเป็นต้องทำ ความเข้าใจกับผู้ค้าในเรื่องดังกล่าวหากมีการรื้อแผงค้าจริง เพราะกทม.จะต้องปฏิบัติ ตามสัญญาที่ทำขึ้นกับ ร.ฟ.ท. และ ร.ฟ.ท. จะต้องมีส่วนรับผิดชอบแผงค้าที่เสียหายจากการรื้อถอนด้วย กรณีที่มีการรื้อถอนแผงค้า และทรัพย์สินจริง การรถไฟฯจะต้องมีส่วนรับผิดชอบด้วย เนื่องจากที่ผ่าน มาตั้งแต่การรถไฟฯทวงคืนพื้นที่ตลาดนัดไป บริหารเองแล้ว ยังไม่ได้ลงทุนงบประมาณ อะไรเลย หากการรถไฟฯจะเข้ามาชุบมือเปิบ กทม.คงจะยอมไม่ได้ ตลาดนัดจตุจักรมีชื่อเสียงได้เพราะการบริหารงานของ กทม. ร่วมกับผู้ค้า ทำให้ตลาดแห่งนี้มีชื่อเสียงในระดับโลก สถานการณ์ตอนนี้เชื่อว่า การรถไฟฯ กำลังจะทำให้กทม.ขัดแย้งกับประชาชน และขั้นตอนการเจรจาทรัพย์สินภายในตลาดนัดจตุจักรต้องขึ้นอยู่กับคณะกรรม การของทั้ง 2 ฝ่าย ตนอยากฝากไว้ว่าการ ตัดสินใจของ ร.ฟ.ท.จะมีผลกระทบต่อผู้ค้า และประชาชนที่ใช้บริการตลาดนัด จึงควร พิจารณาให้รอบคอบก่อนตัดสินใจ

ขณะเดียวกันยังมีรายงานข่าวอ้างถึงผลการหารือในส่วนของคณะกรรมการประเมินราคาทรัพย์สินตลาดนัดจตุจักรของ กทม.จากการลงพื้นที่เข้าไปตรวจสอบทรัพย์สินของกทม.ภายในตลาดนัด ซึ่งได้สรุปตัวเลขมูลค่าของทรัพย์สินภายในตลาดทั้งหมด พร้อมทั้งหักค่าเสื่อมของทรัพย์สินต่างๆ ตามระยะเวลาที่ใช้งาน โดยระบุว่ารวม เป็นมูลค่าทรัพย์สินที่ประเมินได้ทั้งหมด กว่า 300 ล้านบาท และเนื่องจากตามสัญญาเช่าที่ระบุไว้ว่าการส่งมอบพื้นที่ต้องส่งมอบเป็นที่ดินเปล่า ดังนั้นทรัพย์สินที่มีอยู่ทั้งหมดจึงเป็น กรรมสิทธิ์ของกทม.ที่จะนำมาคิดเป็นมูลค่าของตลาด ไม่ว่าจะเป็นแผงค้า ถนนทางเดิน ระบบน้ำ ระบบไฟ อาคารสำนักงาน อาคารร้านค้า รวมทั้งหอนาฬิกา ที่เป็นสัญลักษณ์ของตลาดฯ ก็เป็นการก่อสร้างโดยงบประ มาณของกองอำนวยการตลาดนัดฯ ที่กทม.ลงทุนเพื่อให้บริการตลาด ซึ่งทางคณะกรรมการประเมินราคาทรัพย์สินฯ จะประชุมร่วมกันอีกครั้งเพื่อสรุปรายงานทั้งหมดส่งมอบให้กับคณะทำงานชุดเจรจา กับทางการรถไฟฯ ที่มีนายทวีศักดิ์ เดชเดโช รองปลัดกทม. เป็นประธาน

นอกจากนี้ ในรายงานข่าวยังอ้างถึงผลการประสานงานในระดับเจ้าหน้าที่ โดยระบุชัดว่ามีแนวโน้มที่การรถไฟฯ จะไม่ซื้อคืน ทรัพย์สินต่างๆ ที่อยู่ในพื้นที่ตลาดนัด พร้อมระบุว่าขณะนี้กทม.ตกอยู่ในฐานะที่เป็นรอง เพราะการส่งคืนพื้นที่แก่การรถไฟฯ ตามสัญญาหากส่งคืนในสภาพเดิมคือเป็นที่ดินเปล่าตามที่ได้รับมอบมาตั้งแต่ต้น แต่หากจะต้องมีการทุบรื้อทรัพย์สินทั้งหมดทิ้งก็จะเป็นภาระของกทม.ในการดำเนินการ ที่สำคัญจะส่งผลภาพลบต่อกทม.หากจะไปทุบ ทำลายทรัพย์สินดังกล่าว ดังนั้นจึงมีแนว ทางเดียวคือยกให้การรถไฟฯ โดยเวลาในการเจรจาหาข้อสรุปทั้งหมดระหว่าง 2 หน่วย งานตามแนบท้ายสัญญาระบุว่าจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือนนับจากวันสิ้นสุดสัญญา ซึ่งขณะนี้ผ่านไปแล้ว 1 เดือนและยังไม่เห็นทางออกถึงข้อสรุป เนื่องจากนโยบายกทม.ตั้งแต่ต้นไม่คิดจะยกให้ฟรีๆ เนื่องจากเหตุผลทางการเมือง หากไม่ได้ข้อสรุปร่วมกัน ในส่วนของ กทม.ก็ต้องเสนอให้ผู้บริหารตัดสินใจว่าจะมีแนว ทางในการดำเนินการอย่างไร

และนี่คืออีกหนึ่งเรื่องราวที่เป็นปัญหาและยังอยู่ในขั้นตอนของการเจรจา เพื่อหาข้อตกลงร่วมกันระหว่างกทม.กับการ รถไฟฯ ซึ่งคงจะต้องเฝ้าติดตามกันต่อว่าท้ายที่สุดทรัพย์สินทั้งหมดที่อยู่ภายในตลาดนัดแห่งนี้จะลงเอยอย่างไร ระหว่างการจะต้องถูกทุบทิ้งเพื่อคืนสภาพตามสัญญาที่ตกลง หรือลงเอยโดยที่กทม.ยอม ตัดใจด้วยการส่งมอบทรัพย์สินทั้งหมดให้การรถไฟฯเข้าบริหารต่อ แต่ไม่ว่าผลจะลง เอยด้วยเงื่อนไขประการใดเชื่อว่าทั้งหมดคือเกมการเมืองที่ถูกนำมาแสดงกับตลาดนัดจตุจักรแห่งนี้อย่างไม่อาจปฏิเสธ
 
พิมพ์หน้านี้
   

Untitled Document
(c) 2008 Siamturakij media Co.,Ltd. All rights reserved.
  คำชี้แจงสิทธิส่วนบุคคล | ข้อกำหนดการใช้ | ลงโฆษณาบนไซต์นี้  E-mail : webmaster@siamturakij.com