รอยปริร้าว ‘อนาคตใหม่’ บทพิสูจน์อุดมการณ์การเมืองใหม่..!

วันพุธที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2562

   รอยปริร้าว ‘อนาคตใหม่’  บทพิสูจน์อุดมการณ์การเมืองใหม่..!


 

หากย้อนหลังไปก่อนเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562 พรรคการเมืองซึ่งร้อนแรงที่สุดในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด อย่าง “พรรคอนาคตใหม่” เป็นพรรคที่ถูกจับตามอง “แสงแห่งสปอร์ตไลต์” ตามสาดไปทั่วสารทิศ ทั้งจากพรรคการเมืองเก่าแก่ พรรคการเมืองที่ตั้งขึ้นมาเพื่อสานต่ออำนาจให้กับ “พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา” หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กลับมานั่งเป็นนายกรัฐมนตรีอีกรอบ

ด้วยความที่ “พรรคอนาคตใหม่” นับว่าเป็นพรรคหัวก้าวหน้าที่นำโดยคนหนุ่มอย่าง “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ที่นั่งเก้าอี้หัวหน้าพรรค และมีนักวิชาการด้านกฎหมายอย่าง “อ.ป๊อก-ปิยะบุตร แสงกนกกุล” นั่งเก้าอี้เลขาธิการพรรค รวมทั้งคนหนุ่มสาวหัวก้าวหน้าที่มีอุดมการณ์ร่วมกันมารวมตัวกัน

การเกิดขึ้นของพรรคอนาคตใหม่ นับวันยิ่งสะท้อนให้เห็นความ “แตกต่าง” ไปจากพรรคการเมืองในอดีต และพรรคการเมืองร่วมสมัยอย่างเด่นชัด ไม่ว่าจะเป็นแตกต่างไปจากพรรคพลังประชารัฐ หากยังแตกต่างไปจากพรรครวมพลังประชาชาติไทย แม้กระทั่งพรรคการเมือง “เก่า” อย่าง พรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคชาติพัฒนา หรือแม้กระทั่งพรรคเพื่อไทยก็มีความแตกต่าง

มุมมองต่อพรรคอนาคตใหม่จึงแตกต่างไปอย่างชนิด “คนละขั้วคนละด้าน” ทั้งในทางบวก และในทางลบ โดยเฉพาะฟากฝั่งจาก “ผู้มีอำนาจ” ที่มองพรรคอนาคตใหม่ด้วยสายตาเป็นลบ ขณะเดียวกันพรรคอนาคตใหม่ต้องเผชิญกับข่าวร้าย ข่าวลือมาโดยตลอด เนื่องเพราะอยู่ดีๆ ก็มีกระแสข่าวเรื่อง “ยุบ” อนาคตใหม่ก็ถูกปั่นขึ้นมาโดยไม่มีต้นสายปลายเหตุ เพียงแต่คราวนี้มีประเด็นที่ขยายความกว่าที่ผ่านมา

                อนาคตใหม่ถูก “ผู้มีอำนาจ” และ “เครือข่าย” ตั้งแต่พรรคการเมือง, นักการเมือง, วุฒิสมาชิก, แกนนำม็อบล้มเลือกตั้งไปยันสื่อในเครือข่ายโจมตีด้วยเรื่อง “สามสถาบันหลัก” อย่างหนักหน่วงจนปัจจุบัน ความพยายามทำลายอนาคตใหม่จึงทำให้คนจำนวนมากเชื่อว่าพรรคต้องถูกยุบ โดยที่ยังไม่รู้ว่าด้วยเรื่องอะไร

                แม้จะมีการหยิบยกประเด็นเรื่องที่ “ธนาธร” ถือหุ้นสื่อ บ.วี-ลัค มีเดีย หรือการที่พรรคอนาคตใหม่ “กู้เงินธนาธร”ขึ้นมาเป็นกระแส แต่ข้อเท็จจริงนี้ไม่ได้แปลว่าพรรคผิดจนเป็นเหตุให้ยุบพรรคได้เลย เพราะในบรรดาเงื่อนไขทางกฎหมายที่จะนำไปสู่การยุบพรรคได้จริงนั้น ต้องเป็นความผิดฐาน “รับเงิน” หรือ “รับบริจาคเงิน” เป็นเรื่องซึ่งใกล้เคียงกับข้อเท็จจริงกรณีอนาคตใหม่มากที่สุด แต่ทั้งสองเรื่องนี้จะเป็นเหตุให้ยุบพรรคได้ก็ต่อเมื่อพรรครับเงินซึ่งมีที่มาที่ผิดกฎหมาย, คนต่างชาติ, บริษัทต่างชาติ ฯลฯ เท่านั้นเอง

                ทั้งหมดนี้จึงเป็นความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ว่า “ผู้มีอำนาจ” หลายกลุ่มแสดงความ “หื่นกระหาย” ที่จะขจัดอนาคตใหม่จริงๆ แต่ก็เป็นความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้อีกเช่นกันว่าพรรคอนาคตใหม่ในฐานะพรรคไม่ได้ทำอะไรผิด และการหาทาง “ยุบ” พรรคอนาคตใหม่เพื่อกวาดล้าง ส.ส.ให้สิ้นซากนั้นแทบไม่มีช่องทางกฎหมายให้ทำได้เลย

                อย่างไรก็ตาม แม้ปัจจัยภายนอกจะทำอะไรพรรคอนาคตใหม่ไม่ได้มาก หากแต่กลับมี “ปัจจัยภายใน” ที่อาจเป็นคลื่นใต้น้ำ “เขย่า” พรรคสีส้ม ให้ถึงกับล้มคลืนได้ ไม่ว่าจะเป็นกรณี “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ขึ้นศาลรัฐธรรมนูญเบิกความเรื่อง “หุ้นสื่อ บ.วีลัค” ที่ให้การต่อศาลแต่มีรายการพาดพิงบุคคลที่สาม อย่าง “ทักษิณ ชินวัตร” ขึ้นมาว่าตัวเองเข้ามาสู่การเมือง ไม่ได้มาหาผลประโยชน์ หรือมีคนเดินตามเหมือน “ทักษิณ” จึงทำดูเหมือนว่าเสียคะแนนแบบไม่น่าจะเสีย แม้ว่า  “ธนาธร” จะเอ่ยปากขอโทษทันที แต่ก็เชื่อว่ามีรายการ “คาใจ” กันแน่ๆ

                แต่ที่สำคัญกว่าเรื่องของการที่หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ไปพาดพิง “ทักษิณ” ก็คือปัญหารอย “ปริร้าว” ภายในพรรคอันเกิดจากการที่ส.ส.ของพรรคบางคน “ยกมือสวน” กับทิศทางของพรรค ทั้งในการลงมติอนุมัติ ร่าง พ.ร.ก.สำคัญ ที่ “มติพรรค” ให้ลงคะแนน “ไม่เห็นด้วย” ได้แก่ “กวินนาถ ตาคีย์”  ส.ส.ชลบุรี,  “จารึก ศรีอ่อน” และ “พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา” ส.ส.จันทบุรี ขณะที่ “ศรีนวล บุญลือ” ส.ส.เชียงใหม่ ลงมติ  “งดออกเสียง” และมีส.ส.บางส่วนที่ “ขาดประชุม” จนกลายเป็น  “ตราบาป” แรกของพรรค

                นอกจากนี้ ยังมีกรณีของ “นิรามาน สุไลมาน” ส.ส.บัญชี รายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ทำหนังสือจำนวน 2 หน้า แจ้งไปยังหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เรื่องขอลาออกจากกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่กรณีการเห็นต่างต่อการลงมติร่าง “พ.ร.ก.โอนอัตรากำลังพลและงบประมาณบางส่วนของกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม ไปเป็นของหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ซึ่งเป็นส่วนราชการในพระองค์ พ.ศ.2562

                ว่ากันว่า อาการ “ปริร้าว” นี้ เกิดจาก ส.ส.เขตบางคน โดยเฉพาะกลุ่มที่เคย “ทำงานการเมือง” มาก่อน อาทิ นางสาวศรีนวล บุญลือ ส.ส.เชียงใหม่ นายฐิตินันท์ แสงนาค ส.ส.ขอนแก่น นายนิรามาน สุไลมาน ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ที่เป็นกรรมการบริหารพรรค รู้สึกว่า ไม่ได้รับการปฏิบัติที่เท่าเทียมแบบที่ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ได้รับ ขณะที่การตัดสินใจกรณีดังกล่าวเป็นการตัดสินใจของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคคนเดียว เรื่องดังกล่าวทำให้เกิดความอึดอัดในการทำงานของสมาชิกพรรคที่มีสถานะเป็น ส.ส.ของพรรคในกลุ่มดังกล่าว

                นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของการตัดสินใจส่งบุคคลลงสนามการเมืองท้องถิ่น โดยเฉพาะการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ที่บางจังหวัดอย่าง จ.นนทบุรี ที่แม้จะมีการจัด “ดีเบต” แต่กลับมีข่าว ว่าการคัดเลือกตัวผู้สมัครนั้นไม่ได้ทำอย่างโปร่งใส เช่นเดียวกับ จ.จันทบุรี และ ชลบุรี ที่มีปัญหาในลักษณะใกล้เคียงกัน

                 ในมุมมองของพรรคอนาคตใหม่เองมองว่า พรรคฯ ทำงานอย่างหนักเพื่อขยายแนวคิดและอุดมการณ์อันสำคัญของพรรคผ่านการปรามาสว่าเป็นพรรคการเมืองน้องใหม่ ซึ่งก่อนการเลือกตั้งแทบจะไม่มีใครรู้จัก  แน่นอนว่าปัจจัยที่ทำให้ชนะการเลือกตั้ง คือ “กระแสพรรค” บวกกับผู้คนเบื่อหน่ายการเมืองแบบเดิม ต้องการ “เปลี่ยนแปลง” และได้ “คนรุ่นใหม่” ที่มีอุดมการณ์ได้มีโอกาสเข้ามาทำงานการเมือง เมื่อมีคนทรยศต่ออุดมการณ์ ทรยศต่อคำมั่นสัญญาจึงต้องมีการลงโทษ

                ขณะที่ “ปิยะบุตร แสงกนกกุล” เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ บอกว่า เวลามองมาที่พรรคอนาคตใหม่ ถ้ามองด้วยมิติการเมืองแบบเก่าก็จะได้ผลแบบเก่า แต่ถ้ามองด้วยมิติการเมืองแบบใหม่จะได้การเมืองแบบใหม่ ซึ่งเราฝันกันมานานแล้วว่าพรรคการเมืองควรเป็นของสมาชิกและทุกคนที่เห็นพ้องกันในอุดมการณ์เดียวและผลักดันให้เป็นไปตามอุดมการณ์ ดังนั้น พรรคจึงไม่ได้เป็นแค่ที่อาศัยของ ส.ส.เพื่อลงสมัครหรือที่ที่คนมาอาศัย “แบรนด์” ของพรรคมาสมัคร ส.ส.เท่านั้น แต่เป็นที่ที่คนมีอุดมการณ์เหมือนกันมาต่อสู้ร่วมกัน

                กล่าวสำหรับ พรรคอนาคตใหม่ รอยปริร้าวที่ปรากฏให้เห็นจากภายในพรรค ไม่เพียงแต่จะเป็นการทำให้เห็นการดำรงอยู่ของ “การเมืองแบบเก่า” ในหัวของสมาชิกบางส่วน หากแต่ยังเป็น “หินลองทอง” อันคมแหลมต่ออนาคตของพรรคอนาคตใหม่..!!

 

 

 

 

 

                  

               

 

 

               

 

 

 

 

 




บริษัท สยามธุรกิจ พับลิชชิ่ง จำกัด เลขที่​ 423 ถนนบอนด์สตรีท​ ต.บางพูด​ อ.ปากเกร็ด​ จ. นนทบุรี​ 11120
โทรศัพท์ 02-0377423 , 02-0477243 ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ