สมาคมพัฒนาการขายตรงไทย ชี้ ภาพรวมอุตสาหกรรมขายตรง 50,000 ล้านบาทปีนี้ โตไม่หวือหวาเพียง 5 % เหตุปะทะปัจจัยลบ ภาคเกษตรราคาตกต่ำ พ่วงน้ำท่วม แถมธุรกิจขายตรงหน้าใหม่มาไวไปไว พร้อมนักขายอิสระสร้างแบรนด์ขายสินค้าเองง่ายผ่านออนไลน์ ส่งผลตลาดรวมธุรกิจขายตรงชะงักไม่เติบโต ล่าสุด จับมือภาครัฐเดินหน้าจัดตั้ง “สถาบันวิชาชีพ” หวังยกระดับธุรกิจสร้างมาตรฐานสู่มืออาชีพ ขจัดมะเร็งร้าย “แชร์ลูกโซ่”ทำลายภาพลักษ์ธุรกิจขายตรง
นายสมชาย หัชลีฬหา นายกสมาคมพัฒนาการขายตรงไทย หรือ TSDA กล่าวว่า สำหรับภาพรวมอุตสาหกรรมขายตรงในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ที่ผ่านมาอัตราการเติบโตโดยรวมไม่โตขึ้นค่อนข้างทรงตัวไม่หวือหวาเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา อันเนื่องมาจากปัจจัยหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบสินค้าเกษตรราคาต่ำ ประจวบกับสถานการณ์น้ำท่วมทำให้พืชผลทางการเกษตรได้รับความเสียหายส่งผลกระทบต่อรายได้เกษตรกร จึงทำให้เชื่อมโยงถึงธุรกิจขายตรง เพราะนักธุรกิจส่วนใหญ่ที่อยู่ในระบบขายตรงมาจากกลุ่มเกษตรกรมาก มีสัดส่วน 1 ใน 3 ของจำนวนนักธุรกิจขายตรงโดยรวม อีกทั้งผู้เล่นรายใหม่ ๆ เข้ามาประมาณ 30-40 บริษัท ส่วนใหญ่ก็ทำธุรกิจได้ไม่นานก็หายไปส่งผลให้มีแต่ผู้เล่นรายเก่าใหญ่ยังคงอยู่ซึ่งอาจจะทำให้ตลาดไม่มีอัตราการเติบโต ประกอบกับในยุคของสื่อออนไลน์อาจจะทำให้นักขายบางกลุ่มส่วนใหญ่กลายไปเป็นนักขายอิสระโดยเปิดตลาดสร้างแบรนด์ขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ได้เองโดยไม่เข้ามาสู่ธุรกิจแบบขายตรงแบบเป็นรูปธรรม ซึ่งตรงอาจเป็นส่วนหนึ่งที่แบ่งแชร์ของตลาดภาพรวมอุตสาหกรรมขายตรงไปบ้าง สรุปในปีนี้จากประเมินคาดว่าภาพรวมอุตสาหกรรมขายตรงจะมีมูลค่าประมาณ 5 หมื่นล้านบาท เติบโตจากปีก่อนราว 5% โดยบุคคลที่ทำธุรกิจอยู่ในเครือข่ายนี้ราว 10 ล้านคน หรือคาดการณ์ว่าในเครือข่ายขายตรง 100 คน 70% เป็นผู้บริโภค 20% เป็นนักขายพอมีรายได้เสริม และ 10% คือกลุ่มคนที่ทำจริงจัง แอ็กทีฟในการขายจริง 1 ล้านคน
อย่างไรก็ตาม ทางสมาคมเล็งเห็นว่าจากปัญหาของธุรกิจขายตรงที่ผ่านมามีผู้ประกอบการบางรายแอบอ้าง หรือมีลักษณะการขายที่สร้างความเข้าใจผิดของวัตถุประสงค์ขายตรง ส่งผลให้เกิดปัญหาตามมา เช่น กรณีแชร์ลูกโซ่ที่มีผู้บริโภคได้รับความเสียหาย และส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรม เนื่องจากภาพรวมอุตสาหกรรมขายตรง หลายคนรับรู้ว่าที่ผ่านมาเป็นเรื่องของการสร้างโอกาสสร้างงานสร้างอาชีพ แต่ก็ต้องเข้าใจว่าการขายตรงไม่ได้เป็นอาชีพที่จะร่ำรวยได้ทุกคน โดยหลักการแล้วการสร้างเครือข่ายใน 100 คนหรือ 200 คนอาจมีเพียง 10 คนที่มีโอกาสสำเร็จเป็นกลุ่มที่มีรายได้เป็นอาชีพที่เลี้ยงตัวได้มีราว 10% เท่านั้นที่เหลือเป็นผู้บริโภคซึ่งมีผลตอบแทนคือคุณค่าจากการได้ซื้อสินค้าที่มีคุณภาพดีไปใช้
โดยผู้บริโภคต้องทราบว่าแชร์ลูกโซ่มีการทำแผนการตลาดที่ปั่นป่วนยอดขาย เมื่อนำไปจดทะเบียนกับ สคบ.จะไม่ผ่าน ถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นว่าแชร์ลูกโซ่จะมีลักษณะไม่สมเหตุสมผล ตั้งแต่แผนธุรกิจสินค้าไม่รู้คืออะไร ธุรกิจแบบนี้อาจมีตัวอย่างความสำเร็จของคนที่เข้าไปทำช่วงต้นๆ เมื่อมีผู้ทำได้มากขึ้นบริษัทต้องจ่ายเงินเยอะขึ้น อาจมีการปฏิเสธการจ่ายเงินและปิดบริษัทหนี ดังนั้น แชร์ลูกโซ่กับขายตรงจึงแตกต่างกัน
นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มขายตรงที่ทำแล้วหลอกลวง เช่น สัญญาว่าจะให้ผลตอบแทนต่างๆ เมื่อผู้ขายทำได้แต่บริษัทไม่สามารถให้ผลตอบแทนได้เรียกว่าขายตรงที่ทำผิดเงื่อนไข กรณีนี้รัฐมีการกำหนดบทลงโทษต้องถูกปรับและต้องมีการชดใช้ค่าเสียหายตามที่มีการร้องเรียน ซึ่งปัจจุบันมีการควบคุมอยู่พบปัญหาน้อยมาก
ล่าสุด เพื่อการสร้างมาตรฐานธุรกิจขายตรงให้เป็นไปอย่างน่าเชื่อถือและถูกต้อว ทางสมาคมฯ จะร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐต่างๆ ประกอบด้วย สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ) และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) พิจารณาจัดตั้ง“สถาบันวิชาชีพขายตรง” เพื่อยกระดับมาตรฐานวิชาชีพ โดยการจัดตั้งสถาบันวิชาชีพขายตรง จะใช้ระยะเวลาดำเนินการราว 1 ปี โดยการรับรองจะต้องประกอบด้วยตัวแทน 3 ฝ่าย คือ ภาคเอกชน ภาครัฐ และภาคการศึกษา เพื่อร่วมกันตรวจสอบก่อนรับรองว่ามาตรฐานที่จะกำหนดขึ้นมานี้เชื่อมโยงกับหลักวิชาการหรือไม่ เช่น หลักการทำตลาด การนำเสนอขายของนักธุรกิจขายตรง เพื่อสร้างความแตกต่างที่ชัดเจนจากการขายสินค้าระหว่างธุรกิจขายตรงกับกลุ่มแชร์ลูกโซ่ที่ดำเนินธุรกิจอย่างผิดกฎหมาย
สำหรับ ภาพรวมบริษัทขายตรงที่จดทะเบียนและส่งงบการเงินให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ในปัจจุบันมีจำนวนรวมประมาณ 1,420 ราย พบว่าบริษัทที่ส่งงบการเงินให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้ามีสัดส่วนประมาณ 50% เท่านั้น เพราะดูได้จากข้อมูลบริษัทขายตรงที่จดทะเบียนกับกรมธุรกิจการค้า ซึ่งในปี 59 ปี มี 815 บริษัท และปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 850 บริษัท ดังนั้นเห็นได้มีบริษัทที่ยังไม่ส่งงบการเงินอีกมาก สาเหตุนี้จึงเป็นอีกหนึ่งกรณีที่ทางสมาคมคาดว่าจะเสนอพิจารณาในการจัดการในเรื่องต่อไป
นายกสมาคมพัฒนาการขายตรงไทย กล่าวทิ้งท้ายว่า ปัจจุบันสมาคมฯ มีสมาชิก 10 บริษัทมีการพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันอย่างต่อเนื่อง โดยปีนี้มีเพิ่มมา 3 บริษัท คือ บริษัท อาร์เอฟ 3 (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท มิราเคิล 168 อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และบริษัท เซ็นทริก้า จำกัดในการเข้ามาเพื่อร่วมมือกันพัฒนายกระดับมาตรฐานวิชาชีพขายตรง เป็นความร่วมมือภาครัฐ สมาคมฯ และสถาบันการศึกษา ซึ่งทางสมาคมต้องการผลักดันวิชาชีพให้มีมาตรฐานต่อเนื่องในอนาคต
ทั้งนี้ ภาพรวมธุรกิจขายตรงปัจจุบันมีตัวแทนขายเกิน 10 ล้านคนมีบริษัทขายตรงกว่า 1,000 บริษัททั้งบริษัทขายตรงและการตลาดแบบตรงในรูปแบบการขายผ่านสื่อทีวีหรือออนไลน์ ปัจจุบันสมาคมด้านขายตรงมี 4 สมาคมแต่มีบริษัทที่เข้าร่วมเป็นสมาชิกรวมกันยังไม่ถึง 100 บริษัท