จับตา! ทิศทางค้าปลีกไทยครึ่งปี 60 ฝ่าเทรนด์ยุคซื้อขายออนไลน์บูม

วันจันทร์ที่ 07 สิงหาคม พ.ศ. 2560

จับตา! ทิศทางค้าปลีกไทยครึ่งปี 60   ฝ่าเทรนด์ยุคซื้อขายออนไลน์บูม


ในยุคที่โลกและสภาพสังคมแปรเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วอย่างที่เราเห็นกัน  โดยเฉพาะการเข้าสู่สังคมดิจิตอลอย่างที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ การทำธุรกิจจำต้องมีการปรับตัวและแปรเปลี่ยนตามกระแสโลกไม่อย่างนั้นจะคงรักษาธุรกิจให้อยู่รอดก็จะยากยิ่งขึ้น  สำหรับในส่วนธุรกิจค้าปลีกเองยิ่งจำเป็นอย่างมาให้การปรับตัวยิ่งในยุคการซื้อขายออนไลน์บูมในทุกวันนี้  

 โดย เคพีเอ็มจี อินเตอร์เนชั่นแนล และซีจีเอฟ  ระบุว่า  ความมุ่งมั่นในการสร้างฐานลูกค้าใหม่และรักษาฐานลูกค้าเก่าเป็นพันธกิจหลักของผู้บริหารในธุรกิจผู้บริโภคและค้าปลีกทั่วโลก โดย 33% จากผู้บริหารในธุรกิจผู้บริโภคและค้าปลีกจำนวน526 รายที่ทำแบบสอบถาม ‘Global Consumer Executive Top of Mind Survey, Think like a start-up: How to grow in a disruptive market’ จัดทำขึ้นเป็นปีที่ 5 ซึ่งผู้บริหารในธุรกิจผู้บริโภคและค้าปลีกทั่วโลกตระหนักดีว่าในยุคของการเปลี่ยนแปลง และความผันผวน ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วประสบการณ์ของลูกค้าเป็นปัจจัยพื้นฐานในการสร้างความแตกต่างและเป็นกุญแจสำคัญในการแข่งขัน เพื่อให้ได้มาซึ่งความภักดีของลูกค้า

ดังนั้น  การเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภคที่เกิดขึ้นมากมายในปัจจุบันมาจากอิทธิพลของผู้บริโภคในกลุ่มมิลเลนเนียมและเจน Z รายงานฉบับดังกล่าวเน้นย้ำว่าธุรกิจยังต้องเรียนรู้และพัฒนาอีกมากในการตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ตั้งแต่ ผลิตภัณฑ์ ช่องทางการจัดจำหน่ายและความสัมพันธ์กับลูกค้า โดยผู้บริหารจากธุรกิจผู้บริโภคและค้าปลีกส่วนใหญ่ได้กำลังมองหาเทคโนโลยีเพื่อนำมาใช้ยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า ซึ่งผู้บริหารส่วนใหญ่กำลังใช้เทคโนโลยีที่คุ้นเคย เช่น โซเชียลมีเดีย โมบายแอพพลิเคชั่น พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ , การชําระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ , การทำธุรกรรมเชิงพาณิชย์ผ่านสมาร์ทโฟน , และกระเป๋าเงินออนไลน์  เป็นต้น

ด้าน นางสาวนิตยา เชษฐโชติรส กรรมการบริหาร ฝ่ายธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคเคพีเอ็มจี ประเทศไทย กล่าวว่า ในยุคอุตสาหกรรม4.0 ประเทศไทยกำลังถูกขับเคลื่อนโดยเทคโนโลยีที่หลากหลาย พฤติกรรมของผู้บริโภคชาวไทยมีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็วไปในมิติที่แตกต่างกันซึ่งเป็นผลมาจากการวิวัฒนาการของเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ ตัวอย่างเช่น นักช็อปชาวไทยหันมาซื้อสินค้าออนไลน์มากขึ้นการใช้จ่ายในภาคบริการมีจำนวนมากขึ้นกว่าการซื้อสินค้าที่จับต้องได้จริงและกระแสการใช้จ่ายในเรื่องสุขภาพมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ  ปัจจุบัน ผู้บริหารในธุรกิจผู้บริโภคและค้าปลีกมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์และสามารถเข้าถึงได้ง่ายดังนั้น การนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกจะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถทำความเข้าใจถึงแนวทางการใช้ชีวิตของผู้บริโภค (Customer Journey) และสรรสร้างประสบการณ์ของลูกค้าให้น่าประทับใจและตรงตามความชื่นชอบส่วนบุคคลมากยิ่งขึ้น

ทาง นายสุวิทย์ กิ่งแก้ว นายกสมาคมการค้าปลีกและเอสเอ็มอีทุนไทย และรองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บมจ.ซีพี ออลล์ ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น ร้านอิ่มสะดวกของคนไทย  กล่าวถึงสำหรับสถานการณ์เศรษฐกิจภาพรวมค้าปลีกครึ่งปีแรกของปีนี้ของไทยว่า  มีอัตราการเติบโตประมาณ  3-5 % เนื่องจากช่วงครึ่งปีแรกได้มีเทศกาลต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นปีใหม่ ตรุษจีน  วาเลนไทน์  และ สงกรานต์ ซึ่งมีช่วงวันหยุดยาวติดต่อกัน ทำให้ประชาชนมีการเดินทางมีการเฉลิมฉลองเทศกาลต่าง ๆ  ประกอบกับได้อานิสงค์จากการท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวจีนที่เข้าเที่ยวเพิ่มสูงขึ้น ก็ส่งผลให้มีการจับจ่ายใช้สอยที่ดีขึ้นจึงช่วยกระตุ้นให้สภาวะการค้ามีอัตราการเติบโตที่สูงขึ้น แต่ถ้าเมื่อเปรียบเทียบช่วงเวลาเดียวกันกับปีที่ผ่านมานั้นต้องยอมรับว่าไม่ได้เติบโตดีเท่ากับปีที่ผ่านมาที่จะเติบโตในช่วงครึ่งปีแรกสูงมากว่า 5 %

ทั้งนี้ ในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้จะสังเกตได้อย่างชัดเลยว่าอัตราการเติบโตของการขายสินค้าผ่านออนไลน์เติบโตเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าดูแลสุขภาพและความงามยังเป็นกลุ่มสินค้าที่ขายผ่านออนไลน์เติบโตสูงมากที่สุดเติบโตราว 20 %  ซึ่งถือว่าโตขึ้นอย่างรวดเร็วมากเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา เนื่องจากเทรนด์การบริโภคสินค้ามาทางออนไลน์มากขึ้น เพราะสะดวก สบาย

อย่างไรก็ตาม  จากเทรนด์ดังกล่าวจะส่งผลให้ในอนาคตธุรกิจห้างสรรพสินค้าจะได้รับผลกระทบจากเทรนด์นี้หรือไม่นั้น มองว่าในอนาคตห้างสรรพสินค้าจะปิดกิจการกันไปหมดหรือไม่นั้น คิดว่าคงไม่ถึงขนาดนั้นเพียงผู้ประกอบการจะต้องมีการปรับการตัวในการทำธุรกิจให้ควบคู่ไปด้วยกันกับเทรนด์ผู้บริโภคยุคออนไลน์ ซึ่งขณะนี้ก็เห็นว่าห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ จำนวนมากได้มีการปรับตัวในการหันไปขยายทำตลาดทางออนไลน์ มากขึ้น และมีบริการส่งถึงบ้านด้วย แต่ถ้าให้มองในอนาคตห้างสรรพสินค้าอาจจะกลายเป็นเพียงโชว์รูมเพื่อไว้โชว์สินค้าจริงให้ผู้บริโภคดูเท่านั้น  แต่ผู้บริโภคส่วนใหญ่ก็จะเพียงเข้ามาดูแต่ไปสั่งซื้อสินค้าผ่านออนไลน์แทน  แต่สินค้าบางประเภทอย่างอาหารสดก็คงไม่มีใครนิยมซื้อผ่านออนไลน์

สำหรับภาพรวมครึ่งปีหลังจบไปถึงช่วงปลายปีของปีนี้ คาดการณ์ว่าสถานการณ์ค้าปลีกของไทยก็น่าจะดีขึ้น อย่างที่เราได้เห็นจากหน่วยงานทั้งทางภาครัฐและเอกชนก็ได้ทำการปรับการเติบโตของจีดีพี ที่เพิ่มสูงขึ้น  อีกทั้งสัญญาณบางตัวที่บอกว่าการส่งออกสินค้าทางด้านเกษตรของประเทศไทยทำสถิติที่พุ่งสูงขึ้น ประกอบกับการส่งสัญญาณมาจากต่างประเทศ จากเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกา ยุโรป จีน ดีขึ้น ดังนั้นมันก็น่าจะทำให้เศรษฐกิจของประเทศไทยก็ดีขึ้นตามไปด้วย  โดยสรุปมองว่าทั้งปีนี้สถานการณ์ภาพรวมค้าปลีกไทยน่าจะโตอยู่ที่ราว 5 %

ปิดท้าย  นางสาวจริยา จิราธิวัฒน์ ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย กล่าวว่า  สถานการณ์ค้าปลีกครึ่งหลังของปี 2560 สมาคมผู้ค้าปลีกไทยค่อนข้างกังวลใจในเรื่องของกำลังซื้อในครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะจากกลุ่มรายได้ปานกลางส่วนล่างและกลุ่มรายได้น้อยที่ยังติดกับดักหนี้ครัวเรือนที่สูง ส่วนกลุ่มรายได้ปานกลางตอนบน การใช้จ่ายก็คงไม่คล่องตัวด้วยหนี้บัตรเครดิตที่สูงเช่นกัน สมาคมผู้ค้าปลีกไทยได้คาดการณ์ไว้ว่าอุตสาหกรรมภาคค้าปลีกน่าจะยังทรงตัวในไตรมาสที่สาม และดีดตัวขึ้นไปในไตรมาสที่สี่ตามวัฏจักรของการจับจ่าย แม้ภาครัฐจะเร่งให้มีการประมูลโครงสร้างพื้นฐานให้ได้ภายในปีนี้ แต่ผลจากการลงทุนจะส่งผลมายังภาคค้าปลีกก็ต้องใช้เวลา 6-8 เดือน จึงยังไม่มีผลต่อการเติบโตของภาคอุตสาหรรมค้าปลีกในครึ่งปีหลังแต่อย่างใด นอกจากนี้ยังคาดการณ์ว่าการเติบโตในลักษณะกระจุกตัวน่าจะดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง ทำให้พอมีความหวังว่าดัชนีค้าปลีกโดยรวมของปี 2560 น่าจะดีกว่าปี 2559 เล็กน้อย โดยคาดว่าการเติบโตน่าจะอยู่ที่ราว 3.0-3.2%

 



บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ