นางสาวกัลยารัตน์ ชุตาทวีสวัสดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อุลตร้า วี เมดิคอล เอสเอสเทธิค (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า อุลตร้า วี เป็น แบรนด์สกินแคร์ ที่ผลิตจากประเทศเกาหลีใต้ทั้งหมด โดยบริษัทเราได้ทำการร่วมทุน กับ ควอน ฮัน จิน ผู้บริหารและเจ้าของแบรนด์ อุลตร้า วี จากเกาหลีใต้ ทุนจดทะเบียน 2 ล้านบาท เริ่มธุรกิจในไทยเมื่อต้นปี 2559 ในกลุ่มของ 1. อุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ และ 2. ยาและเวชภัณฑ์ ผ่านช่องทางหลักคือ โรงพยาบาล คลินิก ทั้งนี้ ได้วางแผนอัดฉีดงบลงทุน ในประเทศไทยมากกว่า 10 ล้าน พร้อมแผนลงทุนในประเทศไทยมี 2 แบบ แผนระยะสั้น3ปี จะเพิ่มสินค้า เพิ่ม Items เพื่อเพิ่มยอดขาย และแผนระยะยาว ในอนาคตจะเปิดโรงงานผลิตเอง มองว่าจะมีการเน้นระดมทุนต่างประเทศเพิ่ม ส่วนการจัดตั้งโรงงาน เน้นนำเข้าวัตถุดิบแต่นำมาบรรจุ ภัณฑ์ พร้อมจัดจำหน่ายในไทย
ล่าสุดได้ขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์สกินแคร์เมื่อปีที่แล้ว หลังจากที่เกาหลีเริ่มไปปีเศษ ขณะนี้มีสินค้า 2 กลุ่ม คือ เซรัมบำรุงผิวอุลตร้าวี IDEBENONE AMPOULE และมาสก์หน้า และอยู่ระหว่างยื่นขออนุญาตอีกไม่ต่ำกว่า 20 ผลิตภัณฑ์ และในอนาคตเตรียมขยายสู่กลุ่มคอสเมติกส์ด้วย โดยยอดขายเมื่อสิ้นปีที่แล้วมีประมาณ 50 ล้านบาท และปีนี้ตั้งเป้ายอดขายรวม 100 ล้านบาท แบ่งสัดส่วนเป็น อุปกรณ์ทางการแพทย์และยาเวชภัณฑ์ 30% ส่วนอีก 70% เป็นสกินแคร์และคอสเมติกส์
ปัจจุบันช่องทางจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ อัลตร้า วี ในประเทศไทย เราได้ทำการแบ่งกระจายสินค้าออกเป็น กลุ่มแรก กลุ่ม Medical ซึ่งจะเป็นกลุ่มคลินิกความงาม และ โรงพยาบาล รวมถึง โรงพยาบาลชั้นนำที่มีแผนกผิวหนังโดยเฉพาะ 2. ทางร้าน วัตสัน แบบเอ็กซ์คลูซีฟไม่มีขายในร้านอื่น กว่า 300 สาขา ทั้งในกรุงเทพ ปริมณฑล และต่างจังหวัด 3.ช่องทางออนไลน์ กลุ่มลูกค้าที่เน้นใช้ช่องทางโซเชียล โดยมีสินค้าขายผ่าน Watson online , Facebook Ultra V official และขณะนี้กำลังเจรจาวางแผนจัดจำหน่ายเพิ่มเติมกับ ลาซาด้า พร้อมกันนี้ ล่าสุดได้ขยายช่องทางเข้าจำหน่ายในช่องทางโฮมชอปปิ้งผ่านทรูซีเล็คต์ และรวมไปถึงกลุ่มร้านขายยาทั่วประเทศ ทั้งเชนใหญ่และที่เป็นร้านเดี่ยวอีกด้วย
ทั้งนี้ ภายใน 3 ปีจากนี้ตั้งเป้าจะขยายกลุ่มธุรกิจเกี่ยวกับอุปกรณ์ทางการแพทย์และความงามให้ครอบคลุม และตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ 500 ล้านบาท โดยเฉพาะกลุ่มสกินแคร์และคอสเมติกส์ เนื่องจากเป็นตลาดใหญ่มีการเติบโตดี โดยเฉพาะตลาดสกินแคร์มูลค่ากว่า 400,000 ล้านบาท มีผู้ประกอบการใหม่ๆ เข้าสู่ตลาดไม่ต่ำกว่า 20% ทุกปี