ด่วน ! เช็คดัชนี อ้วนทะลุพิกัด สู่ โรคความดัน ไขมัน หลับไม่ตื่น ฟื้นไม่มี หนีไม่พ้น

วันศุกร์ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2560

ด่วน ! เช็คดัชนี อ้วนทะลุพิกัด สู่ โรคความดัน ไขมัน หลับไม่ตื่น ฟื้นไม่มี หนีไม่พ้น


รูปร่างอวบ-อ้วน ล้วนเป็นปัญหาทางกายภาพที่ผู้ใส่ใจความสวยความงามเป็นกังวลกันมาทุกยุคสมัย แต่ที่มากไปกว่านั้น “ภาวะอวบระยะสุดท้าย” “อ้วนระยะเริ่มต้น” หรือ กระทั่ง “อ้วนระยะสุดท้าย” นอกจากนำมาซึ่งโรคร้าย อย่าง โรคหลอดเลือดหัวใจ-สมอง หรือ เบาหวานแล้ว ยังเสี่ยงต่อภาวะไขมันอุดตัน หยุดหายใจขณะหลับ และซึมเศร้าได้ด้วย

นพ.จีรวัส ศิลาสุวรรณ แพทย์เฉพาะทางด้านโรคระบบทางเดินอาหารและตับ ผู้เชี่ยวชาญด้านการ ส่องกล้องในระบบทางเดินอาหาร กล่าวว่า  ภาวะน้ำหนักตัวเกินและโรคอ้วนในปัจจุบัน จัดเป็นปัญหาทางสาธารณสุข เพราะประชากรทั่วโลก รวมทั้งในคนไทย มีปัญหาน้ำหนักตัวเกินและเป็นโรคอ้วนเพิ่มขึ้นทุกปีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งล้วนเป็นทั้ง ปัจจัยเสี่ยงและสาเหตุสำคัญของโรคเรื้อรังต่างๆ ที่เป็นปัญหาต่อสุขภาพ และเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลสูงมาก แต่อัตราเสียชีวิตก็ยังคงสูงต่อเนื่อง

องค์การอนามัยโลก ให้นิยาม ภาวะน้ำหนักตัวเกิน และโรคอ้วน (Overweight and Obesity) ไว้ว่า “ภาวะที่ร่างกายมีการสะสมไขมันในส่วนต่างๆ ของร่างกายเกินปกติ จนเป็นปัจจัยเสี่ยง หรือ เป็นสาเหตุให้เกิดโรคต่างๆ ที่ส่งผลถึงสุขภาพ จนอาจเป็นสาเหตุให้เสียชีวิตได้โดยเมื่อมีค่าดัชนีมวลกาย (Body mass index หรือ เรียกย่อว่า BMI/บีเอ็มไอ) ตั้งแต่ 25 ขึ้นไป เรียกว่า “น้ำหนักตัวเกิน” แต่ถ้ามีค่าดัชนีมวลกาย ตั้งแต่ 30 ขึ้นไป เรียกว่า “เป็นโรคอ้วน” โดยออกเป็น 3 ระดับ เพื่อบอกความรุนแรงของภาวะ หรือ ของโรค ว่า ปานกลาง รุนแรง และรุนแรงมาก โดยระดับความรุนแรงมาก คือ ค่าดัชนีมวลกายตั้งแต่ 40 ขึ้นไป (มาตรฐานองค์การอนามัยโลก) หรือ ตั้งแต่ 30 ขึ้นไป (สำหรับเอเชีย)

อ้วนๆๆ คำนวณยังไง “ดัชนีมวลกาย” คือ ค่าซึ่งเป็นความสัมพันธ์ระหว่างน้ำหนักตัวกับส่วนสูง ซึ่งนิยมใช้เป็นตัววินิจฉัยว่า ใครน้ำหนักเกิน หรือใครเป็นโรคอ้วน โดยหน่วยของน้ำหนักคิดเป็นกิโลกรัม และหน่วยของความสูงคิดเป็นเมตร โดยค่า ดัชนีมวลกายของแต่ละคน จะมีค่าเท่ากับ น้ำหนักของคน ๆ นั้น หารด้วยความสูงยกกำลังสอง เช่นน้ำหนัก 50 กก. ความสูง 1.60 ม. (1.60 x 1.60 ม. = 2.56 (50/2.56) ค่าดัชนีมวลกายคือ 19.53 ภาวะ “น้ำหนักตัวเกิน” และ “โรคอ้วน” นั้นเป็นการเชื้อเชิญ หรือเดินเข้าไปสู่ การเป็นโรค 1) โรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง (โรคอัมพาต) 2) โรคเบาหวาน 3)โรคความดันโลหิตสูง  4)โรคไขมันในเลือดสูง 5)โรคนิ่วในถุงน้ำดี เพราะการมีไขมันในเลือดสูง ส่งผลให้น้ำดีจากตับมีไขมันสูงตามไปด้วย ซึ่งไขมันจะตกตะกอนเกิดเป็นนิ่วในถุงน้ำดีได้ง่าย 6-มีปัญหาในการหายใจ มักเป็นโรคนอนหลับแล้วหยุดหายใจ  อีกแง่มุมหนึ่ง ภาวะอวบอ้วนส่งผลให้ผู้ป่วยมีปัญหาทางด้านสังคมอย่างช้า ๆ ทั้งกับตัวผู้ป่วยเองและครอบครัว และมักเป็นโรคซึมเศร้าในท้ายที่สุด

สำหรับวิธีการลดอวบและป้องกันอ้วน  ได้แก่  1. กินให้ดู คิดเป็นระบบ รู้จักควบคุมอาหาร  ต้องลดปริมาณพลังงานที่บริโภค คนที่กินอาหารมากต้องกินให้น้อยลง ซึ่งต้องทำอย่างเคร่งครัด น้ำหนักที่เกินอยู่จึงจะลดลง และไม่แนะนำให้ลดน้ำหนักโดยวิธีอดอาหาร เพราะจะมีผลเสีย มากกว่าผลดี  2.อยู่ให้เป็น ลุยงาน เล่นกีฬา ออกกำลังกายเสมอ การลดน้ำหนักจะได้ผลดีต่อเมื่อเราออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอทุกวัน ช่วงควรใช้เวลา 15-45 นาที โดยทำต่อเนื่องกันไปจนกระทั่งรู้สึกว่าเหนื่อยค่อยพัก ในวันหนึ่ง ๆ ถ้ามีเวลาออกกำลังกาย หรือเล่นกีฬาวันละ 1 ชั่วโมงจะดีมาก

3. ทางเลือกใหม่ในการรักษา คือ การลดน้ำหนักอย่างปลอดภัยและได้ผลด้วย Gastric Balloon การใส่บอลลูน ที่บรรจุสารน้ำเข้าไปในกระเพาะอาหารเพื่อการควบคุมน้ำหนัก โดยบอลลูนจะเข้าไปลดความจุของกระเพาะอาหาร ทำให้รับประทานอาหารได้น้อยลง และอิ่มนานกว่าเดิม ร่างกายจึงนำไขมันส่วนเกินออกมาใช้เป็นพลังงานแทน ส่งผลให้น้ำหนักตัวเปลี่ยนแปลงในที่สุด

ขั้นตอนดังกล่าวนี้ ไร้แผลผ่าตัด เพราะบอลลูนจะถูกใส่เข้าไปในกระเพาะอาหารทางช่องปาก ด้วยเทคนิค การส่องกล้อง ตัวบอลลูนทำจากซิลิโคนซึ่งเป็นวัสดุทางการแพทย์ที่ไม่เป็นอันตรายต่อกระเพาะอาหาร ภายในบอลลูน จะบรรจุสารน้ำเอาไว้ประมาณ 400-500 ซีซี เมื่อลดน้ำหนักได้ถึงจุดที่พึงพอใจแล้ว สามารถเอาน้ำที่อยู่ในบอลลูนออกได้ ซึ่งคนส่วนใหญ่จะใส่บอลลูนไว้ประมาณ 6-12 เดือน”

 

 

 

 

 

 



บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ