นางลัดดา มงคลชัยวิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ เอเชีย โฮเรก้า กล่าวว่า บริษัทได้ลงทุนกว่า 200 ล้านบาท เช่าและปรับปรุงพื้นที่บริเวณชั้น 3-5 ของอาคาร ซีดับเบิ้ลยู ทาวเวอร์ ถนนรัชดา ขนาดพื้นที่ 12,000 ตารางเมตร สร้างโฮเรก้า สแควร์ขึ้น ที่จะเป็นศูนย์ค้าส่งแบบ B2B โดยมุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมาย ผู้ประกอบการธุรกิจโฮเรก้า (โรงแรม ร้านอาหาร ร้านกาแฟ เบเกอรี่) และผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์ คอนโด อพาร์ทเมนท์ รวมถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจ อย่าง SME ,Start up เป็นต้น เพื่อตอบสนองนโยบาย “ไทยแลนด์ 4.0” ซึ่งเรามองว่าการค้าส่งคือคำตอบ คนเดินน้อยแต่ขายได้มาก ดังนั้นสถานที่แห่งนี้จะเป็นเสมือนแหล่งให้บริการครบวงจร ตอบทุกโจทย์ความต้องการ หรือ Total Solution นับตั้งแต่ ศูนย์ให้คำปรึกษาทางธุรกิจ บริการจัดหาสินค้า แหล่งค้าส่งสินค้าและบริการโฮเรก้า ศูนย์เรียนรู้ด้านธุรกิจ ศูนย์ประชุมสัมมนา จนถึงบริการพื้นที่ฟรี Co-Working Space สำหรับผู้ประกอบการ
“ การลงทุนครั้งนี้นางลัดดาคาดว่าจะใช้เวลากว่า 10 ปีเพื่อคืนทุน เพราะการลงทุนสูง และค่าเช่าก็แพง โดยตนเองเชื่อว่าธุรกิจโฮเรก้าเป็นธุรกิจที่จะเชื่อมความรู้ของคนรุ่นเก่า สู่ความกล้าลงทุนของคนรุ่นใหม่ และธุรกิจนี้จะเติบโตได้ต้องอาศัยความกล้ากับการตัดสินใจของคนรุ่นใหม่ด้วย ซึ่งเราจึงได้ตั้งเป้าต้องการให้ที่นี่ เป็นศูนย์กลางทางธุรกิจ และเป็นตัวกลางระหว่างผู้ผลิตสินค้าเพื่อการตกแต่ง อุปกรณ์เครื่องครัว เครื่องแบบพนักงาน กับผู้ประกอบการ ปัจจุบันได้เปิดให้บริการแล้ว และกำลังใช้งบบางส่วนเพื่อประชาสัมพันธ์ให้เป็นที่รู้จัก ส่วนโปรโมชั่นเปิดตัวคือ จัดอบรมผู้ประกอบการหลายๆ ด้านฟรี 2 เดือน”
สำหรับเป้าหมายในปีนี้ เอเชีย โฮเรก้า คาดว่าจะสามารถสร้างมูลค่าการซื้อขายได้มากถึง 182.5 ล้านบาท รวมทั้งผลักดันให้ธุรกิจโฮเรก้าในกลุ่ม SMEs และ Startup เติบโตเพิ่มขึ้นอย่างน้อยร้อยละ 7 ต่อปีภาคการท่องเที่ยวมีส่วนสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการขยายตัวของธุรกิจ โฮเรก้า โดยในปีที่ผ่านมาภาพรวมการท่องเที่ยวมีรายได้ 2,510,779 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยยะ 11.09 แบ่งเป็นรายได้จากการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ หรือต่างชาติเที่ยวไทย 1,641,268 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 12.64 และรายได้จากการท่องเที่ยวภายในประเทศ หรือไทยเที่ยวไทย 869,510 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 8.27 ทั้งนี้ มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาในประเทศ 32.58 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 8.91 และผลการจัดอันดับเมืองที่น่าท่องเที่ยวที่สุดในโลก 100 เมือง โดยยูโรมอนิเตอร์ อินเตอร์เนชันแนล ประจำปี 2560 ให้ กรุงเทพฯ อยู่อันดับที่สอง รองจากฮ่องกง มีนักท่องเที่ยวชาวไทย(ปี 2558)106.84 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปี 2557 ร้อยละ 8
“นอกจากนี้ การอนุมัติแผนพัฒนาท่าอากาศยานด้วยเงินลงทุน 4 แสนล้านบาทในระยะ 10 ปี เพื่อยกระดับประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมท่าอากาศยานของภูมิภาค ทำให้สามารถรองรับผู้โดยสารได้มากถึง 277 ล้านคนต่อปี เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันกว่าเท่าตัว ควบคู่ไปกับการกระตุ้นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติกลุ่มตลาดระดับบน จะช่วยส่งเสริมให้ธุรกิจโรงแรม น่าจะมีรายได้มากถึง 574,000 บาท ขยายตัวร้อยละ 5.5 โดยกลุ่มเซ็กเมนต์โรงแรมระดับสี่ดาว โรงแรมบูติค หรือโรงแรมแบบธีม น่าจะมีแนวโน้มคึกคักเป็นพิเศษ และธุรกิจร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านเบเกอรี่ ร้านไอศกรีม และรับจัดเลี้ยง น่าจะขยายตัวได้ถึงร้อยละ 9 โดยปัจจุบันมีผู้ประกอบกลุ่มนี้ที่จดทะเบียนถูกต้องทั้งสิ้น 11,945 ราย คิดเป็นมูลค่า 77,423 ล้านบาท และร้อยละ 99.72 เป็นธุรกิจ SMEs”