นายนิโคลัส ชาน ผู้จัดการส่วนภูมิภาค บริษัท เอส ซี เอ็ม แอล (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จัดจำหน่ายกาแฟปรุงสำเร็จ ภายใต้แบรนด์ "ซุปเปอร์กาแฟ"และแบรนด์ “เอสเซนโซ่” จากประเทศสิงคโปร์ กล่าวว่า ภาพตลาดรวมกาแฟผงสำเร็จรูปในทุกกลุ่มยังคงมีการเติบโตได้อีก เมื่อเทียบกับตลาดรวมกาแฟในประเทศไทยปีที่แล้ว(2559)เติบโตเพียง 4% นำเทียบจากมูลค่าตลาดรวมที่มีมากกว่า 32,000 ล้านบาท แยกได้เป็น 1.ตลาดมิกซ์ หรือ กาแฟทรีอินวัน มูลค่า 15,000 ล้านบาท สัดส่วน 48% 2.กลุ่มตลาดแบบชงเอง มูลค่า 4,000 ล้านบาท สัดส่วน 13% 3.ตลาดกาแฟกระป๋องพร้อมดื่ม มูลค่า 12,000 ล้านบาท สัดส่วน 37% และ 4. ตลาดทั่วไปอีก 3%หากนำมาเทียบจากอัตราการดื่มกาแฟของคนไทยที่มีเพียง 300 แก้วต่อคนต่อปี ต่ำกว่าอีกหลายประเทศ เช่น ญี่ปุ่น 400 แก้วต่อคนต่อปี,ยุโรป 600 แก้วต่อคนต่อปี หรือฟินแลนด์ 1,000 แก้วต่อคนต่อปี
ทั้งนี้ ในปีที่ผ่านมาบริษัทได้ทำการเปิดตัว“เอสเซนโซ่”กาแฟ ไมโคร กราวด์ บุกตลาด 3 in1และ 2in1 เป็นกาแฟคั่วบดละเอียด (กาแฟสด) ประสบความสำเร็จ ด้วยยอดขายกว่า 165 ล้านบาท ในปีแรก และเพื่อทำตลาดให้ครอบคลุมมากขึ้น ช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้ บริษัทได้ใช้งบประมาณ 180 ล้านบาท สำหรับเอสเซนโซ่ได้ออกสินค้าใหม่เพื่อเพิ่มจำนวนผู้บริโภค "เอสเซนโซ่ ไมโครกราวด์ แบล็ค คอฟฟี่" เป็นกาแฟคั่วบดละเอียด (กาแฟสด) มาพร้อมกับเอกลักษณ์เฉพาะ 2 สัมผัสใหม่ ได้อย่างเต็มรสเต็มกลิ่นในแบบกาแฟดำที่ปราศจากน้ำตาลหรือนม ซึ่งบริษัทแบ่งงบเป็น 150 ล้านบาท ใช้เป็นงบการตลาด อีกส่วนจำนวนกว่า 30 ล้านบาท ในการทำประชาสัมพันธ์และการจัดกิจกรรมการตลาดส่งเสริมการขาย ในทุกเซ็กเมนต์ พร้อมกันนี้ ยังดึงศิลปินชื่อดัง อาเล็ก -ธีรเดช เมธาวรายุทธ และ แต้ว- ณฐพร เตมีรักษ์ เป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ เพื่อเข้าถึงคอกาแฟได้ทั่วประเทศ
สำหรับแนวการทำตลาดช่วงครึ่งปีหลังจากนี้บริษัทดำเนินทุกรูปแบบทั้งบีโลว์เดอะไลน์ / อะโบฟเดอะไลน์ และสื่อดิจิตอลมาร์เกตติ้ง เช่น การแจกชงชิมหนึ่งล้านถ้วย การออกหนังโฆษณาการดึงศิลปินชื่อดัง 2คนมาเป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์
โดยปี 2560 นี้ทั้งปีบริษัทตั้งเป้ายอดขายไว้ทั้งหมดอยู่ 4,400-4,500 ล้านบาท แยกเป็น ซุปเปอร์ 4,200 ล้านบาท และเอสเซนโซ่ 200 กว่าล้านบาท จากปีที่แล้วรายได้แบรนด์นี้ที่ 150 ล้านบาท ซึ่งปีนี้จะเน้นทำตลาดเอสเซนโซ่มากขึ้น จากเดิมที่เริ่มทำตลาดในไทยปีที่แล้วเนื่องจากเอสเซนโซ่อยู่ในกลุ่มทรีอินวันพรีเมียมที่มีมูลค่าตลาด 2,000 ล้านบาท และยังเติบโตดี