ธุรกิจอาหารคึกจัด มูลค่าการตลาดทะยานแตะ 4 แสนล้าน ส่งกลิ่นหอมฟุ้ง ทั้งแบงก์ เทคสตาร์ตอัพ ค่ายสื่อสาร ผนึกคู่จิ้นรุมชิงเค้กกสิกรไทยฟินจัด โร่จับมือเอไอเอส ส่งFood Solutionระบบจัดการธุรกิจร้านอาหารครบวงจรที่สุดครั้งแรกของไทย ขณะที่เอสเอ็มอีแบงก์โด๊ปหนัก สร้างกระแสผ่านโซเชียลมีเดีย ปั้นเนื้อหา ปลุกยอดขาย จี๋จ๋ากับแอพฯอาหารดัง ผลุดแคมเปญโปรโมต “ร้านให้ได้ล้าน” ส่วนบัตรเครดิตไม่หวั่นรุกจับมือร้านอาหารกระตุ้นยอดรูดปรื๊ดให้ปรู๊ดปร๊าด โดย“เคทีซี กอดคอ"ศูนย์การค้าดังทั้งสยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ และพาราไดซ์ พาร์ค จัดแคมเปญ “อิ่มนี้มีคืน กับบัตรเครดิตเคทีซี” ด้าน ยูโอบีบ่ยั่นเช็กแฮนด์กับร้านมูเกนได มอบส่วนลดสุดพิเศษสูงถึง 15% กับแคมเปญ “บัตรเครดิตยูโอบี มื้อนี้...ใช่เลย” ทำเอาธุรกิจร้านอาหารฟินสุดๆในรอบหลายปี
นายพัชร สมะลาภา รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า “ธุรกิจร้านอาหารมีผู้ประกอบการใหม่เกิดขึ้นจำนวนมากทุกปี คาดว่าในปี 2560 ธุรกิจร้านอาหารในประเทศไทยจะมีมูลค่าตลาดรวมสูงถึง 397,000 ล้านบาท เติบโตจากปี 2559 ประมาณ 2-4% โดยเป็นมูลค่าของร้านอาหารขนาดกลางและเล็กประมาณ 275,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 69% ของตลาดรวม ซึ่งผู้ประกอบการกลุ่มนี้โดยส่วนใหญ่จะไม่ใช้เทคโนโลยีในการบริหารจัดการ แต่จะใช้คนบันทึกข้อมูลตั้งแต่การรับออเดอร์ลูกค้าการเช็กสต็อกวัตถุดิบ การทำบัญชีและการรับชำระเงินด้วยเงินสดซึ่งทำให้เกิดปัญหาในการบริหารจัดการ และมีความเสี่ยงจากการบันทึกข้อมูลผิดพลาดเสียทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายที่อาจจะเกิดขึ้น ธนาคารกสิกรไทยจึงสนับสนุนให้ผู้ประกอบการร้านอาหารนำเทคโนโลยีมาช่วยเพื่อลดปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจนำไปสู่การจัดการที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นสามารถรองรับการเติบโตและขยายธุรกิจในอนาคตได้
ล่าสุด ธนาคารกสิกรไทยในฐานะผู้นำการให้บริการทางการเงินเพื่อเอสเอ็มอีร่วมมือกับเอไอเอส ผู้นำด้าน Digital Life Service Provider ของประเทศซึ่งมีวิสัยทัศน์ที่สอดคล้องกันในการนำเทคโนโลยีและดิจิทัลเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการไทยมาอย่างต่อเนื่อง และร่วมกับเทคสตาร์ตอัพไทยที่มีศักยภาพ 2 ราย คือ FoodStoryผู้ให้บริการระบบบริหารจัดการร้านอาหารและ FlowAccountผู้ให้บริการระบบบัญชีออนไลน์ร่วมกันพัฒนา Food Solution ขึ้นมาเพื่อเป็นระบบบริหารจัดการร้านอาหารครบวงจรที่สุดครั้งแรกของไทยเชื่อมต่อทุกเรื่องการจัดการร้านอาหาร ตั้งแต่กระบวนการบริการหน้าร้านจนถึงการจัดการหลังร้าน เชื่อมต่อระบบบัญชี และระบบการชำระเงิน บนเครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่เร็วที่สุด”
ขณะที่ นายปรัธนา ลีลพนัง รักษาการหัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการตลาด บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เอไอเอส มีความมุ่งมั่นนำเครือข่ายดิจิทัลอันทรงประสิทธิภาพที่เรามีอยู่ ทั้งเครือข่าย 4.5G, 4G, 3G, AIS Super WiFiและ AIS FIBRE ฟิกซ์บรอดแบนด์ที่ดีที่สุด เร็วที่สุด และครอบคลุมจำนวนประชากรมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ของประเทศ มาสร้างการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาโครงสร้างดิจิทัลด้านต่างๆ ของประเทศให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น รวมทั้งตอบโจทย์ Thailand 4.0 ของประเทศ โดยเราให้ความสำคัญกับ Digital transformation ในการนำพาทุกธุรกิจและทุกอุตสาหกรรม เปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ โดยนโยบายหลักของเรา คือการร่วมมือกับพันธมิตรใน Ecosystem ทั้งหมด เพื่อร่วมกันสร้างบริการ Business Solution ที่จะตอบสนองต่อความต้องการในการสร้างธุรกิจในยุคดิจิทัล
สำหรับ Food Solution นับเป็นระบบบริหารจัดการร้านอาหารที่ครบวงจรที่สุดเท่าที่เคยมีมา พัฒนาเพื่อตอบสนองทุกความต้องการในการทำธุรกิจร้านอาหารได้อย่างครบถ้วนในระบบเดียว รองรับความต้องการของร้านอาหารทุกขนาด ทั้งเล็ก กลาง ใหญ่ ทั้งร้านที่มีสาขาเดียวหรือหลายสาขา โดยนำเสนอบริการให้แก่ลูกค้าในรูปแบบแพ็กเกจรายเดือน เพื่อช่วยประหยัดต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้อย่างมาก พร้อมบริการหลังการขายที่ได้มาตรฐานและวางใจได้ตลอดการใช้บริการ
บริการ Food Solution ประกอบด้วยเทคโนโลยี 4 ส่วนหลักที่ทำงานร่วมกัน ดังนี้
1. ระบบบริหารจัดการร้านอาหาร FoodStoryที่ทำงานบนไอแพดแสดงเมนูอาหารและรับออเดอร์ จากนั้นรายการอาหารที่เลือกจะส่งไปที่ระบบหลังร้านเพื่อให้ครัวปรุงอาหารให้ลูกค้า ขณะเดียวกันระบบจะตัดยอดวัตถุดิบในสต็อก จึงช่วยลดเวลาและความผิดพลาดจากการจดออเดอร์หรือทำสต็อกวัตถุดิบด้วยคนที่ต้องรอเมื่อสิ้นวัน
2.ระบบบัญชีออนไลน์ FlowAccountที่เชื่อมต่อกับระบบบริหารจัดการร้านอาหาร FoodStoryและในทุกสิ้นวันยอดขายและต้นทุนของร้านก็จะถูกอัพเดตเข้าระบบบัญชีออนไลน์ โดยผู้ประกอบการไม่ต้องเสียเวลาลงบัญชีใหม่ มีความแม่นยำ ควบคุมรายรับ รายจ่ายได้ชัดเจนขึ้น และสามารถเปิดดูรายงานได้ทุกที่ทุกเวลา
3.นวัตกรรมการรับชำระเงินด้วย mPOSจากธนาคารกสิกรไทย ให้ลูกค้าที่ทานอาหารสามารถชำระด้วยบัตรเครดิตหรือเดบิตผ่านอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับไอแพด นอกจากนี้ธนาคารกสิกรไทย ได้เชื่อมต่อผ่าน API กับระบบบัญชีออนไลน์ FlowAccountของลูกค้า เข้ากับบัญชีธนาคารของกิจการที่ผูกไว้กับแอปพลิเคชั่น K PLUS SME ซึ่งลูกค้าสามารถบริหารจัดการและชำระยอดค้างจ่ายที่มีในระบบของ FlowAccountให้กับคู่ค้าได้ง่ายขึ้น ผ่าน K PLUS SME ช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มความสะดวกให้กับลูกค้า โดยไม่ต้องเอาเงินค่าใช้จ่ายเหล่านี้ไว้กับพนักงานของร้าน
4.ทั้งหมดนี้เชื่อมต่อการทำงานของระบบด้วยเครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่ทรงประสิทธิภาพ เร็วที่สุด และครอบคลุมทั่วประเทศมากที่สุดอันดับ 1 จากเอไอเอส ผู้ประกอบการจึงมั่นใจได้ว่า ระบบบริหารจัดการร้านอาหารบน Food Solution จะดำเนินไปอย่างราบรื่น พร้อมอุ่นใจได้ด้วยบริการหลังการขาย ตลอด 24 ชม.
บริการ Food Solution มีให้เลือก 3 แพ็กเกจ ได้แก่แพ็กเกจ S สำหรับร้านขนาดเล็ก ราคาเริ่มต้น 1,779 บาทต่อเดือนแพ็คเกจ M สำหรับร้านขนาดกลาง ราคาเริ่มต้น 2,870 บาทต่อเดือนและแพ็กเกจ L สำหรับร้านครบวงจรขนาดใหญ่ ราคาเริ่มต้น 3,670 บาทต่อเดือน
นายปรัธนา กล่าวเพิ่มเติมว่า ความร่วมมือครั้งนี้นับเป็นการทำงานร่วมกันของผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดใน Ecosystem การทำธุรกิจร้านอาหารและเทคโนโลยี โดยมี FoodStoryผู้ชนะเลิศจากการแข่งขัน SME ตีแตก THE FINAL ปี 2016 ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านโปรแกรมจัดการร้านอาหาร มาช่วยให้ธุรกิจของผู้ประกอบการร้านอาหารมีความเป็นระบบและบริหารจัดการง่ายยิ่งขึ้น และได้ FlowAccountผู้ชนะโครงการ AIS The Startup ปี 2015 ซึ่งเป็นระบบบัญชีออนไลน์สำเร็จรูป มาเติมเต็มเรื่องการจัดการงานบัญชีของร้าน ให้สะดวก ง่าย และถูกต้องแม่นยำ ซึ่งการประสานความร่วมมือนี้ สะท้อนความตั้งใจของเอไอเอสและธนาคารกสิกรไทยในการส่งเสริมผู้ประกอบการสตาร์ตอัพ โดยร่วมเป็นพันธมิตรพัฒนาบริการออกสู่ตลาดจริง”
นายฐากูร ชาติสุทธิผล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ลีฟวิ่ง โมบาย จำกัดเปิดเผยว่า เทคโนโลยีดิจิทัลมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งกับทุกธุรกิจ ไม่เว้นแม้แต่ธุรกิจร้านอาหาร เมื่อก่อนความยากในการทำร้านอาหารคือ การทำอาหารให้มีรสชาติอร่อย แต่ปัจจุบันความท้าทาย คือ การบริหารจัดการ ซึ่งต้องอาศัยเทคโนโลยีเข้ามาช่วย Food Solution ถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มความสะดวกให้ผู้ประกอบการในการบริหารจัดการร้าน ทำให้ประหยัดต้นทุนและค่าใช้จ่าย มีเวลาไปวิเคราะห์และวางแผนในสิ่งที่เป็นประโยชน์กับธุรกิจ เช่น คิดเมนูใหม่ ทำโปรโมชั่น ดูแลและรับฟัง feedback จากลูกค้าเพื่อนำมาปรับปรุง
ด้าน นายกฤษฎา ชุตินธร กรรมการผู้จัดการ และผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท โฟลว์แอคเคาท์ จำกัด เปิดเผยว่า สำหรับเจ้าของร้านอาหาร สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยก็คืองานทางด้านบัญชีไม่ว่าจะเป็นงานสิ้นวัน หรือการเตรียมเอกสารสิ้นเดือนเพื่อทำสรุปส่งสำนักงานบัญชีการเข้ามาร่วมพัฒนาระบบ Food Solution ทำให้ FlowAccountสามารถเชื่อมต่อกับแอพพลิเคชั่นการจัดการร้านอาหารของ FoodStoryดังนั้นข้อมูลรายได้และค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในร้านบนระบบของ FoodStoryจะถูกส่งต่อมาให้ระบบบัญชีของ FlowAccountอัตโนมัติโดยไม่ต้องพิมพ์ซ้ำ ผู้ใช้งานจึงเห็นสถานะบัญชีของร้านแบบเรียลไทม์ เจ้าของกิจการร้านอาหารที่ใช้ Food Solution จึงมีการจัดการที่ครบวงจรอย่างแท้จริง ลดเวลาในการเตรียมเอกสารทางด้านบัญชี และทำให้มีเวลาพัฒนาธุรกิจมากขึ้น
นายพัชร กล่าวตอนท้ายว่า สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องการไม่ใช่เพียงแค่เงินทุน แต่ยังรวมถึงเครื่องมือที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำธุรกิจ Food Solution เป็นการเชื่อมต่อเทคโนโลยีจากผู้เชี่ยวชาญแต่ละด้าน เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถบริหารร้านได้อย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพ เห็นข้อมูลของธุรกิจและกระแสเงินสด รวมถึงสามารถนำข้อมูลเหล่านั้นมาใช้ในการดำเนินธุรกิจต่อได้อย่างเป็นระบบโดยคาดว่าจะได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการร้านอาหารจำนวนมาก นอกจากนี้ธนาคารกสิกรไทยยังตั้งเป้าจะขยายการจัดทำแพ็กเกจโซลูชั่นเพื่อการสนับสนุนเอสเอ็มอีในธุรกิจอื่น ๆ เพิ่มเติมในอนาคต
ขณะที่ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.หรือ SME Development Bank)ร่วมกับ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง จัดสัมมนา"ปั้นเนื้อหา ปลุกยอดขาย โปรโมตร้านให้ได้ล้าน" ณ อาคารสำนักงานใหญ่ เอสเอ็มอีแบงก์ ทาวเวอร์ ติดสถานีรถไฟฟ้าอารีย์ โดยนายเอกลักษณ์ วิริยะโกวิทยา กรรมการอำนวยการฝ่ายปฏิบัติการบริษัท วงใน มีเดีย จำกัด เว็บไซด์และแอพพลิเคชั่น รีวิวร้านอาหารอันดับ 1 ของไทย ที่จะมาเผยเทคนิคการประชาสัมพันธ์ร้านอาหาร ความงาม สปาบิวตี้ บนสื่อออนไลน์กับผู้เข้าร่วมสัมมนาซึ่งจัดเป็นครั้งแรกสำหรับกิจกรรมนี้โดยเฉพาะและมีการถ่ายทอดสดFacebook live ผ่านเพจศูนย์นวัตกรรมทางเทคโนโลยี(Innovation Center) และ เพจSME Development Bank ด้วยเพื่อให้ผู้พลาดจากการเข้าร่วมงานสัมมนาเชิงปฏิบัติการโดยตรง สามารถติดตามจากการถ่ายทอดสดครั้งนี้
นายมงคล ลีลาธรรม กรรมการผู้จัดการ ธพว. กล่าวว่า ปัจจุบันการค้าขายผ่านสื่อออนไลน์เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะธุรกิจด้านอาหารโมเดลธุรกิจที่สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนเมือง ซึ่งมีข้อจำกัดในด้านเวลาและความสะดวกสบาย และผู้บริโภคปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการเลือกซื้ออาหารสู่ยุค 4.0 จะมีลักษณะของการศึกษาค้นหาข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อ การจัดสัมมนาครั้งนี้นับเป็นโอกาสอันดีเพื่อช่วยติดปีกการตลาดให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและสตาร์ตอัพเติบโตสร้างกระบวนการเรียนรู้ความคิดสร้างสรรค์ด้านการเขียนเทคนิคการทำตลาดการประชาสัมพันธ์ร้านอาหารกับวงใน(Wongnai)กูรูเว็บและแอพฯรีวิวร้านอาหารอันดับ 1 ของไทยที่มีความแข็งแกร่งในสื่อโซเชียลเน็ตเวิร์ก ในเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ทวิตเตอร์ และไลน์ ที่มียอดผู้ติดตามในสื่อโซเชียลรวม 8.4 ล้านคน และสถิติกว่า 10 ล้านคนการเข้าชม และ 70 ล้านครั้งหน้าเว็บที่ถูกเปิดดูต่อเดือน ซึ่งจะมีพลังช่วยผู้ประกอบการโปรโมตร้านค้าและช่วยโฆษณาประชาสัมพันธ์เป็นช่องทางนำสินค้าเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้เป็นอย่างดี สอดรับกับลักษณะผู้ใช้วงในจากสถิติ 84% ใช้ผ่านสมาร์ทโฟน ผู้ใช้สามารถค้นหาร้านอาหารทั่วประเทศไทย ตามสถานที่และประเภทได้ในทุกเวลาที่ต้องการ โดยมีรีวิวจากผู้ใช้ที่ไปกินด้วยตัวเองมาช่วยประกอบการตัดสินใจ ซึ่งรีวิวนี้เองที่เป็นตัวขับเคลื่อนหลักของการเติบโต ที่ผู้ใช้งานวงในสามารถเขียนความคิดเห็น อัพโหลดรูปภาพ และให้คะแนนร้านอาหารในวงในได้ตลอดเวลาด้วย ซึ่งเทคนิคเหล่านี้จะเป็นไอเดียให้ผู้ประกอบการสามารถนำไปปรับใช้เชื่อมต่อกับธุรกิจของตัวเองต่อไป และอาจเป็นโอกาสในอนาคตส่วนหนึ่งของร้านค้าที่จะเป็นฐานสมาชิกลงทะเบียนกับวงในที่ปัจจุบันมีกว่า 2.4 ล้านราย อยู่ในฐานข้อมูลร้านอาหารกว่า 2 แสนร้านในระบบต่อไป
ขณะที่ บรรดาค่ายบัตรเครดิตต่างจับมือกับบรรดาร้านอาหารในหารออกแคมเปญต่างๆ เช่น “เคทีซี” ให้สมาชิกอิ่มอร่อยสุดคุ้มกับแคมเปญ “อิ่มนี้มีคืน กับบัตรเครดิตเคทีซี” ณ ร้านอาหารใน 3 ศูนย์การค้า โดยนางประณยา นิถานานนท์ ผู้อำนวยการ – ธุรกิจบัตรเครดิต “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ "ศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ และพาราไดซ์ พาร์ค" จัดแคมเปญ “อิ่มนี้มีคืน กับบัตรเครดิตเคทีซี” ให้สมาชิกนักชิมได้อิ่มอร่อยกับร้านอาหารใน 3 ศูนย์การค้ายอดนิยมด้วยสิทธิพิเศษ 2 ต่อ ดังนี้
ต่อที่ 1 รับส่วนลดพิเศษ (ตามเงื่อนไขของแต่ละร้าน) ณ ร้านอาหารที่ร่วมรายการภายในศูนย์การค้า สยามเซ็นเตอร์ สยาม ดิสคัฟเวอรี่ และพาราไดซ์ พาร์ค ต่อที่ 2 เพียงสมาชิกใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเคทีซี วีซ่า ณ ร้านอาหารที่ร่วมรายการ และใช้คะแนนสะสม KTC Forever Rewards จำนวนเท่ากับยอดเซลส์สลิป แลกรับเครดิตเงินคืน 20%หรือใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเคทีซี มาสเตอร์การ์ด หรือเคทีซีเจซีบี แลกรับเครดิตเงินคืน 15% ที่ศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์ (ณ จุดแลกของสมนาคุณเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ชั้น 1) / สยาม ดิสคัฟเวอรี่ (ณ จุดแลกของสมนาคุณเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ชั้น จี) และพาราไดซ์ พาร์ค (ณ จุดแลกของสมนาคุณเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ชั้น จี หรือชั้น 2 โซนธนาคาร) ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม - 30 มิถุนายน 2560
จิรัฐติกาล ศิริพูนทรัพย์ ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจบัตรเครดิต ธนาคารยูโอบี ร่วมกับกมลสุทธิ์ ทัพพะรังสี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มูเก็นได จำกัด เจ้าของ ร้าน มูเกนได ฮอนเท็น โดยมี ชาคริต แย้มนาม UOB Dining Ambassador ร่วมมอบสิทธิพิเศษ สำหรับผู้ถือบัตรเครดิตยูโอบี กับแคมเปญ “บัตรเครดิตยูโอบี มื้อนี้...ใช่เลย” พิเศษอภิสิทธิ์เฉพาะผู้ถือบัตรเครดิต พรีวิไมลส์ พรีวิเลจแบงกิ้ง รับส่วนลด 15% สำหรับบัตรอื่นๆ รับส่วนลด 10% สำหรับค่าอาหาร ที่มูเกนไดทั้ง 3 สาขา ได้แก่ มูเกนได เพนท์เฮาส์ (ดิ เอ็มควอทียร์), มูเกนได สเต็กเฮาส์ (สยาม พารากอน) และ มูเกนได ฮอนเท็น (ทองหล่อ) ตั้งแต่ 1 มิ.ย.60 – 30 มิ.ย.61 นอกจากนี้ทางธนาคารยูโอบี ยังจัดโปรโมชั่นรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 15% เพียงใช้คะแนนเท่ายอดใช้จ่ายในหมวดร้านอาหารทุกร้านอาหาร ทุกยอดใช้จ่าย ไม่ว่าจะเป็น ร้านอาหารทั้งในประเทศ หรือต่างประเทศ จำกัดการแลกคะแนนสูงสุดถึง 3,000 คะแนน/เดือน หรือรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 450 บาท / เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. – 30 มิ.ย. 60 นี้