อุตสาหกรรมอาหารไทยคึกคัก ส่งออกไปยังประเทศต่างๆ มากกว่า 200 ประเทศทั่วโลก คาดมูลค่าทะลุ 27.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐโตฉลุยจากปี 2559 ที่มีมูลค่า 26.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐถึง4.0%มูลค่าส่งออกติด5 อันดับแรกตลาดโลก คิดเป็นมูลค่าสินค้าอาหารและเกษตรแปรรูป เฉลี่ยมากกว่าปีละ 800,000 ล้านบาท ล่าสุดเปิดฉาก THAIFEX - World of Food Asia 2017 พัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมอาหารไทยและเครื่องดื่มให้เป็นครัวโลก พร้อมผู้ประกอบการด้านอาหารไทยหลากหลายแบรนด์ดังขนสินค้า โชว์นวัตกรรมไทย ดันสินค้าแบรนด์ไทยสู่ตลาดโลก
นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า “ด้วยพื้นฐานการเป็นประเทศเกษตรกรรม จึงมีปริมาณผลผลิตทางการเกษตรจำนวนมากที่นำมาใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมอาหารได้ และทำให้อุตสาหกรรมอาหารกลายเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมศักยภาพของไทย สามารถทำรายได้ให้กับครัวเรือน เกษตรกรและชุมชนในชนบท ไม่น้อยกว่า 10 ล้านคน ปัจจุบันสินค้าอาหารของไทยสามารถส่งออกไปยังประเทศต่างๆ มากกว่า 200 ประเทศทั่วโลก โดยสินค้าอาหารของไทยที่มีมูลค่าการส่งออกจัดอยู่ใน 5 อันดับแรกในตลาดโลก อาทิ ข้าว ไก่แปรรูป อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป กุ้งแช่แข็งและแปรรูป และสิ่งปรุงรสอาหาร คิดเป็นมูลค่าสินค้าอาหารและเกษตรแปรรูป เฉลี่ยมากกว่าปีละ 800,000 ล้านบาท”
“ในส่วนของกระทรวงพาณิชย์นั้น เราดำเนินนโยบายการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมอาหารไทยและเครื่องดื่ม ด้วยการสร้างความน่าเชื่อถือและภาพลักษณ์สินค้าไทยในระดับสากล มีเป้าหมายให้ไทยเป็นครัวของโลก (Thailand Kitchen of the World) รวมถึงการส่งเสริมขีดความสามารถของผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะในระดับ SMEs และวิสาหกิจรายย่อย มุ่งเน้นนำเทคโนโลยีนวัตกรรมอาหาร (Food Innovation) มาใช้ในภาคการผลิต เพื่อสร้างมูลค่าให้กับสินค้า ซึ่งจะสามารถยกระดับผู้ประกอบการไปสู่ตลาดโลกอย่างมีประสิทธิภาพและเข้มแข็ง การจัดงาน THAIFEX - World of Food Asia ของกระทรวงพาณิชย์ โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ร่วมกับพันธมิตรภาคเอกชน หอการค้าไทย และโคโลญเมสเซ่ ประเทศเยอรมนี ถือเป็นกลไกหนึ่งของกระทรวงพาณิชย์ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว” นางอภิรดี กล่าว
ด้านนางมาลี โชคล้ำเลิศ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวต่อว่า “สำหรับงาน THAIFEX - World of Food Asia 2017 ในปีนี้ ได้รับการตอบรับจากบริษัทชั้นนำในวงการอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มเข้าร่วมงานจำนวนกว่า 2,200 บริษัท 5,200 คูหา จาก 40 ประเทศ ซึ่งในปีนี้ยังเป็นปีแรกที่กลุ่ม Modern Trade รายใหญ่ อาทิ Makro Big C Tops Supermarket เข้าร่วมงาน และยังมีผู้ประกอบการรายใหม่เพิ่มขึ้นกว่า 30% โดยกรมฯ ได้ตั้งเป้าหมายมีผู้เข้าชมงานประมาณ 150,000 ราย ทั้งนี้คาดว่ามูลค่าการสั่งซื้อสินค้าจะไม่ลดน้อยกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าสำคัญมีแนวโน้มดีขึ้น จึงคาดว่าความต้องการสินค้าอาหารทั่วโลกจะเพิ่มขึ้น
“ไฮไลต์ของงานในปีนี้จะเน้นชูนวัตกรรมอาหารเป็นหลัก รวมถึงการนำเสนอ 11 เทรนด์อาหารโลก เพื่อให้ผู้ประกอบการได้รับทราบแนวโน้มใหม่ๆ มีโอกาสและช่องทางใหม่ๆ ในการคิดค้นอาหารประเภทต่างๆ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้า ซึ่งปัจจุบันการนำนวัตกรรมมาพัฒนาในอุตสาหกรรมอาหารนั้นมีทิศทางและแนวโน้มให้เข้ากับวิถีชีวิตของคนเมืองมากขึ้น มีการพัฒนาจัดทำในรูปแบบของอาหารพร้อมรับประทาน (Ready to Eat) มีความสะดวกรวดเร็วแต่ยังคงไว้ซึ่งคุณประโยชน์ รวมถึงการพัฒนาอาหารจากวัตถุดิบท้องถิ่นที่ช่วยสร้างรายได้ให้กับชุมชน การหันมาคำนึงผลทางด้านสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยการใช้วัสดุเหลือใช้เพื่อพัฒนานวัตกรรม”
ด้านผู้ประกอบการไทย “นายอภิศักดิ์ เทพผดุงพร กรรมการผู้จัดการและผู้อำนวยการฝ่ายขายต่างประเทศ บริษัท เทพผดุงพรมะพร้าว จำกัด” กล่าวว่า จากการเล็งเห็นถึงช่องทางการผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าประเภทอาหารสำเร็จรูป ด้วยการใช้ความได้เปรียบของประเทศไทยในด้านผลิตผลทางการเกษตรให้เป็นประโยชน์ ทำให้เทพผดุงพรมะพร้าวมีแนวทางที่เข้มแข็งในการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปที่ได้มาตรฐานโลก ผ่านแบรนด์ชาวเกาะ ในการผลิตผลิตภัณฑ์กะทิและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมะพร้าว และแบรนด์แม่พลอย ในรูปแบบของการผลิตผลิตภัณฑ์เครื่องปรุงอาหารไทยรสชาติต้นตำรับ และในปัจจุบันเทพผดุงพรมะพร้าวได้มุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดรับกับความต้องการของตลาดโลก ผ่านการคิดค้น พัฒนา และปรับปรุงสินค้าให้ตอบโจทย์ รับเทรนด์ความต้องการของผู้บริโภคที่มีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และยังคงคำนึงถึงมาตรฐานและความปลอดภัยระดับสากล
ล่าสุด บริษัทได้เปิดตัว 4 ผลิตภัณฑ์ใหม่พร้อมบุกตลาดต่างประเทศ ได้แก่ มะพร้าวอบกรอบ ตราชาวเกาะ อาหารว่างรสชาติอร่อยและดีต่อสุขภาพ 3 รสชาติ ได้แก่ รสต้นตำรับ รสซาวครีม และรสเบคอนชีส, วุ้นมะพร้าวแคลอรี่ต่ำบรรจุถุง ตราชาวเกาะ อาหารทางเลือกของการลดน้ำหนักและมีส่วนช่วยในเรื่องการขับถ่าย, น้ำจิ้มซีฟู้ด ตราแม่พลอย สูตรพิเศษที่ปรุงจากวัตถุดิบคุณภาพสู่รสชาติต้นตำรับแบบไทย ที่ถูกปากชาวต่างชาติ, และผลิตภัณฑ์ไฮไลต์ ได้แก่ “โคโค่นัท มิลค์ ดริ้งก์” กะทิพร้อมดื่มตราชาวเกาะ รสชาติหอมมัน กลมกล่อม เป็นเครื่องดื่มที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของชาวต่างชาติโดยเฉพาะ ซึ่งกะทิพร้อมดื่มเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ มากมาย มีฤทธิ์ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ไม่มีคอเลสเตอรอล และไม่มีแลคโตส จึงเป็นเครื่องดื่มทางเลือกสำหรับผู้รักสุขภาพ ทั้งนี้ ทางเทพผดุงพรมะพร้าว ตั้งเป้าให้กะทิพร้อมดื่มดังกล่าวเป็น อีกหนึ่งสินค้าใหม่มาแรงที่สามารถบุกตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา ที่เป็นตลาดหลักของผลิตภัณฑ์กะทิชาวเกาะ
สำหรับกลยุทธ์ทางการตลาดของเทพผดุงพรมะพร้าว วางไว้ 3 ข้อ ดังนี้ 1.เจาะตลาดทั้งทางออฟไลน์และออนไลน์ เนื่องจากปัจจุบัน โลกออนไลน์มีความสำคัญและมีอิทธิพลต่อผู้บริโภคเป็นอย่างมาก แต่ในขณะเดียวกันการโฆษณาประชาสัมพันธ์แบบดั้งเดิมก็ยังคงสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยเช่นกัน ฉะนั้นการใช้เครื่องมือทางการตลาดแบบผสมผสาน เพื่อสร้างการรับรู้ในตราสินค้าให้ถึงทุกกลุ่มเป้าหมาย 2.บุกทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ ผ่านการใช้กลยุทธ์ที่แตกต่างกัน โดยสำหรับตลาดภายในประเทศ จะเน้นการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย การผลิตรายการอาหาร ตลอดจนการจัดโครงการเพื่อสังคมต่างๆ และสำหรับตลาดต่างประเทศ จะเน้นการเข้าร่วมกิจกรรม ออกบูธและงานนิทรรศการต่างๆ อาทิ เทรดแฟร์ เพื่อสร้างความรู้จักในระดับนานาชาติ ควบคู่ไปกับการหาช่องทางเข้าสู่ตลาดใหม่ๆ อยู่เสมอ และ 3.จับเทรนด์ และตามกระแสโลก อย่างเช่น กระแสเทรนด์รักสุขภาพและการออกกำลังกาย ทางเทพผดุงพรมะพร้าวจึงจับมือเป็นพันธมิตรกับทางสโมสรลิเวอร์พูลและจัดทำเป็นแคมเปญประชาสัมพันธ์อย่างเต็มรูปแบบ
ทั้งนี้ บริษัทเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารประเภทกะทิสำเร็จรูปในรูปแบบต่างๆ เพื่อการส่งออกรายใหญ่เป็นอันดับ 1 ของโลก โดยมีกำลังการผลิตกะทิกว่า 120,000 ตันต่อปี น้ำมะพร้าวกว่า 20,000 ตันต่อปี ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมะพร้าวอื่นๆ อีกกว่า 20,000 ตันต่อปี ทั้งนี้ ในปี 2559 ที่ผ่านมา เทพผดุงพรมะพร้าว มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 10 % โดยตลาดหลักยังคงเป็นการส่งออกไปยังต่างประเทศถึง 80% ครอบคลุมกลุ่มลูกค้ากว่า 40 ประเทศทั่วโลก โดยตลาดหลักได้แก่ สหรัฐอเมริกาและแคนาดา 55% กลุ่มประเทศโอเชียเนีย 16% จีนและญี่ปุ่น 15% และประเทศในเขตยุโรป 13%
ทั้งนี้ บริษัท เทพผดุงพรมะพร้าว จำกัด ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงาน THAIFEX – World of Food ASIA 2017 ด้วยการออกบูธจัดแสดงสินค้ากว่า 200 รายการจากสองแบรนด์หลัก ได้แก่ แบรนด์ชาวเกาะ ผลิตภัณฑ์กะทิและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมะพร้าว และแบรนด์แม่พลอย ผลิตภัณฑ์เครื่องปรุงอาหารไทยรสชาติต้นตำรับ เพื่อเป็นการสร้างการรับรู้แบรนด์ไปยังตลาดต่างประเทศมากขึ้นด้วย

ด้าน นายณัฐพล วิสุทธิไกรสีห์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเซียติค อุตสาหกรรมเกษตร จำกัด กล่าวว่า บริษัท เป็นผู้ผลิต แปรรูป และส่งออกผลิตภัณฑ์จากมะพร้าวรายใหญ่ของประเทศไทยด้วยผลิตภัณฑ์หลากหลาย อาทิ น้ำมะพร้าวแท้ 100% พร้อมดื่ม “โคโค่แม็ก” (Cocomax), กะทิแท้ 100% “อัมพวา” (Ampawa), และน้ำนมมะพร้าวพร้อมดื่มรายแรกของประเทศไทยที่มีส่วนผสมของน้ำและเนื้อมะพร้าว “มิลค์กี้ โคโค่” (Milky Coco) และขณะนี้บริษัทมีอัตราการเติบโตเป็น 1 ใน 3 ในกลุ่มบริษัทยักษ์ใหญ่ที่เป็นผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์มะพร้าวของประเทศไทย โดยปีที่ผ่านมาบริษัทปิดรายได้อยู่ที่ 2500 ล้านบาท แบ่งเป็นสัดส่วนรายได้จากตลาดต่างประเทศอยู่ที่ 70% และในประเทศอยู่ที่ 30% ซึ่งตลาดส่งออกต่างประเทศปัจจุบันเราได้ส่งไปแล้วกว่า 74 ประเทศ โดยแบ่งเป็น 4 โซนหลักๆ ได้แก่ อเมริกาที่มียอดส่งออกสูงสุดกว่า 40% อันดับต่อมาคือ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และประเทศแทบตะวันออกจากโดยสัดส่วนยอดขายก็ยังคงมาจากกะทิอยู่ที่ 60% และน้ำมะพร้าว 40%
อย่างไรก็ตาม สำหรับปีนี้บริษัทมีแผนจะทำการลงทุนขยายโรงงานเพิ่มไลน์กำลังในการผลิตมากขึ้น ภายใต้งบที่วางไว้ราว 2,000 ล้านบาท ในการขยายพื้นที่จากโรงงานเดิมที่มีอยู่จำนวน 60 กว่าไร่ ในการเพิ่มกำลังการผลิตให้เพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่า จากปัจจุบันโรงงานที่มีอยู่มีกำลังการผลิตอยู่ที่ 4,000 ตู้ ต่อวัน อีกทั้งในอนาคตเรามีแผนจะขยายเพิ่มไลน์สินค้าไปยังส่วนของอาหาร ขนม ที่แปรรูปมามากมะพร้าวอีกด้วย จึงได้ลงทุนการขยายโรงงานดังกล่าวเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต ส่วนสิ้นปีนี้บริษัทตั้งเป้าว่า
“ในปี 2560 นี้ บริษัทยังคงให้ความสำคัญกับการนำเสนอสินค้าที่มีคุณภาพ สร้างความต่างให้โดดเด่นด้วยการใช้นวัตกรรมพัฒนาผลิตภัณฑ์มะพร้าวที่สามารถเทียบเคียงคุณภาพกับธรรมชาติ เพื่อให้คนไทยได้บริโภคสินค้าที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย รวมทั้งขยายช่องทางการจัดจำหน่าย การโฆษณาและประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์และการส่งเสริมการขายเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันก็จะขยายฐานตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงการต่อยอดวิจัยและพัฒนา (R&D) ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ รวมถึงการบริหารจัดการเพื่อใช้ทุกส่วนของมะพร้าวให้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด โดยสิ้นปีนี้บริษัทตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ราว 4,000 ล้านบาท”
ล่าสุด ปีนี้บริษัทก็ได้เข้าร่วมแสดงสินค้าภายในงาน “THAIFEX-World of Food Asia 2017” งานมหกรรมอาหารที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ในการนำผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมะพร้าวมาจัดแสดง พร้อมกิจกรรมพิเศษและโปรโมชั่นมากมาย โดยไฮไลต์ของบริษัทในปีนี้คือ สร้างการเข้าถึงและมีส่วนร่วมของกลุ่มผู้บริโภคในยุคดิจิตอลโดยใช้เทคโนโลยี “ Virtual Reality” หรือ “VR” และ “Augmented Reality” หรือ “AR” ผ่านแบรนด์ “โคโค่แม็ก” และ “อัมพวา” ซึ่งถือเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมธุรกิจมะพร้าวในประเทศไทยอีกด้วย
ด้าน นายวิเศษ วิศิษฏ์วิญญู กรรมการผู้จัดการ และคณะผู้บริหารระดับสูง บริษัท ซีพีแรม จำกัด กล่าวว่า เราได้เข้าร่วมแสดงศักยภาพด้านนวัตกรรมอาหารพร้อมรับประทาน และเบเกอรี่ จากผลิตภัณฑ์ในกลุ่มบริษัท ซีพีแรม จำกัด กับแนวคิด Safe Food for a Vital Word “อาหารปลอดภัย เพื่อโลกสดใส” พร้อมร่วมผลักดันประเทศไทย สู่เมืองนวัตกรรมอาหารภูมิภาค และเป็นการรวมตัวของผลิตภัณฑ์และบริการ อาทิ แบรนด์เจด ดราก้อน แบรนด์เลอแปง แบรนด์เดลี่ไทย แบรนด์ เดลิกาเซีย แบรนด์ซีพีแรมเคเทอริ่ง และแบรนด์ฟู้ดดี้ดี ภายในงาน Thaifex-World of food ASIA 2017 ด้วยเช่นกัน
โดย ซีพีแรม ได้จัดแสดงสินค้านวัตกรรมแบรนด์ต่างๆ ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ของกลุ่มบริษัท ซีพีแรม จำกัด อีกทั้งพบกับบริษัท ซีพี ฟู้ดแล็บ จำกัด ซึ่งมีภารกิจวิจัยและพัฒนานวัตกรรมอาหาร ทั้งนี้ งานวิจัยของ “ ซีพี ฟู้ดแล็บ” จะเน้นจากการรับปัญหา และความท้าทายจากบริษัท ซีพีแรม จำกัด มาสร้างโจทย์ เพื่อทำงานวิจัยพื้นฐานประยุกต์ และส่งต่อให้ทีมพัฒนาสินค้าใหม่ (New Product Development ; NPD) รวมถึงการวิจัยเชิงลึก เป็นต้นนอกจากนี้ พบกับช่องทางจำหน่ายสินค้า และบริการในรูปแบบ Vending Machine หรือตู้หยอดเหรียญ และ Food Van หรือครัวเคลื่อนที่เพื่อจำหน่ายอาหารหลากหลายชนิด ภายใต้แบรนด์ Foodie:Dเพื่อตอบโจทย์วิถีการดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วของผู้บริโภคที่ต้องการต้องความสะดวกมากยิ่งขึ้น รวมถึงโครงการเรียนรู้ คู่อาชีพ เพื่อวิถีเกษตรที่ยั่งยืน หรือ “เกษตรกรคู่ชีวิต” โครงการดีดีที่ซีพีแรมได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง
มาที่ด้าน นายสุขวัฒน์ ด่านเสริมสุข ประธานคณะผู้บริหาร ธุรกิจอาหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด(มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ กล่าวว่า เราได้เข้าร่วมงาน THAIFEX – World of Food Asia 2017 มาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 14 โดยในปีนี้นำเสนอนวัตกรรมอาหารตามเทรนด์อาหารโลก เพื่อสร้างความยั่งยืนในคุณภาพชีวิตของผู้บริโภคบนพื้นฐานของความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม ภายใต้แนวคิด “Sustainable Kitchen of the World” เนื่องจากซีพีเอฟยังคงตอกย้ำการเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมอาหารปลอดภัย ที่มีกระบวนการผลิตจากเทคโนโลยีอันทันสมัย เพื่อให้ได้อาหารคุณภาพสูง ปลอดภัยต่อการบริโภค ตลอดจนคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมอาหารอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์เทรนด์อาหารโลกและการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและความสนใจของผู้บริโภคที่เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุและผู้รักสุขภาพมากขึ้น โดยตลอดห่วงโซ่การผลิตต้องให้ความสำคัญกับความยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมด้วย
“การคิดค้นนวัตกรรมอาหารของซีพีเอฟไม่เคยหยุดนิ่ง ขณะที่ปัจจุบันผู้บริโภคทั่วโลกต่างให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น จึงมีการคิดค้นอาหารที่จะตอบสนองต่อเทรนด์ที่กำลังเกิดขึ้นนี้ รวมถึงตอบโจทย์ความต้องการของคนทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ หรืออาหารเพื่อคนเฉพาะกลุ่ม ซึ่งอาหารสำเร็จรูปทุกเมนูของซีพีเอฟจะถูกพัฒนาโดยนักวิชาการทางอาหารและนักโภชนาการ สามารถสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยทางอาหารและคุณค่าทางโภชนาการที่ผู้บริโภคกลุ่มต่างๆควรจะได้รับ”
โดยบูธของซีพีเอฟในงาน THAIFEX ปีนี้ จะเห็นการนำเสนอนวัตกรรมอาหารใหม่ๆของซีพีเอฟที่ได้ส่งออกไปจำหน่ายยังประเทศต่างๆทั่วโลก ผลิตภัณฑ์อาหารเหล่านี้ได้รับยอมรับจากคู่ค้าในแต่ละประเทศอย่างมาก ทั้งในด้านของความปลอดภัยทางอาหาร มาตรฐานการผลิต ตลอดจนรสชาติความอร่อยที่ถูกปากผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่ รวมถึงบางประเทศ เช่น สหภาพยุโรปที่ให้ความสำคัญถึงห่วงโซ่การผลิตอาหารด้วย การส่งสินค้าเข้าไปจำหน่ายในประเทศเหล่านี้ได้ ย่อมหมายถึงได้รับการยอมรับในมาตรฐานการผลิตอาหารที่คำนึงถึงความยั่งยืนด้วย
ปิดท้าย นายโฮ เรน ฮวา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการ บริษัท ไทยวา จำกัด (มหาชน) (TWPC) ผู้ผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์แป้งมันสำปะหลัง และผู้นำตลาดผลิตภัณฑ์วุ้นเส้นในประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้เปิดตัวไลน์สินค้าใหม่ภายใต้แบรนด์ มังกรคู่ เอเชียน อินสไปร์ (Double Dragon Asian Inspired Noodle Kit : DD Asian Inspired) ซึ่งเป็นอาหารสำเร็จรูปพร้อมปรุง (Ready-to-cook) จำนวน 5 เมนู ประกอบไปด้วย วุ้นเส้นอบซอสพร้อมปรุง , ก๋วยเตี๋ยวผัดไทยพร้อมปรุง , ก๋วยเตี๋ยวผัดกระเพราพร้อมปรุง , ก๋วยเตี๋ยวผัดแกงเขียวหวาน และก๋วยเตี๋ยวต้มยำพร้อมปรุง โดยจะวางขายทั้งในประเทศและส่งออกไปยังต่างประเทศเป็นหลัก เนื่องมาจากบริษัทฯ เล็งเห็นว่าอาหารในกลุ่ม Ready-to-cook เริ่มมีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องในตลาดโลกโดยเฉพาะในทวีปอเมริกาและยุโรป
โดยจุดเด่นของ DD Asian Inspired นั้นเป็นวุ้นเส้นและก๋วยเตี๋ยวสูตรเฉพาะที่ให้ความเหนียวนุ่ม พร้อมปรุงที่มาพร้อมกับ Signature ซอสที่ให้ความกลมกล่อม อีกทั้งวัตถุดิบที่ได้รับการคัดสรรและผลิตอย่างพิถีพิถัน และใส่ใจในการนำเสนออาหารที่ดีต่อสุขภาพ จึงทำให้ไม่มีสารก่อให้เกิดการแพ้ (Gluten free) ไม่มีวัตถุกันเสีย (No Preservatives) ไม่มีผงชูรส (No MSG Added) ไม่มีสีสังเคราะห์ (No Artificial Colors) และไม่มีการดัดแปรพันธุกรรม (Non GMO) ซึ่งคาดว่าจะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ และชื่นชอบในการประกอบอาหาร ที่เน้นความสะดวกและอร่อยกับเมนูที่ทำเองได้เป็นอย่างดี
"เรามีแผนกลยุทธ์ในการเจาะตลาดใหม่เพื่อขยายฐานลูกค้าในทวีปอเมริกาและยุโรป เนื่องจากตลาดมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องสอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการความสะดวก ประหยัดเวลา รวมถึงอาหารที่ดีต่อสุขภาพ โดยเฉพาะอาหารรสชาติแบบเอเชียซึ่งกำลังเป็นที่นิยม อีกทั้งในปัจจุบัน DD Asian Inspired เป็นแบรนด์เดียวในตลาดที่มีเชฟกะทะเหล็กชื่อดังการันตีความอร่อย ทำให้คาดว่าผลิตภัณฑ์ใหม่นี้จะได้การตอบรับที่ดี และเชื่อมั่นว่าจะเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ช่วยสนับสนุนรายได้ของ TWPC ให้เติบโตในอนาคตต่อไปอย่างแข็งแกร่ง" นายโฮ เรน ฮวา กล่าว