นายอรรถวุฒิ จริงไธสง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วุฒิศักดิ์ คลินิก อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า วุฒิศักดิ์ คลินิก มีแผนการผลักดันธุรกิจเพื่อก้าวสู่การเป็นศูนย์สุขภาพและความงามครบวงจร ภายใต้ชื่อ “วุฒิศักดิ์ เวลล์เนสเวิลด์” ในอีก 5 ปีข้างหน้า ซึ่งแผนดังกล่าวไม่เพียงแต่ขยายธุรกิจภายในประเทศเท่านั้น แต่มีเป้าหมายการนำธุรกิจก้าวสู่ตลาดต่างประเทศ เบื้องต้นได้ขยายตลาดไปยังกลุ่มประเทศ CLMV ที่ประกอบด้วยประเทศกัมพูชา ลาว เมียนมาร์และเวียดนาม และมีแผนการรุกไปยังประเทศอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ ขั้นตอนอยู่ระหว่างการเจรารายละเอียด
สำหรับรูปแบบการให้บริการของ “วุฒิศักดิ์เวลล์เนสเวิลด์” จะเป็นแบบการขายแฟรนไชส์ใน 3 โมเดล ประกอบด้วย 1. รูปแบบคลินิก ใช้งบงบลงทุน 6-8 ล้านบาท พื้นที่ 120 ตารางเมตร โดยการให้บริการเหมือนกับการให้บริการของวุฒิศักดิ์ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น การดูแลผิวพรรณ ศัลกรรมตกแต่งขนาดเล็ก 2.รูปแบบบิวตี้เซ็นเตอร์ งบลงทุน 5-7 ล้านบาท พื้นที่ 80-100 ตารางเมตร ซึ่งรูปแบบนี้จะมีการจำหน่ายสินค้าภายใต้แบรนด์วุฒิศักดิ์ ทั้งในกลุ่มสกินแคร์ ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวในเชิงรักษา 3.รูปแบบช็อปรีเทล จะเป็นร้านค้าฝากขายสินค้าจากพันธมิตร และจำหน่ายสินค้าภายใต้แบรนด์ของวุฒิศักดิ์ แบ่งสัดส่วนเป็น 80% และ 20% ตามลำดับ ใช้เงินลงทุนที่ลงทุน 1.2-2.5 ล้านบาท
“ทางวุฒิศักดิ์ คลินิก ได้วางเป้าหมาย 3 ปี นับจากนี้จะเปิดให้บริการแฟรนไชน์รูปแบบใหม่ได้ 300 แห่ง แบ่งเป็น รูปแบบคลินิก 150 แห่ง บิวตี้เซ็นเตอร์50 แห่ง และช็อปรีเทล100 แห่ง ซึ่งเหตุผลที่ต้องการผลักดันให้วุฒิศักดิ์ คลินิก การก้าวสู่การเป็นศูนย์สุขภาพและความงามครบวงจรนั้น เพื่อต้องการสร้างแบรนด์ของไทยให้เป็นอินเตอร์ชั่นแนลก้าวสู่ตลาดสากล ซึ่งรูปแบบการขยายการลงทุนนั้นจะเป็นการขายแฟรนไชส์ทั้งในและต่างประเทศ โดยการให้บริการจะเหมือนกันทุกอย่าง ซึ่งรูปแบบของแฟรนไชส์ทั้ง 3 แบบ คาดว่าจะใช้ระยะเวลาการคืนทุนประมาณ 3-4 ปี ปัจจุบันวุฒิศักดิ์ คลินิกได้เปิดให้บริการสาขาต่างประเทศแล้วที่ลาว เขมร พม่า เวียดนาม แต่จะมีการปรับปรุงสัญญาแฟรนไชส์ใหม่ทั้งหมด”
ขณะที่แผนการรุกตลาดในประเทศปี 2560 นั้น คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการรูปแบบแฟรนไชส์ใหม่ภายในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ รวมทั้งบริษัทมีแผนการรีโนเวทสาขา จากปัจจุบันที่มีสาขาเปิดให้บริการทั้งหมด 120 แห่ง ซึ่งคาดว่าในปีนี้จะสามารถรีโนเวทสาขาได้ประมาณ 50 แห่ง ใช้งบลงทุนประมาณ 4-5 แสนบาทต่อสาขา และจะรีโนเวทครบทั้งหมดภายในสิ้นปี 2561
“ สำหรับการลงทุนในปีนี้ บริษัทได้วางงบประมาณไว้ 300 ล้านบาท แบ่งเป็นงบสำหรับการตลาด ทั้งโฆษณาประชาสัมพันธ์ รวมถึงงานวิจัยและพัฒนาสินค้า หรือ R&D 180 ล้านบาท ส่วนที่เหลือ 120 ล้านบาท เป็นการเปิดสาขาใหม่ ขณะที่รายได้ตั้งเป้าไว้ 2,000 ล้านบาท หรือมีอัตราการเติบโตเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา 10%”