นายศุภพงษ์ เพชรสุทธิ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า สำหรับภาพรวมและการแข่งขันของตลาดรวมธุรกิจสินค้าอุปกรณ์เพื่องานก่อสร้างปีที่ผ่านมาด้วยทิศทางเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยอาจทำให้ตลาดรวมธุรกิจวัสดุก่อสร้างไม่คึกคักเท่าที่ควร อีกทั้งในปีปัจจุบันนี้ ยังมีคู่แข่งรายใหม่ๆเข้ามามากพอสมควร สภาวะตลาดโดยทั่วไปยังถือว่าไม่ค่อยดีมากนักเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ดังนั้นจึงมีการแข่งขันในเรื่องสงครามราคามากพอสมควร แต่แบรนด์ “จระเข้” ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด แบรนด์จระเข้ ที่ได้มีการเปลี่ยนชื่อบริษัทใหม่ ใช้ชื่อ “บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด”อย่างเป็นทางการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จากชื่อเดิมคือ บริษัท เซอรา ซี-เคียว จำกัดโดยดำเนินการจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อบริษัทใหม่ มีผลตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งเหตุที่เราปรับเปลี่ยนชื่อบริษัทนั้น เราต้องการให้ชื่อแบรนด์จระเข้ ซึ่งเป็นแบรนด์สินค้าที่เราเป็นทั้งผู้ผลิตและจัดจำหน่าย กับชื่อของบริษัทเป็นชื่อเดียวกัน จึงเป็นที่มาของชื่อ บริษัท จระเข้คอร์ปอเรชั่น จำกัด
สำหรับการดำเนินธุรกิจในประเทศที่ผ่านผลิตภัณฑ์แบรนด์จระเข้ ได้รับการตอบรับและเป็นที่รู้จักดีของตลาดวัสดุก่อสร้าง โดยกลุ่มสินค้าหลักที่เป็นตัวสร้างยอดขายคือกาวซีเมนต์และกาวยาแนว ซึ่งปัจจุบันเรามีตัวแทนจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ มากกว่า 4,000 ราย ครอบคลุมทั่วทุกแห่ง เข้าถึงทุกชุมชนในทุกพื้นที่ในประเทศ และกลุ่มประเทศ CLMV สร้างยอดขายทำให้ผลประกอบการของบริษัท เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด สำหรับปีนี้เราได้ตั้งเป้ายอดขายเติบโตต่อเนื่องเหมือนทุกๆปี โดยปีนี้จะมุ่งเน้นไปที่ตลาดต่างประเทศกลุ่มCLMV มากขึ้น โดยวางเป้าหมายไว้ที่ ประมาณ 2,800 ล้านบาท เติบโตจากปี 2559ประมาณ 15-20%
“ บริษัทตั้งเป้าว่าแบรนด์จระเข้ พร้อมเตรียมก้าวขึ้นเป็นที่ 1 ในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในอีกไม่นานนี้ ซึ่งภายใน3-5 ปีจากนี้ เราให้ความสำคัญในการทำตลาดต่างประเทศมากขึ้น เร่งเดินหน้ารุกหนักตลาดโลก และตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมเน้นหนักไปที่ตลาดในกลุ่ม CLMV โดยเฉพาะประเทศพม่าและเวียดนาม โดยตั้งเป้ายอดขายในตลาดต่างประเทศ เป็นสัดส่วนอยู่ที่ 25-30% ของยอดขายทั้งหมดซึ่งจะเน้นส่งออกผลิตภัณฑ์ที่เป็นสินค้ามูลค่าสูง (High Value) เพื่อให้ได้เม็ดเงินจำนวนมากเข้าสู่ประเทศไทย และทำการตลาดขยายฐานลูกค้าใหม่ สร้างการรับรู้แบรนด์จระเข้ ให้เป็นที่รู้จักในตลาดต่างประเทศมากยิ่งขี้นหลังวางรากฐานมาแล้ว โดยเริ่มส่งออกผลิตภัณฑ์แบรนด์จระเข้ออกสู่ตลาดต่างประเทศตั้งแต่ปี 2550 เป็นต้นมา”
นอกจากเน้นหนักในการทำการตลาดต่างประเทศแล้ว เรายังมุ่งเดินหน้าสู่สิ่งที่ดีกว่าในทุกๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นการบริหารจัดการระบบการทำงานต่างๆ ขององค์กร ตลอดจนการพัฒนาและวิจัยสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ที่ดีกว่า ล้ำกว่า ตอบสนองและเข้าถึงความต้องการของลูกค้า และความต้องการของตลาดได้มากยิ่งขึ้น เพื่อรองรับการขยายธุรกิจในอนาคตที่จะเกิดขึ้น และที่สำคัญเรามีแผนในการนำบริษัท เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งตอนนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการเตรียมตัวเพื่อเตรียมความพร้อม