“ชาบูตง ราเมน” ปรับราคาบาลานซ์เมนูใหม่ฟูลออปชั่น พร้อมรุกขยายช่องทางออนไลน์เพิ่มยอด

วันศุกร์ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

“ชาบูตง ราเมน” ปรับราคาบาลานซ์เมนูใหม่ฟูลออปชั่น พร้อมรุกขยายช่องทางออนไลน์เพิ่มยอด


นาย พล ศรีแดง ผู้อำนวยการอาวุโส แบรนด์ ชาบูตงร้านราเมนต้นตำรับจากประเทศญี่ปุ่น โดยสุดยอดเชฟราเมนทีวีแชมป์เปี้ยน รายแรก และรายเดียวในประเทศไทย  กล่าวว่า ภาพรวมธุรกิจราเมนในประเทศไทยว่า มูลค่าตลาดรวม (เฉพาะตลาดราเมน) ปีที่ผ่านมา มีมูลค่าราว 3,000ล้านบาท ปัจจุบันชาบูตงมีส่วนแบ่งการตลาดราว 10% ถือเป็นอันดับที่ 1 จากผู้ประกอบการในธุรกิจร้านราเมนระดับพรีเมียมมีผู้เล่นหลักอยู่ราว 3 แบรนด์ และจากภาพรวมธุรกิจในช่วงครึ่งปีแรกยอดขายเป็นไปตามที่คาดไว้โดยมั่นใจว่าภายในสิ้นปีนี้ยอดขายชาบูตงจะเติบโตราว 10% มาจากสาขาเดิมที่เติบโต 5% และเปิดใหม่อีก 2 สาขา ได้แก่ จามจุรีสแควร์ และเซ็นทรัลพระราม 2 พร้อมทำการรีโนเวตสาขาเดิมอีก 3 สาขา ได้แก่  สาขาพารากอน , เซ็นทรัลพระราม 3  และเซ็นทรัลเวิล ให้มีความสวยงามและทันสมัยเพิ่มขึ้นอีกด้วย  โดยสิ้นปีมั่นใจว่าจะสามารถมีรายได้รวมราว  255 ล้านบาท 

นอกจากนี้บริษัทได้วางแผนการดำเนินธุรกิจของบริษัทไว้ภายในระยะเวลา 3-5 ปีนับจากนี้  ในการวางงบประมาณไว้ที่ราว 100 ล้านบาท  ตั้งเป้าขยายสาขาให้ครบ 30 สาขา จากปัจจุบันเปิดให้บริการอยู่ 15 สาขา ที่ส่วนมากจำนวนสาขาอยู่ในกรุงเทพฯ เกือบหมด มีเพียง 1 สาขาเท่านั้นที่อยู่ใน จ. เชียงใหม่  เพื่อผลักดันยอดขายในอีก 3-5 ปีให้เติบโตเป็น 400-500 ล้านบาท 

ส่วนแนวทางการทำตลาดในแต่ละปีบริษัทใช้งบลงทุนราว 10-15 ล้านบาท แบ่งงบไปราว 50 %  ในการรุกทำตลาดออนไลน์มากขึ้นในส่วนของการเพิ่มช่องทางการจำหน่าย ชาบูตงมีแผนที่จะเพิ่ม Digital Commerce Touch Points เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้นเช่น เปิดตัว Mobile Application, Online Ordering ต่างๆและเพิ่มช่องทาง Delivery และ Take Away เนื่องจากในปีที่ผ่านยอดขายจากช่องทางนี้เติบโตค่อนข้างมาก เพราะเป็นการสร้างทางเลือกใหม่ให้แก่ลูกค้าเพิ่มขึ้น ซึ่งระยะนี้ผู้บริโภคเริ่มรับรู้บริการดังกล่าวดีขึ้นแล้ว จึงส่งผลให้ปัจจุบันเรามีสัดส่วนยอดขายแบบ Take away  อยู่มี 5%  และที่เหลือยังคงเป็นการนั่งรับประทานอาหารในร้าน (Dine In ) อยู่ที่  95%

ล่าสุด  ในปีนี้เราจึงทำการปรับเปลี่ยน “Grand Menu 2017”ที่เน้นความจุใจ และความคุ้มค่าของเมนูเพิ่มขึ้น พร้อมมีการปรับราคาขึ้นตามเล็กน้อยเพื่อให้สอดคล้องกับเมนูใหม่ที่เพิ่มความคุ้มค่ามากขึ้น  โดยการเน้น Topping เพราะคนไทยชอบทานราเมน พร้อมกับ Topping เยอะๆโดยแบรนด์จะนำเสนอเมนูใหม่ๆ ในทุกๆ 2-3 เดือน/เมนู โดยทุกๆเมนูที่ออกมาจะคัดสรรจากความนิยมของลูกค้าเป็นหลักซึ่งล่าสุด ชาบูตงเพิ่งปล่อยเมนูใหม่ “วาฟุ คอนซอมเม่ ราเมน” เข้ามาทำตลาดเพิ่มมากขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายหลักของชาบูตงที่จะเป็นกลุ่มนักเรียน นักศึกษาคนวัยทำงาน และเจ้าของธุรกิจอยู่ในช่วงอายุ 18-44 ปี ส่วนกลุ่มเป้าหมายรอง  เป็นนักท่องเที่ยว(ชาวจีน) และชาวญี่ปุ่นที่มาทำงานในประเทศไทย ที่ช่วงอายุ 25 ปีขึ้นไป

ผู้บริหารกล่าว ทิ้งท้ายว่า  จากภาพรวมการแข่งขันธุรกิจร้านอาหารยังรุนแรงอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากนายทุนที่ต้องการเข้ามาเปิดกิจการ โดยเฉพาะการชิงทำเลศักยภาพที่ตั้งอยู่ภายในศูนย์การค้า ต้องยอมรับว่าแย่งกันอย่างหนัก แต่ผู้ประกอบการห้างฯ มักเลือกแบรนด์มีชื่อเสียงมากกว่าร้านค้าที่ไม่คุ้นเคย ส่วนการปรับตัวธุรกิจร้านอาหารคงเน้นการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ช่องทางออนไลน์กลายมาเป็นทางเลือกของผู้ประกอบการ เนื่องจากไม่ต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก แต่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้เป็นอย่างดี ขณะเดียวกันเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยบริการลูกค้าภายในร้าน ก็เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ช่วยบริหารต้นทุนเช่นเดียวกัน

 

 



บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ