นายแวลดดิสลาฟ อังดรีฟ ผู้อำนวยการบริหารธุรกิจผลิตภัณฑ์กาแฟและครีมเทียม บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด กล่าวว่า จากเมื่อ 9 เดือนที่ผ่านมาบริษัทได้ทำการเปิดตัว “เนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรู” ผสมกาแฟคั่วบดละเอียดค่อนข้างประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากด้วยยอดขายกว่า 2,500 ล้านแก้ว เทียบเท่ากับยอดการบริโภค 100 แก้ว ต่อ 1 วินาที ซึ่งตรงกับผลการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับผู้บริโภค ในกลุ่มคนรักกาแฟชาวไทย พบว่าผู้บริโภคต้องการเพลิดเพลินและดื่มด่ำไปกับการดื่มกาแฟในแบบฉบับของตัวเอง กับกาแฟที่มีรสชาติและกลิ่นหอมของกาแฟสดคั่วบดเช่นเดียวกับที่มีในร้านกาแฟ
ดังนั้น ในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ บริษัทได้ใช้งบประมาณ 800 ล้านบาท ส่งสินค้าใหม่ คือ “เนสกาแฟ เรดคัพ” ผสมกาแฟคั่วบดละเอียด หรือกาแฟสด ที่ใช้เวลาศึกษาพัฒนา 2 ปี โดยมาพร้อมกับประสบการณ์การดื่มกาแฟที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ 3สัมผัส คุณสามารถเพลิดเพลินกับการดื่มเนสกาแฟเรดคัพ ใหม่ได้อย่างเต็มรสเต็มกลิ่นในแบบกาแฟดำที่ปราศจากน้ำตาลหรือนม โดยงบรวมดังกล่าวข้างต้นนั้นบริษัทจะแยกเป็น 400 ล้านบาท ใช้ในการลงทุนด้านการผลิตที่โรงงานฉะเชิงเทรา และอีก 400 ล้านบาทเป็นงบการตลาด พร้อมกันนี้ ยังดึงศิลปินชื่อดัง ธนชัย (ป๊อด) อุชชิน เป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ เพื่อเข้าถึงคนรักกาแฟทั่วประเทศ
ผู้บริหารกล่าวต่อว่า สำหรับตลาดรวมยังคงมีการแข่งขันกันรุนแรงจากผู้ประกอบการหลายราย ทั้งการออกสินค้าใหม่ การจัดกิจกรรมตลาด การส่งเสริมการขาย ในทุกเซ็กเมนต์ โดยที่ตลาดรวมในทุกกลุ่มยังคงมีการเติบโตโดยตลาดรวมกาแฟในประเทศไทยปีที่แล้ว (2559) เติบโตเพียง 1% จากมูลค่าตลาดรวมมากกว่า 30,000 ล้านบาท แต่ยังมีโอกาสในการเติบโตอีกมาก เมื่อเทียบจากอัตราการดื่มกาแฟของคนไทยที่มีเพียง 300 แก้วต่อคนต่อปีเท่านั้น ยังต่ำกว่าอีกหลายประเทศ เช่น ญี่ปุ่น 400 แก้ว, ยุโรป 600 แก้ว หรือฟินแลนด์ 1,000 แก้ว
ทั้งนี้ ตลาดรวมแยกเป็น 1. ตลาดมิกซ์ หรือกาแฟทรีอินวัน มูลค่า 14,000 ล้านบาท สัดส่วน 45% ซึ่งเนสกาแฟแบลนด์แอนด์บรูที่เปิดตัวสูตรใหม่นี้มา 9 เดือนมีแชร์ 55% เป็นผู้นำตลาด 2. กลุ่มตลาดแบบชงเอง มูลค่า 3,800 ล้านบาท สัดส่วน 12% ซึ่งเนสกาแฟมีแชร์ 85% เป็นผู้นำ และ 3. ตลาดกาแฟกระป๋องพร้อมดื่ม มูลค่า 12,000 ล้านบาท สัดส่วน 37% โดยเนสกาแฟมีแชร์30%