“นายกฯขายตรงไทย” ลั่น “ทัวร์โชกุนลวงโลก”ไม่กระทบภาพธุรกิจขายตรงไทย มั่นใจผู้บริโภคปัจจุบันเข้าใจภาพลักษณ์ขายตรงดี ว่าแบบไหนเป็นบริษัทขายตรงที่ถูกต้อง พร้อมเปิดเกมรุก ทำสื่อสร้างความเข้าใจระหว่างธุรกิจขายตรงจริงกับแอบแฝง หลอกลวงประชาชน เผยตลาดขายตรงไตรมาสแรกโต 3% สวนสภาวะเศรษฐกิจ ชี้ปัจจัยบวกจากที่ปรับตัวสู่ตลาดออนไลน์รับยุคดิจิทัล อีกทั้งสินค้าที่หลากหลายเข้าถึงง่าย ประกอบกับคน Jen ใหม่ต้องการประกอบธุรกิจส่วนตัว ชอบงานอิสระ สร้างอาชีพ สร้างรายได้ เฮเข้าธุรกิจขายตรงกว่า 30% คาดสิ้นปีนี้ธุรกิจขายตรงเติบโตพุ่ง 5-8% จากมูลค่ารวม 7 หมื่นล้านแน่นอน
สุชาดา ธีรวชิรกุล นายกสมาคมการขายตรงไทย กล่าวว่า จากกรณีบริษัท เวลท์เอเวอร์ จำกัด หรือทัวร์โชกุน ที่ได้มีกระแสข่าวดังออกไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น ในการการแอบอ้างว่าเป็นธุรกิจขายตรงนั้น ในการซื้อสินค้าและจะได้เดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นในราคาถูก สมาคมได้ตรวจสอบไปยังสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) พบว่าบริษัทดังกล่าวไม่ได้จดทะเบียนธุรกิจขายตรงกับทาง สคบ. รวมถึงไม่ได้ใช้แผนการจ่ายผลประโยชน์ในลักษณะธุรกิจขายตรงด้วย จึงถือว่าไม่เข้าข่ายบริษัทขายตรง ดังนั้นตนเองเชื่อว่าจากเหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบต่อภาพรวมธุรกิจขายตรงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เนื่องจากภาพธุรกิจขายตรงที่ถูกต้องมีความชัดเจนมากขึ้นกว่าในอดีต และปัจจุบันทางสมาคมได้ทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ และสถาบันการศึกษา เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง นอกจากนี้ ยังมีแผนที่จะใช้สื่อออนไลน์เพื่อเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับธุรกิจขายตรงด้วย
ทั้งนี้ ทางสมาคมอยากเตือนประชาชนในการสังเกตว่าธุรกิจลักษณะไหนเป็นขายตรงที่ถูกต้อง คือ อย่างแรกคือ บริษัทนั้นๆ มีสินค้าจริงหรือไม่ ถ้ามีสินค้านั้นมีความน่าเชื่อถือหรือไม่ และ 2.โน้มน้าวการให้เราเลือกซื้อสินค้าเพื่ออะไร หรือเพื่อผลประโยชน์ทางอ้อม ซึ่งธุรกิจขายตรงจะต้องสนใจในเรื่องสินค้านั้นมากๆ เขาชวนเราดูสินค้า หรือไปอบรมเรื่องสินค้านั้นๆ และให้สังเกตว่าเวลาไปอบรมสินค้า มีสินค้านั้นจริงหรือไม่ ให้ลองจดจำและไปสืบค้นและหาข้อมูลสอบทางหน่วยงานต่างๆ อย่างเช่น สมาคม,สคบ.หรือ อย. เป็นต้น หากไม่มีลักษณะแบบนี้ก็น่าจะเกิดข้อสงสัยให้ควรระวัง
นายกสมาคมกล่าวต่อว่า สำหรับภาพรวมของธุรกิจขายตรงไทยในไตรมาสแรก มีอัตราการเติบโต 3% เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปี 2016 จากปัจจัยของการเป็นโมเดลธุรกิจที่มอบโอกาส สร้างอาชีพ สร้างรายได้ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ (Young Generation) ที่ต้องการประกอบธุรกิจส่วนตัว และผู้ที่ต้องการหารายได้เสริมจากงานประจำ จะเห็นได้จากตัวอย่างของบริษัทสมาชิกที่มีจำนวนคนรุ่นใหม่ทยอยเข้าสู่ธุรกิจมากขึ้นถึง 30%อีกทั้งสินค้าที่นำเสนอในธุรกิจขายตรงมีคุณภาพ มีความหลากหลายทั้งในกลุ่มผลิตภัณฑ์และระดับราคา สามารถครอบคลุมและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ในทุกเพศทุกวัย โดยกลุ่มสินค้าที่มียอดขายสูงสุด ได้แก่ กลุ่มสินค้าเพื่อสุขภาพ ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนการตลาดถึง 45% ของตลาดขายตรงรวม เนื่องด้วยเทรนด์ของการดูแลสุขภาพยังคงมาแรง และผู้บริโภคในปัจจุบันยังคงให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง ตามด้วยสินค้าเพื่อความงาม ดูแลผิว น้ำหอม ที่ 23% และกลุ่มที่ 3 จะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน อาทิ เครื่องกรองน้ำ, เครื่องกรองอากาศ เป็นต้น
นอกจากนี้ อีกหนึ่งปัจจัยที่เสริมสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจขายตรงไทยคือการใช้สื่อดิจิทัล ซึ่งปัจจุบันเข้ามามีอิทธิพลจนสามารถทำให้พฤติกรรมของผู้บริโภคเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเด่นชัด หันมานิยมช็อปปิ้งออนไลน์ เลือกสินค้าที่เหมาะสมตรงกับคาแร็กเตอร์ หรือตรงกับความต้องการของตัวเองมากยิ่งขึ้น ทำให้การนำเสนอสินค้าจะต้องมีการสื่อสารในแนวที่ใช่ ในอารมณ์ที่ชอบ เพื่อให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย ประกอบกับคนรอบข้างสามารถสร้างอิทธิพลในการตัดสินใจซื้อมากขึ้นด้วย เช่น เพื่อน, บล็อกเกอร์ หรือผู้ทรงอิทธิพลจากหลากหลายวงการต่างๆ ที่จะแนะนำหรือรีวิวสินค้า ด้วยเหตุนี้จึงทำให้หลายๆ บริษัทในธุรกิจขายตรงเริ่มตื่นตัวและหันมาเพิ่มช่องการสื่อสาร เพื่อสร้างแบรนด์ คอนเน็กชั่นกับผู้บริโภคในช่องทางโซเชียลมีเดียต่างๆ มากขึ้น อาทิ เฟซบุ๊ก ไลน์ เป็นต้น ในขณะเดียวกันสื่อดิจิทัลก็ยังกลายเป็นเครื่องมือในการขยายโอกาสทางธุรกิจ ช่วยเพิ่มจำนวนนักธุรกิจขายตรง ที่ประหยัดเวลา สะดวกและรวดเร็ว อีกทั้ง ถึงแม้ว่าจะมีการแข่งขันที่สูงขึ้นของสินค้าจากหลากหลายช่องทางก็ตาม แต่ยังมั่นใจในธุรกิจขายตรงสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างถ่องแท้ ด้วยการสร้างความสัมพันธ์ทั้งกับดาวน์ไลน์ อัพไลน์ หรือผู้บริโภค ยังคงเป็นจุดเด่นที่มีเอกลักษณ์ของธุรกิจขายตรง
ทั้งนี้ คาดว่าภาพรวมธุรกิจขายตรงทั้งปีนี้ น่าจะเติบโตในอัตรา 5-8% จากปีที่ผ่านมาที่มีมูลค่า 7 หมื่นล้านบาท ซึ่งปีที่ผ่านมาตลาดขายตรงเติบโตถึง 10% จากปี 2558 ที่มีมูลค่า 6.93 หมื่นล้านบาท โดยในช่วงไตรมาส 2 และไตรมาส 3 ของปีนี้ บริษัทสมาชิกของสมาคม 33 บริษัทเตรียมเปิดตัวสินค้าใหม่ การจัดโปรโมชั่น และการทำตลาดเพื่อกระตุ้นยอดขายเพิ่มมากขึ้น จึงเชื่อว่าจะช่วยผลักดันให้ภาพรวมธุรกิจขายตรงเติบโตตามที่วางเป้าหมายไว้
--------------
ภาพประกอบ : http://hoclamgiau.vietuytin.vn/