นายอีริค อีเดลแมน ประธาน บริษัท เฮงเค็ล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เฮงเค็ลเป็นผู้นำในหลากหลายตลาดและประเภทผลิตภัณฑ์ทั่วโลก ที่ดำเนินธุรกิจมายาวนานกว่า 140 ปี และในปี พ.ศ. 2559 เฮงเค็ลมียอดขายอยู่ที่ 18,700 ล้านยูโร (หรือ 691,412 ล้านบาท) แบรนด์ชั้นนำ 3 อันดับแรกของเฮงเค็ล คือ เพอร์ซิล (ผงซักฟอก) ชวาร์สคอฟ (ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม) และล็อคไทท์ (กาว) มียอดขายรวมกันกว่า 6,000 ล้านยูโร (หรือ 221,843 ล้านบาท) เฮงเค็ลมีพนักงานราว 50,000 คนทั่วโลก
สำหรับประเทศไทยเองถือเป็นตลาดเกิดใหม่ที่มีความสำคัญต่อเฮงเค็ลมาก เฮงเค็ล ประเทศไทย มีจำนวนพนักงานมากกว่า 500 คน และประกอบธุรกิจหลัก 2 ส่วน คือธุรกิจเทคโนโลยีกาวซึ่งเฮงเค็ลเป็นผู้ถือครองตลาด โดยภาคธุรกิจดังกล่าวรวมถึงบรรจุภัณฑ์และสินค้าอุปโภคบริโภค อุตสาหกรรมยานยนต์และการเตรียมพื้นผิว อุตสาหกรรมทั่วไป และอิเลคโทรนิกส์ด้วย นอกจากนี้ เฮงเค็ลยังเป็นผู้นำในภาคธุรกิจบิวตี้แคร์ระดับมืออาชีพ และธุรกิจค้าปลีกด้านเส้นผม ในประเทศไทย เฮงเค็ลมีโรงงาน 2 แห่งสำหรับธุรกิจกาว ตั้งอยู่ในเขตบางปะกงในจังหวัดชลบุรี และเขตบางเสาธง ในจังหวัดสมุทรปราการ รวมทั้งมีศูนย์ฝึกอบรมให้ความรู้และให้บริการซ่อมบำรุงรักษาอุปกรณ์เครื่องจักรในงานอุตสาหกรรม 2 แห่ง ในจังหวัดระยอง ส่วนโรงงานของธุรกิจบิวตี้แคร์สำหรับผลิตผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผมนั้นตั้งอยู่ในจังหวัดชลบุรี
อย่างไรก็ตาม ปีนี้เฮงเค็ลได้ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยครบรอบ 45 ปีแล้ว โดยแผนการดำเนินงานของเราปีนี้ เราจะมุ่งเน้นให้ความสำคัญกับคู่ค้าและผู้บริโภค เพิ่มนวัตกรรมและความคล่องตัว รวมไปถึงเร่งการปรับธุรกิจตลอดทั้งห่วงโซ่เข้าสู่ยุคดิจิตอล อีกทั้งภายในปี 2563 เฮงเค็ล ประเทศไทย จะเปลี่ยนโฉมองค์กรด้วยการผลักดันธุรกิจให้เข้าสู่ยุคดิจิตอลของระบบอุตสาหกรรม 4.0 อย่างสมบูรณ์แบบ ตัวอย่าง ธุรกิจบิวตี้แคร์ระดับมืออาชีพได้ออกแอพพลิเคชั่น ‘House of Color บนระบบ Android และ iOS ซึ่งออกแบบมาเพื่อช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับเหล่าแฮร์สไตล์ลิสต์ด้วยเทรนด์ผมล่าสุด รวมทั้งให้คำปรึกษาแบบตัวต่อตัวกับผู้บริโภคด้วย
“การปรับสู่ยุคดิจิตอลนั้นจะสร้างสิ่งที่ดีต่อบริษัท ในขณะที่เราเร่งพัฒนาด้านดิจิตอลสำหรับบริการและธุรกิจทั้งห่วงโซ่ เราก็ส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงสู่ยุคดิจิตอลภายในองค์กร ผ่านโปรแกรมการพัฒนาฝึกฝนให้แก่พนักงานของเรา ทั้งหมดนี้จะช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างคู่ค้าและลูกค้า เพิ่มประสิทธิภาพด้านกระบวนการ และช่วยขับเคลื่อนการเติบโตให้แก่ธุรกิจของเราด้วย โดยเฮงเค็ลได้ตั้งเป้าระดับโลกสำหรับยอดขายที่เกิดจากช่องทางดิจิตอลเพิ่มเท่าตัว คาดว่าจะสามารถทำยอดขายเฉพาะจากช่องทางดิจิตอลนี้ได้ถึง 4 พันล้านยูโร หรือประมาณ 147,325 ล้านบาท ภายในปี 2563”