นายวีรชัย รัตนบานชื่น ประธานผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการ ซีพีเอฟ กล่าวว่า บริษัทได้ใช้เงินลงทุน 650 ล้านบาท ในการสร้างโรงงานเบเกอรี่ ที่อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นโรงงานระบบปิดทั้งหมด ได้รับการรับรองหลักเกณฑ์วิธีการปฏิบัติที่ดีในการผลิต (Good Manufacturing Practices : GMP) และระบบการวิเคราะห์อันตรายและจุดวิกฤติที่ต้องควบคุม (Hazard Analysis and Critical Control Point : HACCP) ตามมาตรฐานอาหารสากล Codex จาก บริษัท เอสจีเอส (ประเทศไทย) จำกัด และได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เพื่อส่งเสริมให้มีการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพและปลอดภัยสำหรับผู้บริโภค โรงงานเปิดดำเนินการเมื่อปี 2559 โดยกระบวนการผลิตใช้เครื่องจักรและเทคโนโลยีที่ทันสมัย มีการใช้โปรแกรม SCADA ที่เชื่อมต่อเครื่องจักรทุกเครื่องและอุปกรณ์ จุดเด่นคือมีการติดตั้งเครื่องเทอร์โมมิเตอร์อินฟาเรดในการตรวจสอบอุณหภูมิสินค้าด้วยระบบออนไลน์เพื่อแสดงผลแบบเรียลไทม์ และมีการใช้ Smart QC ซึ่งเป็นเครื่องจักรตรวจสอบอัตโนมัติแบบ Visual Inspector ในการตรวจสอบและคัดแยกคุณภาพสินค้าที่ไม่ผ่านเกณฑ์ออก เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับสินค้าที่มีคุณภาพดีสม่ำเสมอ และมั่นใจในความปลอดภัยอาหาร
สำหรับสินค้าหลักของโรงงาน ได้แก่ ขนมปังเบอร์เกอร์ และขนมปังฮอทดอก โดยมีกำลังการผลิต 480,000 ชิ้นต่อวัน ซึ่งเป็นการผลิตเพื่อส่งต่อไปยังโรงงานอาหารในเครือ CPF เพื่อผลิตเป็นอาหารพร้อมรับประทาน ภายใต้ตราสินค้าซีพี เช่น เบอร์เกอร์ไก่ย่างถ่าน เบอร์เกอร์หมูซุปเปอร์สไปซี่ เวฟด็อกไส้กรอกชีส เป็นต้น
“บริษัทได้พัฒนาบุคลากรทุกระดับให้มีทักษะหลายด้าน (Multifunctional skills) พร้อมก้าวสู่ Thailand 4.0 ทำให้โรงงานมีประสิทธิภาพสูง โดยใช้คนเพียง 32 คน เทียบกับโรงงานเบเกอรี่ทั่วไปที่ใช้คนมากกว่า 100 คน เช่น วิศวกรหนึ่งคนสามารถทำหน้าที่ควบคุมการผลิต บำรุงรักษาเครื่องจักร และควบคุมคุณภาพในเวลาเดียวกัน ซึ่งเป็นผลมาจากการออกแบบ ติดตั้งเครื่องจักรและซอฟต์แวร์ที่เป็นระบบอัตโนมัติและต่อเนื่อง ที่สำคัญคือ ลดการสัมผัสมือ” นายวีรชัย กล่าวทิ้งท้าย