นายนิธิ ภัทรโชค ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่-ตลาดในประเทศ ธุรกิจ เอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง กล่าวว่า “เอสซีจี” ได้ร่วมกับ บริษัท ยามาโตะ กรุ๊ป จำกัด เปิดธุรกิจ“เอสซีจี เอ็กซ์เพรส” ธุรกิจส่งพัสดุย่อยแบบเร่งด่วนภายใต้แนวคิด “Deliver Your Happiness” เพื่อต่อยอดการให้บริการจากธุรกิจเอสซีจี โลจิสติกส์ ที่ให้บริการด้านโลจิสติกส์และการขนส่งสินค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ อีกทั้งยังตอบเทรนด์ตลาดการค้าออนไลน์ หรืออีคอมเมิร์ซ (E-commerce) ที่มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดโดยในปี 2559ตลาดอีคอมเมิร์ซในรูปแบบค้าปลีกค้าส่ง (E-commerce Retail Market) มีมูลค่า 7 แสนล้านบาท เติบโตขึ้น 30%ส่งผลให้ความต้องการใช้บริการส่งพัสดุย่อยแบบเร่งด่วนมีแนวโน้มสูงขึ้นตามไปด้วย โดยวางให้ “เอสซีจี เอ็กซ์เพรส” เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการส่งพัสดุแบบเร่งด่วน ที่มอบบริการที่มีคุณภาพ ตรงต่อเวลา และเอาใจใส่พัสดุประดุจแม่แมวดูแลลูกแมว และได้ประเดิมเปิดให้บริการในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล นับตั้งแต่เดือนมกราคม 2560 ที่ผ่านมา โดยได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้าที่ให้ความสนใจใช้บริการส่งพัสดุด่วนกว่า 150,000 ชิ้น ตลอดระยะเวลา 3 เดือน
“เอสซีจี เอ็กซ์เพรส มี 4 รูปแบบบริการให้เลือก โดยบริการที่นับว่าเป็นการเปิดตลาดครั้งแรกของประเทศไทย คือบริการขนส่งพัสดุแบบควบคุมอุณหภูมิ จัดส่งสินค้าควบคุมอุณหภูมิที่เหมาะสมตั้งแต่ต้นทางจนถึงมือผู้รับ ด้วยเทคโนโลยีและอุปกรณ์จากยามาโตะ กรุ๊ป ได้แก่ “กล่องรักษาความเย็น” ที่สามารถเก็บรักษาความเย็นได้นานถึง 12 ชั่วโมง โดยคาดการณ์ว่าตลาดนี้มีมูลค่ากว่า 1,300 ล้านบาท ซึ่งบริษัทยังตั้งเป้าภายใน 5 ปี จะมียอดขายมากกว่า 1,000 ล้านบาท และครองความเป็นผู้นำตลาดส่งพัสดุแบบควบคุมอุณหภูมิ”
ทั้งนี้ ทิศทางการดำเนินธุรกิจของเอสซีจี เอ็กซ์เพรสในปี 2560 ยังคมเน้นเดินหน้าสร้างการรับรู้ถึงจุดแข็งด้านคุณภาพในการให้บริการและความทันสมัยของระบบการจัดส่งพัสดุ โดยเน้นสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์ และการเพิ่มจุดรับพัสดุของเราอย่างรวดเร็ว เพื่อกระตุ้นให้เกิดการทดลองใช้ โดยเจาะกลุ่มเป้าหมายหลักคือ กลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ กลุ่มนักช้อปออนไลน์ และประชาชนทั่วไป ขณะเดียวกันเตรียมเปิดจุดรับบริการในกรุงเทพฯ และปริมณฑลต่อเนื่องตลอดปี โดยจะเปิดศูนย์บริการเอสซีจี เอ็กซ์เพรส (Service Point) เพิ่มอีก 4 สาขา ได้แก่ พื้นที่เขตรัชดาภิเษก, รังสิต, ปทุมวันและบางนา โดยวางเป้าหมายทั้งปีไว้ที่ 300 สาขา ทั้งนี้ยังมีแผนในการรุกขยายพื้นที่ให้บริการซึ่งตั้งเป้าขยายการให้บริการสู่ภาคตะวันออก, ภาคตะวันตก และภาคอีสานภายในปี 2560