ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณี บ่วงค่าโง่ 4.4 พันล้าน ผูกคอแอร์พอร์ตลิ้ง

วันอังคารที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณี บ่วงค่าโง่ 4.4 พันล้าน ผูกคอแอร์พอร์ตลิ้ง


ตามที่หนังสือพิมพ์สยามธุรกิจรายสัปดาห์ ฉบับวันที่ 25 มิถุนายน - 1 กรกฎาคม 2559 ได้ลงบทความ4.4 พันล้าน ผูกคอแอร์พอร์ทลิ้ง โดยมีข้อความที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงสรุปเป็นประเด็นต่าง ๆ ได้ดังต่อไปนี้
ประเด็นที่ 1 รถไฟฟ้าแอร์พอร์ทลิ้ง บ่วงผูกคอ 4.4 พันล้าน เพราะกิจการร่วมค้า ซี ซี อาร์ ส่งหนังสือยื่นอุทธรณ์ต่อการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เนื่องจากคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) ได้มีมติยกเลิกการประกวดราคาโครงการจัดซื้อรถไฟฟ้าธรรมดา (City Line) จำนวน 7 ขบวน
​ข้อความดังกล่าวไม่เป็นความจริง และความจริง คือ ที่ประชุมร่วมกันระหว่าง รมว.คค., รมช.คค., ประธานกรรมการ ร.ฟ.ท., ผู้ว่าการ ร.ฟ.ท., ประธานกรรมการบริษัทรถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด, รักษาการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด และประธาน คตร. โดยมีเลขาธิการ นรม. เป็นประธาน ได้ประชุมหารือร่วมกัน ณ ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2559 เวลา 08.00 นาฬิกา และมีข้อสรุปว่าให้ ร.ฟ.ท. เลื่อนการจัดซื้อรถไฟฟ้าทั้ง 7 ขบวนออกไปก่อน และให้ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ดำเนินการศึกษาและปรับปรุงระบบอาณัติสัญญาณให้ทันสมัย ในขณะเดียวกันก็ให้ ร.ฟ.ท. ดำเนินการแก้ไขปรับปรุง TOR จัดซื้อรถไฟฟ้าทั้ง 7 ขบวน เพื่อให้สามารถใช้งานกับระบบอาณัติสัญญาณใหม่นี้ได้
ประเด็นที่ 2 พลเอก ดรัณ ยุทธวงษ์สุข ปฏิบัติตัวไม่เหมาะสม เอื้อประโยชน์ให้พวกพ้องของตนเอง โดยให้บุตรชาย คือ นาย ศุภกร ยุทธวงษ์สุข ดำรงตำแหน่งผู้จัดการส่วนจัดซื้อ และดูแลการจัดซื้อของ
บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด
​ข้อความดังกล่าวไม่เป็นความจริง และความจริง คือ นาย ศุภกร ยุทธวงษ์สุข บุตรชายของ พลเอก ดรัณฯ ได้สมัครเข้ามาเป็นหัวหน้าส่วนจัดซื้อของ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ตั้งแต่สมัยรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (CEO) บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด คนก่อนหน้านี้แล้ว ก่อนที่ พลเอก ดรัณฯ จะเข้ามาเป็นกรรมการและรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (CEO) บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด และเมื่อ พลเอก ดรัณฯ ได้เข้ามาทำหน้าที่รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (CEO) บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ก็ได้ออกคำสั่งให้ นาย ศุภกรฯ บุตรชาย พ้นจากตำแหน่งหัวหน้าส่วนจัดซื้อไปทำหน้าที่อื่น ไม่ให้เกี่ยวข้องกับกระบวนการจัดซื้อ/จัดจ้าง ของบริษัทฯ แต่อย่างใดทั้งสิ้น
ประเด็นที่ 3 การยกเลิกการ Overhaul รถไฟฟ้าทั้ง 9 ขบวน โดยให้ไปทำใหม่
​ข้อความดังกล่าวไม่เป็นความจริง และความจริง คือ กระบวนการ Overhaul ได้ถูกดำเนินการมาตั้งแต่สมัยรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (CEO) บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด คนก่อนหน้านี้แล้ว แต่การดำเนินการตามกระบวนการจัดซื้อ/จัดจ้างที่ผ่านมา บริษัทที่เข้าร่วมเสนอราคาทุกบริษัทไม่ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการจัดซื้อ/จัดจ้างของบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด คณะกรรมการฯ จึงได้เสนอคณะกรรมการบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ให้ยกเลิกการประกวดราคาเพื่อที่จะดำเนินการจัดซื้อ/จัดจ้างใหม่ ซึ่ง พลเอก ดรัณฯ ก็ ได้เร่งดำเนินการเสนอคณะกรรมการ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด เพื่อส่งเรื่องไปขออนุมัติต่อผู้ว่าการ ร.ฟ.ท. และคณะกรรมการ ร.ฟ.ท. ต่อไป นอกจากนี้ พลเอก ดรัณฯ ยังได้เสนอต่อที่ประชุมร่วมเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2559 ณ ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เพื่อขอให้คณะกรรมการ ร.ฟ.ท. และผู้ว่าการ ร.ฟ.ท. เร่งรัดการอนุมัติให้ดำเนินการ Overhaul รถไฟฟ้าทั้ง 9 ขบวน เนื่องจากใกล้จะครบกำหนดระยะเวลาการซ่อมบำรุงใหญ่ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการเดินรถต่อไป
ประเด็นที่ 4 การวางงบประมาณ 200 ล้านบาท จัดตั้งโครงการ Training Center เพื่อให้บุตรชาย
เข้ามาเป็นผู้อำนวยการฝ่ายฝึกอบรมและบริหารโครงการ ทั้งที่บุตรชายตัวเองไม่มีความรู้เรื่องรถไฟฟ้าแม้แต่น้อย
​ข้อความดังกล่าวไม่เป็นความจริง และความจริง คือ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ไม่ได้มีการจัดสรรงบประมาณจำนวน 200 ล้านบาท เพื่อจัดตั้ง Training Center แต่อย่างใด การจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมเกี่ยวกับรถไฟฟ้า เป็นความคิดริเริ่มและเป็นความร่วมมือระหว่าง บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ตลอดจนคณาจารย์จากมหาวิทยาลัย และสมาคมวิทยาลัยอาชีวศึกษาเอกชน เพื่อจัดให้เป็นสถานที่สำหรับฝึกอบรมภาคปฏิบัติให้กับนักเรียน นักศึกษา ที่ศึกษาเกี่ยวกับระบบราง โดยอาศัยบุคลากร เครื่องมือ และอุปกรณ์ของ บริษัท รถไฟฟ้าฯ ซึ่งจะทำให้นักเรียน นักศึกษา มีความรู้ ความเข้าใจ และได้รับประสบการณ์ ตลอดจนได้รับการรับรองมาตรฐานวิชาชีพเกี่ยวกับระบบรถไฟฟ้า โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายและเสียเวลาในการเดินทางไปศึกษาในต่างประเทศ เช่น ประเทศจีน ประเทศเยอรมนี เป็นต้น และการดำเนินการฝึกอบรมตามโครงการดังกล่าว ก็ไม่ได้ใช้งบประมาณของทางราชการแต่อย่างใด เป็นแต่เพียงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างหน่วยงานเท่านั้น
​ส่วนเรื่องการบรรจุ นาย ศุภกร ยุทธวงษ์สุข ลงในตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนและโครงการนั้น ก็เนื่องจากโครงสร้างและอัตรากำลังของบริษัทฯ ที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการของบริษัทฯมาก่อนหน้านี้แล้ว การบรรจุแต่งตั้งพนักงานของบริษัทฯ จากอัตรากำลังและโครงสร้างเดิมลงในอัตรากำลังและโครงสร้างใหม่ ก็มีคณะกรรมการที่ประกอบไปด้วยบุคคลภายในและบุคคลภายนอกองค์กร ร่วมกันพิจารณาคัดสรรพนักงานของบริษัทฯ เพื่อบรรจุลงในตำแหน่งต่าง ๆ ตามโครงสร้างใหม่นี้ โดยที่ นาย ศุภกรฯ จบการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ระดับปริญญาโท สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ จาก University of Technology, Sydney ประเทศออสเตรเลีย ปริญญาโททางด้านบริหารธุรกิจ จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) และมีประสบการณ์ทางด้านการจัดการฝึกอบรมเกี่ยวกับเทคโนโลยีระบบอาวุธหลายชนิดที่มีใช้อยู่ในกองทัพไทยในปัจจุบัน จึงได้รับการพิจารณาจากคณะกรรมการฯ ว่าเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะบรรจุลงในตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนและโครงการของบริษัทฯ ได้ พลเอก ดรัณฯ กรรมการและรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (CEO) บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ได้อนุมัติให้บรรจุเป็นเพียงแค่รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนและโครงการเท่านั้น เนื่องจากเห็นว่า ถึงแม้ นาย ศุภกรฯ จะเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถที่เหมาะสมก็ตาม แต่ระยะเวลาที่ปฏิบัติงานอยู่ในบริษัทฯ ยังไม่ครบตามระเบียบของทางบริษัทฯ
ประเด็นที่ 5 พลเอก ดรัณฯ ต้องการกระทำบางอย่างต่อบริษัทและเงินภาษีประชาชนจนกลายเป็น
บ่วงค่าโง่ ซึ่งส่งผลให้รัฐบาลจีนกำลังจะยกเลิกการจัดซื้อรถไฟฟ้า
​ข้อความดังกล่าวไม่เป็นความจริง และความจริง คือ มติคณะรัฐมนตรี ได้อนุมัติและมอบอำนาจให้ ร.ฟ.ท. โดยผู้ว่าการ ร.ฟ.ท. และคณะกรรมการ ร.ฟ.ท. เป็นผู้มีอำนาจในการจัดหารถไฟฟ้าให้กับ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด เพิ่มเติมจำนวน 7 ขบวน โดยที่ พลเอก ดรัณฯ กรรมการและรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (CEO) บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด และคณะกรรมการบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการในการจัดหารถไฟฟ้าทั้ง 7 ขบวน ในขั้นตอนใด ๆ เลยทั้งสิ้น
 
​ดังนั้นข้อความต่าง ๆ ที่หนังสือพิมพ์สยามธุรกิจได้นำมาลงตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์สยามธุรกิจรายสัปดาห์
ฉบับวันที่ 25 มิถุนายน - 1 กรกฎาคม 2559 ในหัวข้อ บ่วงค่าโง่ 4.4 พันล้าน ผูกคอแอร์พอร์ทลิ้ง จึงไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด หนังสือพิมพ์สยามธุรกิจต้องขออภัยที่ทำให้ พลเอก ดรัณ ยุทธวงษ์สุข อดีตกรรมการและรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (CEO) บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ต้องเสื่อมเสียเกียรติยศ ชื่อเสียง และขอขอบคุณที่ท่านไม่ติดใจเอาความทั้งทางแพ่งและทางอาญาแต่อย่างใด แม้ว่าจะได้มีการฟ้องคดีต่อศาลอาญา ตามคดีหมายเลขดำที่ อ.2519/2559 ลงวันที่ 4 สิงหาคม 2559 แล้วก็ตาม
                

  บริษัท สยามธุรกิจ พับลิชชิ่ง จำกัด           

                                                                                                    นางสาว รัชนี  มหานิยม



บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ