3 CEO มือฉมัง ชี้ แนวทางรับมือธุรกิจและความเปลี่ยนแปลง

วันศุกร์ที่ 07 เมษายน พ.ศ. 2560

3 CEO มือฉมัง  ชี้  แนวทางรับมือธุรกิจและความเปลี่ยนแปลง


ถือเป็นอีกหนึ่งความก้าวหน้าของวงการนักธุรกิจไทย เมื่อสถาบันการศึกษาชั้นนำด้านผู้ประกอบการธุรกิจจากสหรัฐอเมริกา แบบสัน คอลเลจ (Babson College) ที่นำโดย ดร.เคอร์รี่ ฮีลีย์ อธิการบดี แบบสัน คอลเลจ ได้เล็งเห็นถึงความโดดเด่นของผู้ประกอบการธุรกิจในประเทศไทยและผู้นำทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค จึงได้จัดงานประชุมสุดยอดผู้นำทางเศรษฐกิจประจำปีขึ้นเป็นครั้งที่สามภายใต้ชื่องาน แบบสัน คอนเนค เวิล์ดไวด์ 2017 (Babson Connect: Worldwide 2017) เพื่อเป็นการพบปะ พูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ความรู้ และวัฒนธรรมระหว่างบุคลากรจากแบบสัน ศิษย์เก่า ผู้ปกครอง ผู้ประสานงานและพันธมิตรทางธุรกิจเป็นจำนวนมากกว่า 300 คน

หนึ่งในไฮไลท์สำคัญของงานคือการรวมตัวกันของนักธุรกิจชั้นนำมากมายที่มีชื่อเสียงในระดับประเทศ ภูมิภาค และรวมไปถึงระดับโลกเพื่อมาร่วมเสวนา พูดคุยถึงสถานการณ์และภาพรวมของเศรษฐกิจโดยเฉพาะในประเทศไทยภายใต้ชื่อหัวข้อ Emerging Trends in the ASEAN Region ซึ่งในหัวข้อดังกล่าวเป็นการพูดคุยของสามนักธุรกิจชื่อดัง นายวิลเลียม ไฮเน็ค – ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) เครือไมเนอร์ กรุ๊ป (Minor Group), นายอาลก โลเฮีย – รองประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) กลุ่มบริษัทอินโดรามา เวนเจอร์ส และ นายธีรพงศ์ จันศิริ – ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัทไทยยูเนี่ยน และรวมไปถึงการได้รับเกียรติจาก ดร.อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ที่มาร่วมกล่าวเปิดงาน และ นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาที่มาร่วมเสวนาในงานดังกล่าวด้วย

ทั้งสามได้เริ่มต้นบทสนทนา โดยเล่าถึงความเป็นมาและพื้นหลังของธุรกิจของตน ซึ่งหนึ่งสิ่งที่ทั้งสามเคยประสบมาร่วมกันคือภาวะฟองสบู่แตกหรือวิกฤตต้มยำกุ้งนั่นเอง แต่ถึงแม้จะประสบวิกฤตทางเศรษฐกิจมาหลายครั้ง

นายวิลเลียม ไฮเน็ค ยังคงมองว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มีโอกาสในการเติบโตอยู่สูงมากและยังสามารถฟื้นตัวจากสถานการณ์ต่างๆได้อย่างรวดเร็ว นายธีรพงศ์ จันศิริ คืออีกหนึ่งเสียงที่เห็นคล้ายกัน เพราะธุรกิจด้านอาหารนั้นมักจะมีความเสี่ยงอยู่หลายปัจจัยและยังสามารถส่งผลถึงผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียในหลากหลายรูปแบบ การเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ที่อาจจะส่งผลกระทบกับธุรกิจจึงเป็นสิ่งสำคัญที่นักธุรกิจทุกคนควรพิจารณา

นายอาลก โลเฮีย ได้แนะนำเพิ่มเติมอีกว่านักธุรกิจรุ่นใหม่ ควรจะเตรียมพร้อมอยู่ตลอดเวลาและเตรียมพร้อมที่จะทำงานให้หนัก อีกทั้งนักธุรกิจสมัยนี้มีความโชคดีกว่านักธุรกิจยุคก่อนๆอยู่มาก เพราะสมัยนี้มีอินเตอร์เนตและความเป็นดิจิตอลที่มาช่วยให้ทุกอย่างง่ายขึ้น

นายธีรพงศ์ กล่าวเสริม “ดังนั้นนักธุรกิจควรมีความมุ่งมั่นและหิวโหยความสำเร็จเพื่อที่จะนำเอาความรู้ ความสามารถ รวมถึงปัจจัยส่งเสริมที่มีมาผลักดันให้ธุรกิจเดินหน้าต่อไปได้”

 

เมื่อ นายมาโนช มาดนานี ประธานร่วมธนาคาร TRIGON Investment ผู้ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้นำเนินการเสวนา ถามถึงสิ่งที่นักธุรกิจควรเตรียมพร้อมและตั้งรับภายในเวลา 5 ปีที่จะมาถึง นายธีรพงศ์ ได้ตอบว่า “ธุรกิจมันเปลี่ยนแปลงไปเร็วมากๆ ดังนั้นการปรับตัวเราให้ดีขึ้นและตามความเปลี่ยนแปลงให้ทันคือสิ่งที่สำคัญมาก การมีบุคลากรในองค์กรที่ดี (Talent) การเติบโตอย่างยั่งยืน (Sustainability) และการนำเอานวัตกรรมต่างๆ (Innovation) มาปรับใช้ในองค์กรจึงเป็นหลักสำคัญสามอย่างที่ตนเล็งเห็นและให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะการเตรียมพร้อมคือสิ่งที่เราควบคุมได้”

นายวิลเลียมได้กล่าวเสริมในจุดนี้ว่า “ไม่มีใครหรอกที่ไม่กังวัลกับการเปลี่ยนแปลงแต่ผมจะไม่ใช้เวลากังวลไปกับสิ่งที่เหนือการควบคุมของผม ผมเลือกที่จะดูแลและกังวลในส่วนที่ผมควบคุมได้”

ส่วนนายธีรพงศ์กล่าวต่อ  “เราต้องหาวิธีการแก้ปัญหาและทางออกที่ดีที่สุดให้กับธุรกิจของเรา การปรับตัว ยืดหยุ่น และการมีแผนสำรองคือสิ่งที่เราเลือกที่จะทำ”

ด้าน นายอาลก กล่าวเสริมว่า เราต่างรู้ดีว่าสถานการณ์โลกในปัจจุบันนั้นเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ การเมือง หรือสังคม ซึ่งทั้งหมดล้วนแล้วแต่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไม่ทางตรงก็ทางอ้อม

 “เราทุกคนต่างอยากบริหารให้ธุรกิจของเราไปได้ตลอดรอดฝั่งซึ่งไม่ใช่เพียงแค่การแก้ปัญหารายวัน แต่มันควรจะเป็นการฝึกซ้อมและแก้ปัญหาที่จะสามารถนำมาปรับใช้ได้อย่างยาวนานและมั่นคง”

ซึ่งหากจะพูดกัน การจะสร้างธุรกิจขึ้นมานั้นถือว่าไม่ใช่เรื่องง่ายดายนักและการที่จะบริหารธุรกิจและนำพาคนในองค์กรณ์ให้เดินหน้าฝ่าฟันอุปสรรค ความเปลี่ยนแปลง และปัญหาไปพร้อมๆกันนั้นเป็นเรื่องที่ยากยิ่งกว่า การมีข้อมูล มีความรู้ และการศึกษาในด้านการประกอบการธุรกิจนั้นจึงถือเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญที่จะสามารถช่วยนักธุรกิจและคนที่มีใจรักอยากจะสร้างธุรกิจเป็นของตนเอง การเรียนรู้และการมีประสบการณ์คือหนึ่งในพื้นฐานสำคัญของการเริ่มต้นธุรกิจเพราะการจะเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จนั้นไม่ได้มาจากโชคชะตาแต่อย่างเดียวอย่างที่หลายๆคนเข้าใจ แต่การจะประสบความสำเร็จได้นั้น คือการเรียนรู้ เตรียมพร้อม ยืดหยุ่น และการให้ความสำคัญกับสิ่งที่เราสามารถควบคุมได้มากกว่าจะไปกังวลอยู่กับปัจจัยอื่นๆที่ผันผวนและพร้อมจะเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา



บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ