3 เม.ย.60 เวลา 11.00 น.ที่กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) นางฐนิฎฐา จันทนฤกษ์ ผอ.ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจ.สมุทรปราการ พร้อมด้วย นายเจริญ ใบไม้หอม ชาวกะเหรี่ยงปกาเกอะญอ อายุ26 ปี เข้าพบพ.ต.ท.ชูศักดิ์ อภัยภักดิ์ รอง ผกก.(สอบสวน) กก.5 บก.ปคม. พนักงานสอบสวน บก.ปคม หลังลูกชายวัย 3 ขวบได้ถูกหลอกลวงไปขอทาน ตั้งแต่อายุ2ขวบ หลังเจ้าหน้าที่ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.สมุทรปราการ เข้าควบคุมตัว นางเอ (นามสมมุติ)ชาวกัมพูชาพร้อมเด็กชายชาวไทยวัย 3 ขวบ ที่สะพานลอยหน้าโรงพยาบาลเปาโลเมโมเรียล จ.สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 24 มี.ค.60 ที่ผ่านมา

จากการตรวจสอบพบว่าพ่อของเด็กคือนายเจริญ ซึ่งมีสัญชาติไทย เป็นชาวเขาชนเผ่าปกาเกอะญอ อยู่กินกับภรรยาชาวกัมพูชาจนมีลูกด้วยกัน ก่อนที่จะเลิกรา และลูกอยู่ในความดูแลของพ่อ ซึ่งเมื่อ 1 ปีที่ผ่านมา นางเอ ได้เดินทางมาขอหลานให้ไปอยู่ด้วย และมีการติดต่อกันเป็นระยะ โดยในเวลาต่อมาไม่สามารถติดต่อได้ ซึ่งพ่อของเด็กไม่ได้แจ้งความเนื่องจากเห็นว่าเป็นยายของเด็ก
นางฐณิฎฐา กล่าวว่า ต่อมาจึงพยายามขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อตรวจค้นหาหลักฐานเพิ่มเติมที่บ้านของนางลี ที่ ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ แต่ตำรวจไม่ให้ความร่วมมือ ทั้งยังขอแจ้งความดำเนินคดีกับนางเอในข้อหาค้ามนุษย์ เนื่องจากเมื่อตรวจสอบเชื่อได้ว่าน่าจะข้องเกี่ยวกับแก๊งลักเด็ก แต่ตำรวจไม่รับเรื่อง โดยอ้างว่านายเจริญ พ่อของเด็กนั้นทิ้งเด็กไปตั้งแต่อายุเพียง 2 เดือน ซึ่งไม่เป็นความจริง เพราะนายจ้างของนายเจริญยืนยันว่านายเจริญเลี้ยงลูกเพียงคนเดียวมาตลอด และมีหลักฐานเป็นภาพพัฒนาการตั้งแต่เล็กจนโตของเด็กชายดังกล่าวจึงรู้สึกว่านายเจริญและเด็กคงไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงตัดสินใจพาเข้าแจ้งความที่บก.ปคม.
“เมื่อได้ตัวเด็กมา ได้ตรวจสอบร่างกายพบร่องรอยบาดแผลที่ไม่ได้เกิดจากแมลงกัด ต่อย บริเวณขา ทั้ง 2 ข้าง จึงเกรงว่าเด็กอาจจะถูกทำร้ายร่างกายได้ ทั้งนี้เมื่อสอบถามกับเด็ก พบว่าเด็กไม่ค่อยพูด พูดคำเดียว ไม่เป็นประโยค มีอาการซึม จึงอยู่ระหว่างฟื้นฟูสภาพจิตใจ กระทั่งเจ้าหน้าที่มาจับกุมตัวได้ จนทราบว่านอกจากลูกของตนยังมีเด็กคนอื่นที่อยู่ในความดูแลของนางเอ ซึ่งเข้าข่ายความผิดค้ามนุษย์ แต่การดำเนินคดีของเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ไม่มีความคืบหน้า และมีการบิดเบือนข้อมูลโดยการสรุปคดีเป็นการระบุว่าพ่อของเด็กทิ้งเด็กไปตั้งแต่ลูก 2 เดือน”
นายเจริญกล่าวว่า หลังจากที่ลูกไปอยู่กับยายได้ประมาณ1-2เดือนตนได้พยายามติดต่อแต่ไม่สามารถคิดต่อได้ จนได้รับการติดต่อกลับมา แจ้งว่าลูกอยู่ที่ประเทศกัมพูชา ซึ่งหากต้องการได้ลูกคืน ต้องจ่ายเงิน แต่เนื่องจากตนไม่มีเงินแล้ว เพราะตั้งแต่ภรรยาท้อง นางเอมาขอค่าสินสอดเป็นเงิน 50,000 บาท และให้ไปหมดแล้ว จึงขอระยะเวลาในการเก็บเงินก่อนโดยไม่เคยทราบเลยว่าลูกถูกนำไปนั่งขอทาน รู้สึกเสียใจและตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมยืนยันจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุดพ.ต.ท.ชูศักดิ์ กล่าวว่า เบื้องต้นรับเรื่องไว้ พร้อมสอบปากคำ รวบรวมพยานหลักฐานพิจารณาตามขั้นตอนต่อไป