นาย ฮิโตชิ ทานากะ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท สยามไดกิ้นเซลส์ จำกัด กล่าวว่า เพื่อรองรับบริการหลังการขายให้ทั่วถึงในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลไดกิ้น จึงได้เปิดศูนย์บริการไดกิ้นสาขานนทบุรี อย่างเป็นทางการเมื่อต้นปี 2560 ที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังได้เปิดศูนย์บริการสาขาขอนแก่น เพื่อดูแลลูกค้าในโซนภาคอีสาน โดยเน้นด้านการบริการที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งหมด
“ไดกิ้นคำนึงถึงความพึงพอใจของลูกค้าเป็นหลักโดยเฉพาะในเรื่องบริการ นั่นหมายถึงการที่จะต้องเร่งหาวิธีการและปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับลูกค้าโดยด่วน หรือหากลูกค้าพึงพอใจในบริการอยู่แล้ว เราก็จะหาแนวทางเพื่อดูแลลูกค้าให้พึงพอใจมากยิ่งขึ้นไปอีก ทั้งในส่วนผลิตภัณฑ์และบริการหลังการขายโดยยึดหลัก Customer first และให้บริการที่เป็นมาตรฐาน เข้าถึงง่ายและรวดเร็วในการแก้ปัญหา ซึ่งเรานำร่องงานบริการหลังการขายด้วย“โครงการ ไดกิ้นแคร์” (Daikin Care)เป็นโครงการที่เราส่งผู้เชี่ยวชาญไปแนะนำและให้คำปรึกษาเรื่องแอร์ถึงบ้านผู้บริโภคก่อนติดตั้งโดยไม่มีค่าใช้จ่าย”
สำหรับในปี 2560 ไดกิ้น ได้วางแผน ขยายเครือข่ายการให้บริการผ่านศูนย์บริการแต่งตั้ง ศูนย์จำหน่ายอะไหล่ จาก 52 ศูนย์บริการเป็น 90 ศูนย์บริการ เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศโดยแบ่งตามโซนภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก ภาคเหนือ และ ภาคใต้ รวมถึงการเปลี่ยนหมายเลข call center มาเป็นหมายเลข 4 หลักภายในกลางปีนี้ซึ่งจะทำให้ลูกค้าจดจำได้ง่ายขึ้น พร้อมกันนี้ยังมีการเพิ่มช่องทางให้ลูกค้ามากขึ้น อาทิ สอบถาม แจ้งผ่านทาง Line@ หรือ Live Chat บนเว็บไซต์ รวมถึงการพัฒนา Mobile Application ทำให้การสื่อสารระหว่างไดกิ้นและลูกค้าใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น
“บริษัทขานรับนโยบายเศรษฐกิจดิจิตัลหรือ“ไทยแลนด์ 4.0” ของรัฐบาลภายใต้แนวคิด “Daikin 4.0” โดยนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีอันทันสมัยมาพัฒนาระบบการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและการให้บริการที่ตอบสนองกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น อาทิ การออกบัตรรับประกันเครื่องปรับอากาศในรูปแบบดิจิตัลผ่าน QRCodeให้ผู้บริโภคเก็บบัตรนี้ไว้ในสมาร์ทโฟนได้ผ่านแอพพลิเคชั่น Wallet ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไป 6 เดือน จะมีการแจ้งเตือนอัตโนมัติผ่านแอพฯ ให้เจ้าของเครื่องทราบว่าถึงเวลาที่เหมาะสมในการล้างเครื่องปรับอากาศแล้ว โดยเจ้าของเครื่องสามารถทำการนัดหมายช่างแอร์ผ่านแอพพลิเคชั่นตามวันและเวลาที่ต้องการได้ซึ่งเชื่อมั่นว่าจะสามารถสร้างความแข็งแกร่งให้ไดกิ้นเป็นแบรนด์เครื่องปรับอากาศและระบบความเย็นที่รักษาตำแหน่งอันดับหนึ่งในใจของคนไทยต่อไป”