“สหพัฒน์” เปิดแผนปี 60 จัดกระบวนทัพ ปรับกลยุทธ์ใหม่

วันศุกร์ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2560

“สหพัฒน์” เปิดแผนปี 60 จัดกระบวนทัพ ปรับกลยุทธ์ใหม่


นายบุญชัย โชควัฒนา ประธานกรรมการ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปีที่ผ่านมา เป็นปีที่หลายองค์กรมีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ซึ่งมีถึง 81.3% ที่มีกำไร โดยมีกำไรสุทธิในปีที่ผ่านมารวม 908,855 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.4% จากปี 2558 ในขณะที่ธุรกิจค้าปลีกค้าส่งก็มีการเติบโตอยู่ที่ 7-8% ส่วนผลการดำเนินงานของสหพัฒน์นั้นอยู่ในระดับที่น่าพอใจโดยมียอดขาย 32,845 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโต 13.2% ซึ่งเกินความคาดหมายที่ตั้งไว้ว่าจะเติบโตประมาณ 10%

ยอดขายที่เติบโตเกินเป้าหมายมาจากการที่สหพัฒน์ได้ปรับรูปแบบการทำตลาด โดยเน้นทำตลาดในพื้นที่ที่เป็นกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริงแทนการทำตลาดแบบครอบคลุมทั่วประเทศ และมีการจัดโครงสร้างการบริหารการขายและการตลาดใหม่โดยใช้แนวคิด 3T+1 ได้แก่ กำหนดเป้าหมาย ,บริหารเวลา และ ติดตามผล และ ทำงานเป็นทีม นอกจากนี้ ยอดขายที่ดีเกินเป้าหมายเป็นผลมาจากการทำตลาดให้กับน้ำตาลมิตรผล ซึ่งปีที่ผ่านมาทำยอดขายได้ถึง 3,667 ล้านบาท โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของน้ำตาลพิเศษ เช่น น้ำเชื่อม น้ำตาลทรายแดง น้ำตาลอ้อยธรรมชาติ สามารถผลักดันยอดขายให้เติบโตได้สูงสุดถึง 50 %”

                สำหรับในปี 2560 มองว่าสถานการณ์เศรษฐกิจว่าจะขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยได้ตั้งเป้าหมายยอดขายของสหพัฒน์ไว้ที่ 33,000 ล้านบาท  และเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ท้าทายดังกล่าว จึงได้มีการพัฒนาภายในองค์กรด้วยการใช้กลยุทธ์ SIM Strategic Marketing Planner จะมีอยู่ในทุกแผนกเพื่อทำหน้าที่ค้นหายุทธศาสตร์ทางการตลาด โดยในปีนี้เราจะมุ่งขยายช่องทางการจำหน่ายเข้าไปในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยม เช่น ปากช่อง เขาใหญ่ พัทยา ภูเก็ต เป็นต้น นอกจากนี้ ยังได้มีการลงทุนกว่า 30 ล้านบาท เพื่อพัฒนาศูนย์ข้อมูล ที่มีความปลอดภัยระดับมาตรฐานโลก รองรับการเติบโตทางด้านไอที  อีกทั้งไตรมาสแรกปีนี้ สหพัฒน์ได้ลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้นทั้งจากในเครือและนอกเครือ ได้แก่ มาม่าคาโบนาร่า มาม่าข้าวต้มรสหมูสับกระเทียมพริกไทย มาม่ามัสมั่นไก่ โจ๊กมาม่าต้มยำกุ้ง บะหมี่ซื่อสัตย์โวเคโน่ชีส ลูกอมโมรินากะ ทิชชู่เปียกสำหรับเด็กกูนน์ และผลิตภัณฑ์กู๊ดเอจ ได้แก่ แปรงสีฟัน ยาสีฟัน น้ำยาบ้วนปาก โลชั่นบำรุงผิว

ผู้บริหาร กล่าวต่อว่า ปีนี้บริษัทตั้งเป้ายอดขายบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาม่า 9,600 ล้านบาท มีส่วนแบ่งทางการตลาด 52% ขณะที่ยอดขายผงซักฟอกประมาณ 5,000 ล้านบาท มีแชร์กว่า 20% เป็นเบอร์สองของตลาด ส่วนแนวทางการดำเนินธุรกิจของปี 2560 หลังจากได้เป็น ตัวแทนจำหน่ายให้กับอุปกรณ์กีฬาแบรนด์ "ไนกี้" มาเป็นระยะเวลากว่า 10 ปี แต่ปัจจุบันแบรนด์ดังกล่าวได้หันมาทำตลาด ด้วยตนเอง บริษัทจึงเลือกแบรนด์ "อันเดอร์ อาร์เมอร์" เข้ามาทดแทน พร้อมกับขยายรูปแบบ ธุรกิจไปสู่ร้านจำหน่ายอุปกรณ์ กีฬาภายใต้ชื่อ "บียอนด์" ซึ่ง เป็นแหล่งรวบรวมมัลติแบรนด์ ขณะนี้เปิดให้บริการไปแล้ว 1 สาขา จ.อุบลราชธานี คาดการณ์ว่าปีนี้จะเปิดเพิ่ม 10-20 สาขา เงินลงทุนแห่งละ 1 ล้านบาท เน้นทำเลต่างจังหวัดเป็นหลัก ขณะเดียวกันก่อนหน้าบริษัทยังเป็นผู้แทนในการจำ หน่ายผลิตภัณฑ์กะทิสำเร็จรูป "อร่อยดี" แต่ผู้ประกอบการได้ออกไปทำเอง ตอนนี้มีแบรนด์ "พร้าวหอม" มาแทนแล้วเช่นกัน ซึ่งเดิมเน้นทำส่งออกไปยังต่างประเทศ ตั้งเป้าปีแรกจะต้องผลักดันยอดขายให้เป็น 500 ล้านบาท โดยงบการตลาดลูกค้าจะเป็นผู้ดำเนินงานเอง

 



บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ