“เซ็นทรัลกรุ๊ป” โชว์แผนปี 60 ลงทุนเต็มสูบ มุ่งสู่ดิจิทัลแพลตฟอร์ม

วันอังคารที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2560

“เซ็นทรัลกรุ๊ป” โชว์แผนปี 60 ลงทุนเต็มสูบ มุ่งสู่ดิจิทัลแพลตฟอร์ม


นายทศ จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด  กล่าวว่า  ปี 2559 ที่ผ่านมาปีแห่งการปรับปรุงศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้า ผลประกอบการ ปี 2559 กลุ่มเซ็นทรัลมีผลประกอบการในปี 2559 ยอดขาย 332,700 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเจริญเติบโต 17.2% (เทียบกับปี 2558 มียอดขาย 283,450 ล้านบาท) ใช้งบการลงทุน 39,000 ล้านบาท  ทั้งการลงทุนในธุรกิจต่างๆ การควบรวมกิจการและการปรับปรุงศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้า  สำหรับปีนี้บริษัทมองว่าภาพรวมศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้าในปีนี้น่าจะเติบโตได้อย่างดี เพราะเห็นสัญญาณบวกจากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อผู้บริโภค และนโยบายภาครัฐ โดยเฉพาะนโยบายการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษตะวันออก (EEC) เป็นนโยบายที่บริษัทให้ความสำคัญ ที่มองว่าจะทำให้เกิดการลงทุน ผลักดันให้เกิดอุตสาหกรรมใหม่ๆ ขึ้นมา ซึ่งจะทำให้มีการกระจายความเจริญไปสู่ต่างจังหวัดมากขึ้นซึ่งจะเป็นสิ่งที่ส่งผลให้เศรษฐกิจในภาพน่าจะดีขึ้น

สำหรับแผนการลงทุนในปี 2560 นี้ของกลุ่มเซ็นทรัล เตรียมงบในการลงทุนทั้งหมดไว้ที่ 45,534 ล้านบาท โดยปีนี้ตั้งเป้ายอดขายและรายได้ราว 382,200 ล้านบาท คิดเป็นการเติบโต 14.9%   โดยแบ่งเป็นส่วนการขยายตัวทางธุรกิจ ศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้าใหม่ในประเทศไทย 6 แห่ง แบ่งเป็น 1.ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา 2 แห่ง ที่นครราชสีมา มหาชัย 2.ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน 3 แห่งที่มหาชัย เพชรบุรีและกำแพงเพชร 3.ท็อปส์ พลาซา 2 แห่งที่พิจิตรและพะเยา ส่วนตลาดต่างประเทศจะเปิดห้างสรรพสินค้าลารินาเชนเต กรุงโรม อิตาลี

ในส่วนกลุ่มธุรกิจโรงแรม ในประเทศจะเปิดโรงแรมโคซี่ เฉวง จังหวัดสุราษฎร์ธานี และโรงแรมปาร์ค ไฮแอท กรุงเทพฯ ส่วนในต่างประเทศจะเปิดโรงแรมแบรนด์เซ็นทาราที่กาตาร์และโอมาน ส่วนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ คาดว่าจะเปิดคอยโดมิเนียม 3 โครงการ ที่เชียงราย เชียงใหม่และนครราชสีมา รวม 1,162 ยูนิต นอกจากนี้ตั้งเป้าขยายซุปเปอร์มาร์เก็ตและร้านค้าอื่นๆ อีก 520 ร้านค้า โดยในส่วนการเปิดโครงการทั้งหมดจะทยอยเปิดโครงการตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไป นอกจากนี้จะปรับปรุงห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้าอีก 4 แห่งทั้งในและต่างประเทศ

ผู้บริหารคนเก่ง กล่าวต่อว่า อีกทั้งปีนี้ทางกลุ่มเซ็นทรัลจะทุ่มงบลงทุนในส่วนการทำตลาดดิจิตอลมากขึ้น ในการพัฒนาออนไลน์ แพลตฟอร์ม ต่าง ๆ เพื่อขยายฐานกลุ่มเป้าหมายเชื่อมโยงลูกค้าบนโลกดิจิตอลเพื่อตอบรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป  ซึ่งเรามองว่าอีก 10 ปีนับจากนี้เทรนด์ของโลกและแนวโน้มเศรษฐกิจกำลังเข้าสู่โลกยุคใหม่ที่แปรเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้นจึงเป็นความท้าทายของธุรกิจห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้าที่ต้องรีบปรับตัว โดยเราเองตั้งเป้าว่าภายใน 5 ปี บริษัทจะมีสัดส่วนรายได้จากตลาดออนไลน์ 15% จากปัจจุบันมีสัดส่วนรายได้ 1%

ล่าสุด ด้าน  นางสาวปิยวรรณ ลีละสมภพ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายการตลาด บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด ประเดิมทำให้ห้างเซ็นทรัลปรับเข้าสู่ความเป็น “เซ็นทรัล 4.0” ตามยุทธศาสตร์ “ดิจิทัล เซ็นทราลิตี้” ของเซ็นทรัลกรุ๊ป รองรับโลกออนไลน์ที่เติบโตตามพฤติกรรมผู้บริโภคและเทคโนโลยีทางโซเชียลมีเดียที่เปลี่ยนไปเข้าสู่การชอปปิงออนไลน์มากขึ้น  โดยได้ใช้งบการตลาด 1,700 ล้านบาท มากกว่าปีที่แล้วที่ใช้ 1,500 ล้านบาท และเพิ่มงบด้านออนไลน์มากถึง 25% จากปีที่แล้วใช้สื่อออนไลน์สัดส่วนแค่ 7% รวมทั้งจะเชื่อมโยงช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ที่เป็นสาขาเข้าด้วยกันเป็นออมนิแชนแนลสนับสนุนธุรกิจซึ่งกันและกัน  โดยคาดว่าภายใน 5 ปีจากนี้ (2560-2564) จะต้องใช้งบพัฒนาด้านไอที การวางแพลตฟอร์ม และอื่นๆ ที่เกี่ยวกับออนไลน์ไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งปี 2560 นี้จะใช้งบเฉพาะการสร้าง แพลตฟอร์ม 100 กว่าล้านบาท และใช้งบอีกกว่า 4,000 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงครั้งใหญ่ห้างเซ็นทรัลสาขาพระรามสาม

      

       



บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ