ตั้ง “อู่ตะเภา” นิคมฯ การบิน ปั้นฮับอาเซียนโกยหมื่นล้าน

วันพุธที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

ตั้ง “อู่ตะเภา” นิคมฯ การบิน ปั้นฮับอาเซียนโกยหมื่นล้าน


ครม.ไฟเขียวแผนพัฒนาอุตสาหกรรมอากาศยาน ผลักดันไทยเป็น Hub อาเซียนตั้ง “อู่ตะเภา” เป็นนิคมอุตสาหกรรมการบิน โกยเม็ดเงินเข้าประเทศปีละกว่า 10,000 ล้านบาท หวังประหยัดเงินส่งซ่อมเครื่องบินได้ปีละ 6,500 ล้านบาท ช่วยสร้างงานได้ 7,500 ตำแหน่ง

                นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 7 ก.พ. 2560 ได้เห็นชอบตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอแผนพัฒนาอุตสาหกรรมอากาศยาน ระยะ 15 ปี ตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดยแบ่งการพัฒนาเป็น 3 ช่วง ซึ่งตามผลการศึกษาความเหมาะสมของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) มีการออกแบบการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมการบิน และกิจกรรมที่เหมาะสมเพื่อพัฒนาประเทศไทย และใช้ศักยภาพจากที่ตั้งภูมิศาสตร์ให้เป็นประโยชน์ และพบว่า 1.กิจกรรมซ่อมบำรุง (MRO) 2.กิจกรรมผลิตชิ้นส่วนอากาศยาน (OEM) และ 3.กิจกรรมพัฒนาบุคลากรด้านการบิน (HR) เป็นโอกาสของประเทศไทยที่จะพัฒนาได้

โดยในระยะที่ 1 (พ.ศ.2560-2564) จะมีการจัดตั้งศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานในประเทศไทย เพิ่มจำนวนผู้ประกอบการและประเภทของการผลิตชิ้นส่วนอุตสาหกรรมอากาศยาน สร้างบุคลากร รวมทั้งปรับปรุงหลักสูตรการผลิตช่างและวิศวกรอากาศยาน ซึ่งปัจจุบัน บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้ศึกษาเพื่อหาผู้ร่วมทุนแล้ว ซึ่งได้รับความสนใจจากบริษัทผู้ผลิตเครื่องบินและสายการบิน หลังจากรัฐบาลประกาศนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งปัจจุบันการบินไทยมีการซ่อมบำรุงเครื่องบินลำตัวกว้าง อนาคตจะพัฒนาซ่อมเครื่องบินลำตัวแคบพิสัยกลาง เพื่อรองรับตลาดที่เพิ่มขึ้นสำหรับการบินระยะ 3-4 ชั่วโมง นอกจากนี้ ทางแอร์บัส ซึ่งเป็นผู้ผลิตเครื่องบิน A380 มีความสนใจที่จะตั้งศูนย์ซ่อมเครื่องบินขนาดใหญ่ เพิ่มจากปัจจุบันที่มี 2 แห่ง คือ เมืองโดฮา (การ์ตา) และจีน ซึ่งมองภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเพิ่มในส่วนของอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอากาศยาน ในระยะแรก จากปัจจุบันที่มีโรงงาน 28 แห่ง จะเพิ่มผู้ประกอบการอีก 10-20 โรงงาน

ส่วนระยะที่ 2 (พ.ศ.2565-2569) จะมีการจัดตั้งศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานเพิ่มเติมเพื่อให้เพียงพอต่อการซ่อมบำรุงภายในประเทศ จัดกลุ่มอุตสาหกรรม (คลัสเตอร์) ให้ครบทุกประเภทอุตสาหกรรมอากาศยานตามแผนธุรกิจ และสร้างช่างเทคนิครวมทั้งวิศวกรอากาศยานให้เพียงพอต่อความต้องการ

และระยะที่ 3 (พ.ศ.2570-2575) จะมีการจัดตั้ง Aeropolisเพื่อรองรับการซ่อมบำรุงเครื่องบินของภูมิภาค ยกระดับความสามารถในการผลิตอุตสาหกรรมอากาศยานเข้าสู่ Tier 2 (Disign& Build) และการพัฒนาบุคลากรด้านการบินจนสามารถเข้าสู่การเป็น Research & Institutions ได้

จากแผนดังกล่าวมีการประเมินว่าจะช่วยสร้างผลตอบแทนให้แก่เศรษฐกิจไทยได้ถึง 1 หมื่นกว่าล้านบาท สามารถประหยัดเงินตราต่างประเทศในการส่งซ่อมเครื่องบินได้ถึงปีละ 6,500 ล้านบาท และยังสามารถช่วยสร้างงานได้เกือบ 7,500 ตำแหน่ง ถ้าเกิดมีสายการบินใหญ่ๆ มาตั้งศูนย์ซ่อมในไทยก็จะสร้างรายได้เพิ่มขึ้นและสร้างงาน

ด้าน นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อุตสาหกรรมอากาศยานถือเป็น 1 ใน 10 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายของไทยที่รัฐบาลมุ่งให้การส่งเสริมและสนับสนุนโดยจะเป็นอุตสาหกรรมที่สามารถสร้างรายได้ให้กับเศรษฐกิจไทยเป็นอย่างมากในอนาคต โดยศูนย์การซ่อมอากาศยานจะตั้งอยู่ในพื้นที่สนามบินอู่ตะเภา เนื่องจากอยู่ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมชายฝั่งภาคตะวันออกและมีเส้นทางเชื่อมต่อกับเส้นทางคมนาคม เช่น โครงการรถไฟความเร็วสูงสาย กรุงเทพฯ-พัทยา-ระยองทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง และเรือเฟอร์รี่ที่เชื่อมต่อชายฝั่งทะเลอ่าวไทย จึงสะดวกต่อการขนส่งชิ้นส่วนไปยังจุดหมาย     

สำหรับผลการศึกษาของกระทรวงคมนาคม พบว่า กิจกรรมที่มีความเหมาะสมที่จะพัฒนาสำหรับประเทศไทยจากการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมการบิน มี 3 กิจกรรมสำคัญ คือ กิจกรรมซ่อมบำรุง กิจกรรมผลิตชิ้นส่วนอากาศยาน และกิจกรรมพัฒนาบุคลากรด้านการบิน โดยตั้งเป้าจะช่วยสร้างผลตอบแทนให้แก่เศรษฐกิจไทยได้ถึง 1 หมื่นกว่าล้านบาท สามารถประหยัดเงินตราต่างประเทศในการส่งซ่อมเครื่องบินได้ถึงปีละ 6,500 ล้านบาท และยังสามารถช่วยสร้างงานได้เกือบ 7,500 ตำแหน่ง

                               

 



บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ