เหลือบทึ้งงบหมู่บ้านประชารัฐ อ้างนโยบายล็อกสเปก 4 ธุรกิจ /ชูของฮิต“ตู้นำมันหยอดเหรียญ”

วันพุธที่ 08 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

เหลือบทึ้งงบหมู่บ้านประชารัฐ อ้างนโยบายล็อกสเปก 4 ธุรกิจ /ชูของฮิต“ตู้นำมันหยอดเหรียญ”


แหล่งข่าวระดับสูงจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เปิดเผย “สยามธุรกิจ” ว่า ที่ผ่านมาชุมชนต่างๆ ในภาคอีสานได้รับการแจ้งว่า การจะยื่นของบประมาณจากโครงการยกระดับศักยภาพหมู่บ้านเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ตามแนวทางประชารัฐประจำปีงบประมาณ 2560 ที่รัฐบาลได้อนุมัติงบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นเพื่อดำเนินการ รวมวงเงิน 18,760 ล้านบาทนั้น แต่ละหมู่บ้านจะต้องเลือกลงทุนได้จาก 4 โครงการเท่านั้น อาทิ โครงการติดตั้งตู้น้ำมันหยอดเหรียญอัตโนมัติ โครงการโรงสีข้าว และจัดซื้อปุ๋ย ซึ่งบางพื้นที่ชุมชนจะถูกชักชวนให้เลือกลงทุนติดตั้งตู้น้ำมันหยอดเหรียญอัตโนมัติ เนื่องจากถูกพ่อค้าหลอกอ้างว่ารัฐบาลให้การสนุบสนุนผ่านโครงการประชารัฐ ถ้าติดตั้งยี่ห้อตามที่พ่อค้าเสนอจะได้รับการอนุมัติทันที ซึ่งราคาเครื่องที่ชุมชนซื้อและนำมาจดแจ้งอยู่ที่ 2 แสนบาท สูงกว่าตามท้องตลาดที่ประกาศขายตามเว็บไซต์อยู่ที่เครื่องละ 4.5-9 หมื่นบาทเท่านั้น

“การกำหนดสเปกประเภทธุรกิจให้ชุมชนจัดซื้อตู้น้ำมันหยอดเหรียญอัตโนมัติถือว่าไม่ตรงตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชนแต่อย่างใด”

นายนรินทร์ สุวรรณโณ พลังงานจังหวัดเลย กล่าวว่า ในพื้นที่จังหวัดเลยก็พบปัญหาชุมชนเลือกติดตั้งตู้น้ำมันหยอดเหรียญอัตโนมัติ โดยที่เลือกตามยี่ห้อตามพ่อค้าเสนอมา เพื่อจะได้รับการอนุญาตจากทางพลังงานจังหวัดทันทีตามที่กล่าวอ้าง ซึ่งตนได้ชี้แจงไปว่า การติดตั้งตู้น้ำมันหยอดเหรียญอัตโนมัติต้องดำเนินการตามขั้นตอนราชการ โดยต้องไปยื่นจดแจ้งต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หลังจากนั้นค่อยมาขอใบอนุญาตใช้หัวจ่าย การค้าน้ำมันที่สำนักงานพลังงานจังหวัด ที่ผ่านมาพบว่า มีชุมชนถูกหลอกจำนวนมาก จึงขอแนะนำชุมชนอย่าไปหลงเชื่อว่าการซื้อตู้น้ำมันหยอดเหรียญอัตโนมัติตามที่พ่อค้ากล่าวอ้างแล้วจะได้รับอนุญาตให้ทำธุรกิจได้เลย       

“การลงทุนติดตั้งตู้น้ำมันหยอดเหรียญอัตโนมัติมีความเสี่ยงสูงมาก เพราะมีราคาแพงแล้วยังต้องไปซื้อน้ำมันมาจำหน่ายสูงกว่าราคาตามท้องตลาด 3-4 บาทต่อลิตร รวมถึงความเสี่ยงเรื่องการดูแลและซ่อมบำรุงด้วย”

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายจิรชัย มูลทองโร่ย ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยกับ “สยามธุรกิจ”ว่า โครงการยกระดับศักยภาพหมู่บ้านเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากตามแนวทางประชารัฐถือว่าเป็นโครงการร่วมมือระหว่างภาครัฐและประชาชนร่วมมือกันทุกคน จึงไม่ได้มีการกำหนดให้แต่ละหมู่บ้านเลือกลงทุนตามนโยบายของรัฐบาล ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดการกระจายรายได้กระตุ้นเศรษฐกิจ และสร้างอาชีพตามความเหมาะสมของแต่ละชุมชน

ทีมข่าว “สยามธุรกิจ” ได้สอบถามชุมชนหลายแห่งในพื้นที่ภาคอีสานพบว่าตู้น้ำมันหยอดเหรียญอัตโนมัติที่ได้รับความนิยมและชุมชนในพื้นที่ภาคอีสานสนใจมากที่สุดเป็นยี่ห้อ 1-2 Oil  จำหน่ายเริ่มต้นอยู่ที่เครื่องละ 4 หมื่นบาท

สำหรับโครงการยกระดับศักยภาพหมู่บ้านเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากตามแนวทางประชารัฐรวมวงเงิน 18,760 ล้านบาทแบ่งเป็นเงินอุดหนุนทั่วไปแก่หมู่บ้านแห่งละ 250,000 บาท จำนวน 74,655 หมู่บ้าน วงเงินรวม 18,663.75 ล้านบาท และค่าดำเนินโครงการจำนวน 96.25 ล้านบาท กำหนดสิ้นสุดโครงการเดือนมกราคม 2560 โดยงบดังกล่าวเป็นเงินอุดหนุนเพื่อพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งแก่ภูมิภาคของประเทศทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม ผ่านโครงการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานของหมู่บ้าน หรือการดำเนินกิจการสาธารณประโยชน์ของหมู่บ้านที่เกี่ยวกับการพัฒนาและส่งเสริมการประกอบอาชีพ การผลิตและการตลาดเพื่อเสริมสร้างรายได้ให้กับประชาชนในหมู่บ้าน การพัฒนาสตรี เด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุและผู้พิการ การจัดสวัสดิการในหมู่บ้านและการสงเคราะห์ผู้ยากจนที่ไม่สามารถช่วยตนเองได้ รวมถึงการส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การสาธารณสุข การส่งเสริมการศึกษา ศาสนา การบำรุงรักษาศิลปะ จารีตประเพณี ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมของหมู่บ้าน

ทางด้านพลเอก อนุพงษ์  เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ตามที่กรมการปกครอง ดำเนินโครงการยกระดับศักยภาพหมู่บ้านเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากตามแนวทางประชารัฐ โดยรัฐบาลสนับสนุนงบประมาณให้หมู่บ้าน 74,655 หมู่บ้าน ภายในวงเงินหมู่บ้านละ 250,000 แสนบาท ดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559จนถึงวันที่ 31 มกราคม 2560ที่ผ่านมาขณะนี้การดำเนินโครงการได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้วตามระยะเวลาที่กำหนด 82,336 โครงการงบประมาณที่ได้รับอนุมัติ 18,660ล้านบาท มีโครงการที่ดำเนินการแล้วเสร็จและมีการเบิกจ่ายงบประมาณแล้ว 80,328 โครงการ เป็นเงิน 18,186ล้านบาท คิดเป็นประมาณร้อยละ 98 มีจังหวัดที่มีผลการเบิกจ่ายแล้ว 100% จำนวน 68 จังหวัด

สำหรับโครงการที่ไม่สามารถดำเนินการเบิกจ่ายได้ทันตามห้วงเวลาที่กำหนดเนื่องจากเกิดเหตุการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งกระทรวงมหาดไทย ได้ขอขยายระยะเวลาดำเนินการออกไปอีก 2,620 โครงการ งบประมาณกว่า650ล้านบาท

“โครงการยกระดับศักยภาพหมู่บ้านเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากตามแนวทางประชารัฐประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2560 หรือโครงการหมู่บ้านละ 2.5 แสนบาท ส่งผลให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับฐานราก เกิดการสร้างงานกระจายรายได้อย่างทั่วถึง และเป็นการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ของประชาชนในระดับหมู่บ้านให้เข้ามามีส่วนร่วมช่วยกันคิด ช่วยกันนำเสนอปัญหา และวิธีแก้ไขปัญหา”

 

 

 

 

 

 

 



บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ