ผู้ประกอบการเจ้าเก่าในตลาดผลิตและจำหน่ายน้ำมัน แบรนด์ “คำ”และ“กุ้งมังกร” อย่าง นายแพทย์พรศักดิ์ อมรศรี ประธานเจ้าหน้าที่สายบริหารงานกลาง บริษัท โอพีจีเทค จำกัด ได้ขยายไลน์สินค้า ผลิตภัณฑ์น้ำมะพร้าว และน้ำนมมะพร้าวแท้ 100% ภายใต้แบรนด์ โคคู (coc’eau) กล่าวว่า ในปี 2559 ตลาดเครื่องดื่มน้ำผลไม้มาเเรงมากมีมูลค่าตลาดรวมถึง 12,000 ล้านบาท เเบ่งเป็นกลุ่มน้ำผลไม้ 100% 4,500 ล้านบาทเเละกลุ่มน้ำผลไม้ไม่แท้ 7,500 ล้านบาท เเต่ในช่วงหลังที่ผ่านมาพบว่ากลุ่มน้ำผลไม้ไม่เเท้มีอัตราการเติบโตลดน้อยลงต่างกับกลุ่มน้ำผลไม้เเท้ 100% ที่มีอัตราการเติบโตสูงขึ้นเรื่อยๆ กว่า10% โดยเฉพาะในกลุ่มตลาดน้ำมะพร้าวมูลค่าตลาดรวมปีที่แล้วอยู่ที่ 1,800 ล้านบาท และจากการศึกษาคาดว่าปีนี้มูลค่าตลาดน่าจะเพิ่มถึง 2,000 ล้านบาท จากกระแสเทรนด์สุขภาพทั่วโลก ที่น้ำมะพร้าวเป็นที่นิยมผู้บริโภคมากขึ้น รองจากน้ำส้ม เห็นได้จาก นักกีฬา หรือ ผู้ที่ออกกำลังกายหันมาดื่มกันมากขึ้น จึงเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ
ดังนั้น บริษัทเราจึงตัดสินใจมาเปิดธุรกิจตลาดเครื่องดื่มอย่างจริงจัง โดยประเดิมในกลุ่มน้ำมะพร้าวก่อน เนื่องจากเล็งเห็นว่าประเทศไทย ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก ว่าเป็นแหล่งผลิตและส่งออกมะพร้าวน้ำหอมที่มีคุณภาพสูง และมีรสชาติหอมอร่อยเป็นอันดับ 1 ของโลก ทั้งในรูปของลูกมะพร้าวสด น้ำมะพร้าว เนื้อมะพร้าว และน้ำนมมะพร้าว (กะทิสำเร็จรูป) โดยได้เปิดตัว ผลิตภัณฑ์น้ำมะพร้าว และน้ำนมมะพร้าวแท้ 100%ภายใต้แบรนด์ โคคู (coc’eau) ตอบโจทย์สำหรับคนรักสุขภาพ ซึ่งผลิตจากน้ำมะพร้าว 100% ไม่แต่งสี ไม่เติมกลิ่น ไม่ใส่สารกันบูด และไม่มีคอเลสเตอรอล อุดมไปด้วยแร่ธาตุต่างๆ มากมาย โดยช่วงแรกโคคูจะผลิตน้ำมะพร้าวแบบกระป๋อง 4 รายการ ประกอบด้วย น้ำมะพร้าว 100% ขนาด 310 มล.จำหน่ายในราคา 29 บาท สูงกว่าแบรนด์อื่นที่จำหน่ายในราคากล่องละ 15 -20 บาท นอกจากนี้ยังมีน้ำนมมะพร้าว น้ำนมมะพร้าวรสทุเรียน และน้ำนมมะพร้าวรสมะม่วง ขนาด 240 มล.จำหน่ายราคา 35 บาท ปีหน้ามีแผนจะเปิดตัวนมมะพร้าวรสช็อคโกแลตออกมาทำตลาดเพิ่มเติม
สำหรับปีแรกบริษัทตั้งเป้าไว้ที่ราว 100 ล้านบาท เป็นยอดขายจากตลาดไทยและต่างประเทศ 50% เท่ากัน จากปัจจุบันตลาดน้ำมะพร้าวในไทยมีผู้เล่น 4-5 แบรนด์ใหญ่ โดยแบรนด์ผู้นำ คือ “โคโค่แม็ก” ขณะที่อันดับ 2 มีส่วนแบ่งตลาดใกล้เคียงกันระดับ 15- 20% สำหรับ “โคคู” ตั้งเป้าหมายผู้นำตลาดน้ำมะพร้าวภายใน 3- 5 ปี อีกทั้ง โดยช่วงไตรมาส 3-4 ปีหน้ามีแผนใช้งบ 200 -300 ล้านบาท ลงทุนโรงงานใหม่และเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมะพร้าว 100% จากปัจจุบันมีกำลังการผลิตประมาณ 1 ล้านกระป๋องต่อเดือน เเละในส่วนของงบประมาณที่ใช้ในการโฆษณาปีนี้อยู่ที่ 15-20 ล้านบาท และนอกจากการรุกทำตลาดภายในประเทศแล้ว เราจะส่งแบรนด์ “โคคู” รุกตลาดลาว พร้อมปีหน้าจะแต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายในจีนอย่างเป็นทางการ ทั้งมีแผนขยายตลาดญี่ปุ่นและยุโรป และอยู่ระหว่างเจรจาพันธมิตรในกัมพูชา
ด้าน นางสาวศศิวรรณ นวลศรี ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายขายและการตลาดในประเทศไทย บริษัท ไทย อกริ ฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายหัวกะทิแท้ 100% ตรา อร่อยดี กล่าวว่า นอกจากการจำหน่ายกะทิสด 100% แล้ว เมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมาได้นำผลิตภัณฑ์น้ำมะพร้าวเผาแบรนด์ “โฟโค่” (FOCO) จากโรงงานของบริษัทในเวียดนามเข้ามาวางจำหน่ายในไทย ชูจุดเด่นน้ำมะพร้าวเผา100% เจ้าแรกในรูปแบบกล่อง UHT ด้วยกัน 3 รสชาติ น้ำมะพร้าวเผา 100% น้ำมะพร้าวรสมิกซ์เบอร์รี่ และน้ำมะพร้าวรสน้ำผึ้งมะนาว รับเทรนด์การเติบโตน้ำมะพร้าวในตลาดไทยและต่างประเทศ โดยปีนี้ได้วางงบทำตลาดไว้กว่า 10 ล้านบาท สื่อสารการตลาดให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย พร้อมตั้งเป้าปีหน้าจะมีส่วนแบ่งการตลาดไม่ต่ำกว่า 15% ทั้งนี้ สำหรับปีนี้บริษัทตั้งเป้าหมายยอดขาย 3,000 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อน 10-15% มีสัดส่วนรายได้จาก กะทิ 90% น้ำมะพร้าว 5% และแบรนด์อื่นๆ ในเครือ อีก 5% ในช่วง 2 ปีจากนี้ ตั้งเป้าหมายผลักดันยอดขายน้ำมะพร้าวให้ได้ 20%
ส่วนทางด้าน แบรนด์เก่ารายใหญ่อย่าง ‘เซ็ปเป้’ เดินหน้าเข้าลงทุนถือหุ้น 40% ใน ‘ออล โคโค’ ยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมน้ำมะพร้าวน้ำหอมและขนมจากน้ำมะพร้าวน้ำหอม โดย นางสาวปิยจิต รักอริยะพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน) หรือ SAPPE กล่าวว่า หลังจากบริษัทมองเห็นศักยภาพการเติบโตของตลาดผลิตภัณฑ์จากมะพร้าวน้ำหอม ซึ่งเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคในตลาดโลก บริษัทฯ ได้เข้าลงทุนในบริษัท ออล โคโค จำกัด ซึ่งเป็นผู้ประกอบการชั้นนำในอุตสาหกรรมการผลิตน้ำมะพร้าวน้ำหอมและผลิตภัณฑ์ขนมจากน้ำมะพร้าวน้ำหอม มีศักยภาพการบริหารจัดการครอบคลุมตั้งแต่ต้นสายของการดูแลวัตถุดิบถึงขั้นตอนสุดท้ายในการผลิต ภายใต้งบลงทุน 140 ล้านบาท เพื่อเข้าถือหุ้นในสัดส่วน 40% ของทุนจดทะเบียนทั้งหมด หลังจากนั้นจะเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นเป็น 51% ภายในปี 2561 และเพิ่มเป็น 60% ภายในปี 2563 ตามลำดับ เพื่อรองรับแผนดำเนินงานที่ต้องการรุกขยายพอร์ตสินค้าและสร้างการเติบโตอย่างมั่นคง
สำหรับธุรกิจน้ำมะพร้าว ถึงแม้จะมียอดการเติบโตที่ดี แต่มีข้อจำกัดทางธุรกิจค่อนข้างมาก ทั้งในด้านของคุณภาพและปริมาณวัตถุดิบ เนื่องจากมะพร้าวเป็นสินค้าทางการเกษตรที่ต้องอาศัยความชำนาญเฉพาะทาง โดยเฉพาะมะพร้าวน้ำหอม รวมถึงความสัมพันธ์ที่ดีกับเครือข่ายเกษตรกร ทั้งนี้ พันธมิตรในการร่วมทุนในครั้งนี้ ถือเป็นผู้นำในตลาดส่งออกมะพร้าวน้ำหอมที่มีคุณภาพสินค้าเป็นที่ยอมรับในต่างประเทศมานานกว่า 10 ปี ภายใต้แบรนด์ K-Fresh นอกเหนือจากผลสดส่งออกแล้ว ยังมีการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่องภายใต้กลุ่มบริษัท All coco มีผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่น เช่น น้ำมะพร้าวน้ำหอม HPP (High Pressure Processing) ซึ่งผ่านเทคโนโลยีการผลิตที่ใช้แรงดันในการยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์โดยไม่ใช้ความร้อน ช่วยยืดอายุสินค้าได้นานขึ้นและรักษารสชาติรวมถึงคุณประโยชน์เทียบเท่ากับน้ำมะพร้าวในผลสด 100% นอกเหนือจากนี้ยังมีกลุ่มผลิตภัณฑ์ขนม ได้แก่ ไอศกรีม พุดดิ้ง น้ำมะพร้าวเกล็ดหิมะ (snowflex) จัดจำหน่ายผ่านร้านภายใต้แบรนด์ ‘all coco’ ที่กระจายอยู่ในศูนย์การค้าชั้นนำมากถึง 14 สาขา อาทิ ศูนย์การค้าสยามพารากอน ดิ เอ็มโพเรียม ดิ เอ็มควอเทียร์ เซ็นทรัลลาดพร้าว ขณะเดียวกันยังมีคู่ค้าในต่างประเทศติดต่อขอสิทธิ Franchise ไปจำหน่ายถึง 3 ประเทศในช่วงเวลาไม่ถึงปีหลังเปิดตัวธุรกิจ
“เรามีศักยภาพด้านการทำตลาดและสร้างแบรนด์สินค้าในตลาดต่างประเทศ ผ่านเครือข่ายช่องทางการจำหน่ายที่แข็งแกร่งของ SAPPE เมื่อมารวมกับจุดแข็งของ ออล โคโค ที่มีจุดเด่นด้านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพจะช่วยกันต่อยอดความสำเร็จผลักดันน้ำมะพร้าวของคนไทยสู่ตลาดโลก ภายในแบรนด์ของคนไทย โดยเราตั้งเป้าว่าภายในปี 2564 จะทำยอดขายได้มากกว่า 500 ล้านบาท”
ด้าน นายพีรโชติ จรัญวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ผลิตภัณฑ์อาหารเมอริท จำกัด กล่าวว่า แบรนด์เมอริโต้ได้เปิดตัวเป็นที่รู้จักครั้งแรกเมื่อปีพ.ศ.2557 โดยมีสินค้าออร์แกนิคภายใต้แบรนด์เมอริโต้ 3 ชนิด ได้แก่ กะทิ, น้ำมะพร้าว และน้ำมันมะพร้าว ซึ่งผลิตจากไร่มะพร้าวออร์แกนิคของเราเองกว่า 2,000 ไร่ในจังหวัดจันทบุรีโดยใช้กรรมวิธีเกษตรอินทรีย์แท้ 100% ทั้งหมดในทุกขั้นตอนการผลิต เมอริโต้ได้การรับรองมาตรฐานสากลความเป็นผลิตภัณฑ์ออร์แกนิคแท้จากสถาบันต่างๆ ทั่วโลก อาทิ ออสเตรเลีย แคนาดา สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป อังกฤษ บราซิล และญี่ปุ่น ซึ่งสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคได้ว่า เมอริโต้เป็นผลิตภัณฑ์ออร์แกนิคแท้ 100% อย่างแท้จริง
และหลังจากที่เปิดตัวไปได้ผลตอบรับดีส่งผลให้เรามียอดขายกะทิออร์แกนิคเพิ่มขึ้น 30-40% โดยปัจจุบันจากมูลค่าตลาดรวมกะทิออร์แกนิค 20 ล้านบาท เมอร์ริโต้ครองส่วนแบ่งเซ็กเมนท์ผลิตภัณฑ์กะทิออร์แกนิคทั้งหมด ในปีนี้เราจะเดินหน้าทำการตลาดตลอดปีเนื่องจากเห็นโอกาสของเทรนด์สุขภาพที่มาแรง ผู้บริโภคนิยมจับจ่ายและเลือกบริโภคผลิตภัณฑ์ออร์แกนิคมากขึ้น จึงเป็นโอกาสที่ดีสำหรับเราที่จะเข้าถึงผู้บริโภคที่รักสุขภาพ ภายในปีนี้เราจะเพิ่มสัดส่วนกิจกรรมการตลาดโดยจัดสัปดาห์ออร์แกนิคโดยร่วมกับร้านอาหารชั้นนำในกรุงเทพฯ จัดกิจกรรมเวิร์คช็อปสอนทำอาหารโดยใช้ผลิตภัณฑ์เมอริโต้ เพื่อให้ลูกค้าทั้งกลุ่มร้านอาหารและผู้บริโภคมีประสบการณ์ตรงกับแบรนด์ อีกทั้งยังจะเพิ่มช่องทางการขายผ่านทางออนไลน์ เนื่องจากผู้บริโภคทุกวันนี้ซื้อสินค้าผ่านช่องทางนี้มากขึ้น นอกจากนั้น ยังวางแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ในพอร์ตออร์แกนิคภายในสิ้นปีนี้อีกด้วย”
ทั้งนี้ ตลาดต่างประเทศยังเป็นช่องทางหลักในการทำการตลาดของเมอริโต้ โดยมูลค่ารวมของสินค้ากะทิส่งออกอยู่ที่กว่าพันล้านบาท กะทิออร์แกนิคมีส่วนแบ่งอยู่ที่ 1 ใน 5 ซึ่งปัจจุบัน เมอริโต้ส่งออกกะทิออร์แกนิคไปยังหลายประเทศภายใต้แบรนด์เมอริโต้และรับจ้างผลิตให้แก่แบรนด์อื่นๆ อาทิ ออสเตรเลีย, ญี่ปุ่น, สิงคโปร์, สหรัฐอเมริกา และอังกฤษ ซึ่งประเทศที่มียอดขายดีที่สุด 3 อันดับแรก คือ สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป และอังกฤษ “ในปีนี้เราจะพุ่งเป้าไปยังตลาด AEC เนื่องจากเห็นปัจจัยบวกทางด้านนโยบายของรัฐบาล รวมทั้งจะยังคงมาตรฐานการเป็นกะทิออร์แกนิคแท้โดยใช้กรรมวิธีเกษตรอินทรีย์ โดยเราหวังว่าจะยังครองตำแหน่งผู้นำด้านผลิตภัณฑ์เครื่องปรุงอาหารออร์แกนิคต่อไป
ปิดท้ายด้วย เจ้าตลาดน้ำมะพร้าวแท้ 100% ในไทย ภายใต้แบรนด์ “Cocomax” (โคโค่แม็ก) ก็ยังคงเดินหน้าทำตลาดอย่างต่อเนื่อง โดย นายณัฐพล วิสุทธิไกรสีห์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเซียติค อุตสาหกรรมเกษตร จำกัดผู้ผลิต แปรรูป และส่งออกผลผลิตจาก มะพร้าวรายใหญ่ของประเทศไทย กล่าวว่า ในปี 2559 บริษัทฯ ยังคงให้ความสำคัญกับการนำเสนอสินค้าที่มีคุณภาพ อย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อให้คนไทยได้บริโภคสินค้าที่ดี มีประโยชน์ต่อร่างกาย ทั้งการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายเพิ่ม ทั้งในโมเดิร์นเทรด และไฮเปอร์มาเก็ต และเทรดดิชั่นเนลเทรด รวมถึงการโฆษณาและประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างการรับรู้ และส่งเสริมการขายเพิ่มมากขึ้นด้วย ในขณะที่การส่งออกยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่องไปทั่วภูมิภาคเอเชีย ยุโรป ตะวันออกกลาง แอฟริกาใต้ และกำลังขยายตลาดไปยังอเมริกาเพิ่มเติมอีกด้วย พร้อมเดินหน้าต่อยอดพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ
“จากกลุ่มผู้บริโภคที่รักสุขภาพ สร้างปรากฏการณ์การบริโภคน้ำมะพร้าวแท้ 100% พร้อมดื่มในประเทศไทย และส่งผลให้ตลาดน้ำมะพร้าขยายฐานใหญ่ขึ้น เห็นได้จากมีผู้ผลิตค่ายต่างๆ หันมาทำตลาดน้ำมะพร้าวพร้อมดื่มมากขึ้น ทั้งในแถบเอเชียและยุโรป รวมถึงตลาดในประเทศไทย ส่งผลให้ในปี 2558 ที่ผ่านมาบริษัทฯ ต้องใช้งบประมาณกว่า 800 ล้านบาท สร้างโรงงานผลิตแห่งใหม่ที่มีนวัตกรรมและกระบวนการผลิตทันสมัยและครบวงจร ที่อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อขยายกำลังการผลิตรองรับความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้น”
