ยูดี ทรัคส์ โตสวนตลาดรถบรรทุก กวาดมาร์เก็ตแชร์ 13% ชู Quester MY2026-ยูโร 5 รับโจทย์ต้นทุนขนส่งพุ่ง ลุยขยายศูนย์บริการ 26 แห่ง

วันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569

ยูดี ทรัคส์ โตสวนตลาดรถบรรทุก กวาดมาร์เก็ตแชร์ 13% ชู Quester MY2026-ยูโร 5 รับโจทย์ต้นทุนขนส่งพุ่ง ลุยขยายศูนย์บริการ 26 แห่ง


สัมภาษณ์พิเศษ : สยามธุรกิจ

แม้ตลาดรถบรรทุกไทยในปี 2569 จะยังเผชิญแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจและต้นทุนพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น แต่ ยูดี ทรัคส์ ประเทศไทย กลับสร้างผลงานโดดเด่นสวนกระแส ด้วยการประกาศผลประกอบการไตรมาสแรกเติบโตมากกว่า 100% จากช่วงเดียวกันปีก่อน พร้อมกวาดส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มเป็น 13% สะท้อนความต้องการของผู้ประกอบการขนส่งที่หันมาให้ความสำคัญกับ “ความคุ้มค่าในการลงทุน” มากกว่าราคาเริ่มต้นของตัวรถเพียงอย่างเดียว

เบื้องหลังการเติบโตดังกล่าวไม่ได้มาจากการเปิดเกมรุกด้านยอดขายเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ต้นทุนเชื้อเพลิง การยกระดับบริการหลังการขาย และการขยายเครือข่ายศูนย์บริการเพื่อรองรับการใช้งานเชิงพาณิชย์ที่ต้องการความต่อเนื่องสูง

นางสาววิลาวัลย์ วิศปาแพ้ว กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูดี ทรัคส์ คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ให้สัมภาษณ์กับ “สยามธุรกิจ” ว่า ภาพรวมตลาดรถบรรทุกในปีนี้ยังได้รับแรงกดดันจากราคาพลังงานโลก โดยเฉพาะราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ผู้ประกอบการขนส่งต้องกลับมาทบทวนโครงสร้างต้นทุนอย่างจริงจัง

“ลูกค้าในปัจจุบันไม่ได้มองแค่ราคารถ แต่พิจารณาไปถึงต้นทุนตลอดอายุการใช้งาน ทั้งเรื่องการประหยัดน้ำมัน ค่าบำรุงรักษา ความทนทานของตัวรถ รวมถึงความพร้อมของบริการหลังการขาย เพราะสิ่งเหล่านี้มีผลโดยตรงต่อสภาพคล่องและความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจขนส่ง” นางสาววิลาวัลย์กล่าว

ลูกค้าเปลี่ยนพฤติกรรมจาก “ซื้อรถ” เป็น “ลงทุนในต้นทุนระยะยาว”

นางสาววิลาวัลย์ ระบุว่า ภายใต้สภาวะต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ผู้ประกอบการขนส่ง โดยเฉพาะกลุ่มฟลีทรายใหญ่ ให้ความสำคัญกับรถที่สามารถสร้างผลตอบแทนในการใช้งานจริงได้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิง ความต่อเนื่องในการวิ่งงาน หรือความรวดเร็วในการเข้าถึงบริการซ่อมบำรุง

ปัจจัยดังกล่าวกลายเป็นแรงหนุนสำคัญที่ทำให้ยูดี ทรัคส์สามารถขยายส่วนแบ่งการตลาดในประเทศไทยขึ้นมาอยู่ที่ 13% ในไตรมาสแรกของปี 2569 โดยบริษัทมองว่า ความเชื่อมั่นจากลูกค้าเกิดจากประสบการณ์ใช้งานจริงของผู้ประกอบการที่เห็นผลลัพธ์ด้านความคุ้มค่าอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในแง่สมรรถนะการขับขี่และการควบคุมต้นทุนเชื้อเพลิง

“เมื่อรถสามารถพิสูจน์ประสิทธิภาพได้จริงในงานขนส่ง ก็จะเกิดการบอกต่อในกลุ่มผู้ประกอบการ โดยเฉพาะฟลีทรายใหญ่ที่มองต้นทุนเป็นเรื่องสำคัญมาก สิ่งนี้ทำให้ยอดขายของยูดี ทรัคส์ เติบโตต่อเนื่องแม้ตลาดโดยรวมจะยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่” นางสาววิลาวัลย์กล่าว

ดัน Quester MY2026 ชูจุดขายประหยัดน้ำมัน-ลดภาระคนขับ

หนึ่งในหัวใจของกลยุทธ์ปีนี้ คือการผลักดัน UD Quester MY2026 รถบรรทุกที่บริษัทวางให้เป็นคำตอบของผู้ประกอบการในยุคต้นทุนพลังงานสูง โดยเฉพาะรุ่นเครื่องยนต์ขนาด 8 ลิตร กำลังสูงสุด 350 แรงม้า ที่จับคู่กับ ระบบเกียร์กึ่งอัตโนมัติ ESCOT

ผู้บริหารยูดี ทรัคส์ อธิบายว่า จุดเด่นของระบบ ESCOT อยู่ที่การช่วยคำนวณและเปลี่ยนเกียร์ในจังหวะที่เหมาะสมที่สุดโดยอัตโนมัติ ลดการสูญเสียเชื้อเพลิงจากการเปลี่ยนเกียร์ผิดจังหวะ ขณะเดียวกันยังช่วยลดความเหนื่อยล้าของพนักงานขับรถ ซึ่งเป็นอีกปัจจัยสำคัญต่อประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการขนส่งระยะไกล

นอกจากนี้ Quester MY2026 ยังมาพร้อมเทคโนโลยีเครื่องยนต์ มาตรฐานยูโร 5 และระบบบำบัดไอเสีย SCR ซึ่งไม่เพียงตอบโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อม แต่ยังสะท้อนทิศทางของตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ที่ต้องการประสิทธิภาพควบคู่กับมาตรฐานด้านความยั่งยืน

เร่งขยายดีลเลอร์-ปักหมุด 26 ศูนย์บริการ รองรับตลาดภูมิภาค

ในด้านกลยุทธ์การขยายตลาด ยูดี ทรัคส์ ยังคงให้น้ำหนักกับการทำงานผ่าน ผู้แทนจำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ (Private Dealer) โดยมองว่าดีลเลอร์ในแต่ละพื้นที่มีความเข้าใจพฤติกรรมลูกค้าและลักษณะงานขนส่งในภูมิภาคได้ดีกว่าการทำตลาดแบบรวมศูนย์

แนวทางดังกล่าวช่วยให้บริษัทสามารถเจาะกลุ่มลูกค้าใหม่ในตลาดภูมิภาคได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มงานขนส่งก่อสร้างและงานขนส่งทั่วไป ซึ่งต้องการรถบรรทุกที่มีความทนทานสูง และสามารถรักษา Uptime หรือความพร้อมในการวิ่งงานได้อย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบัน ยูดี ทรัคส์ มีศูนย์บริการอยู่แล้ว 23 แห่งทั่วประเทศ และมีแผนเปิดเพิ่มอีก 3 แห่งภายในสิ้นปี 2569 ส่งผลให้จำนวนศูนย์บริการรวมเพิ่มเป็น 26 แห่ง ภายในปีนี้ เพื่อยกระดับการเข้าถึงบริการหลังการขายและลดระยะเวลาหยุดรถของลูกค้า

ปั้น “Uptime Center” ยกระดับบริการหลังการขายสู่เชิงป้องกัน

นอกเหนือจากการขยายเครือข่ายบริการ บริษัทอยู่ระหว่างยกระดับศูนย์บริการสู่การเป็น Uptime Center โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลและข้อมูลการใช้งานรถมาวิเคราะห์สภาพรถเชิงรุก เพื่อแจ้งเตือนลูกค้าล่วงหน้าก่อนเกิดปัญหาที่อาจกระทบต่อการดำเนินงาน

แนวคิดดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนผ่านของธุรกิจบริการหลังการขายจาก “ซ่อมเมื่อเสีย” ไปสู่ “ป้องกันก่อนเกิดปัญหา” ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อผู้ประกอบการขนส่งที่ต้องบริหารต้นทุนอย่างละเอียดในภาวะเศรษฐกิจผันผวน

“เป้าหมายของเราไม่ใช่เพียงการซ่อมรถเมื่อเกิดความเสียหาย แต่คือการช่วยให้ลูกค้าลด Downtime เพิ่ม Uptime และวางแผนบำรุงรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อการควบคุมต้นทุนและความต่อเนื่องของธุรกิจ” นางสาววิลาวัลย์กล่าว

วางบทบาท “พันธมิตรธุรกิจ” มากกว่าผู้ขายรถบรรทุก

สำหรับทิศทางการดำเนินธุรกิจในระยะต่อไป ยูดี ทรัคส์ ยืนยันว่าจะเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ และเครือข่ายสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับความต้องการของผู้ประกอบการขนส่งที่ต้องการมากกว่าตัวรถ แต่ต้องการ “โซลูชันทางธุรกิจ” ที่ช่วยให้บริหารต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการแข่งขันได้จริง

ในมุมของผู้บริหาร ยูดี ทรัคส์ มองว่าตลาดขนส่งและโลจิสติกส์ยังคงเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจไทย แม้จะต้องเผชิญความผันผวนในระยะสั้น แต่ความต้องการรถเพื่อการพาณิชย์ที่มีประสิทธิภาพสูง ประหยัดพลังงาน และมีบริการหลังการขายที่เข้มแข็ง จะยังคงเติบโตต่อเนื่อง

“ท่ามกลางต้นทุนที่ผันผวน ยูดี ทรัคส์ ต้องการเป็นพันธมิตรที่ช่วยให้ผู้ประกอบการขนส่งดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นใจ ผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพ บริการที่ทันสมัย และเครือข่ายสนับสนุนที่แข็งแกร่งทั่วประเทศ” นางสาววิลาวัลย์กล่าวทิ้งท้าย

 


บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ