หลังยักษ์ใหญ่ด้านโลจิสติกส์และการขนส่งของไทยอย่าง บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS เข้าถือหุ้น บริษัท คิงเจน จำกัด (มหาชน) หรือ KGEN ก่อให้เกิดแรงกระเพื่อมในตลาดทุนต่อเนื่อง ส่งผลให้นักวิเคราะห์หลายค่ายได้เข้าเยี่ยมชมโรงงานผลิตยานยนต์ไฟฟ้า จ.ระยอง ซึ่งเป็นการร่วมทุนระหว่าง KGEN กับ Chery Group บริษัทผลิตและส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกอันดับ 1 จากประเทศจีน
บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ KGI โดย นายสุโชติ ถิรวรรณรัตน์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ ระบุว่า KGEN ได้ล้างไพ่ธุรกิจที่สร้างผลขาดทุนออกไปทั้งหมดในปี 2568 ทำให้บริษัทพร้อมสำหรับการฟื้นตัวทำกำไร คาดผลประกอบการไตรมาส 2/2569 จ่อแตะจุดคุ้มทุน และพลิกกลับมามีกำไร (Turnaround) ในช่วงครึ่งปีหลัง โดย ไฮไลท์สำคัญที่เป็นสปริงบอร์ดให้ KGEN คือโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้า แบรนด์ Omoda และ Jaecoo ซึ่ง KGEN ถือหุ้นในสัดส่วน 43.7% โดยโรงงานดังกล่าวได้ผ่านช่วงทดลองผลิตและก้าวสู่ช่วง Mass Production เต็มรูปแบบแล้วตั้งแต่เดือน พ.ค.ที่ผ่านมา และมีกระแสตอบรับที่ดีจนทำให้โรงงานต้องเร่งปรับแผนเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 2 กะ ตั้งแต่เดือน มิ.ย.นี้ เพื่อให้ทันส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าตามเป้าหมาย ซึ่งคาดว่าจะทำรายได้สูงถึง 20,000 ล้านบาท
นักวิเคราะห์ระบุว่า มีรายงานจากแหล่งข่าวว่า KGEN เตรียมแผนเชิงรุกที่จะเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นในโรงงานประกอบรถยนต์ OJMT นี้จาก 43.7% ขึ้นเป็น 51% ภายในเดือน ก.ค.69 และมีสิทธิ์ขยับสัดส่วนขึ้นเป็น 60% ในอนาคตอันใกล้ โดยจะระดมทุนผ่านการออกหุ้นเพิ่มทุนแบบเฉพาะเจาะจง (PP) จำนวน 200 ล้าน และไม่เพียงแต่ด้านการผลิตเท่านั้น KGEN ยังก้าวข้ามไปคุมตลาดจัดจำหน่าย โดยเข้าไปถือหุ้น 25% ในบริษัท OJST ผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ Omoda และ Jaecoo ในไทย พร้อมกันนี้ยังถือหุ้น 100% เต็มในธุรกิจจัดจำหน่ายรถบัสและรถเพื่อการพาณิชย์แบรนด์ Farizon โดยปักหมุดยอดขายปีนี้ที่ 1,600 คัน หรือคิดเป็นรายได้ประมาณ 2,000 ล้านบาท พร้อมจับมือกับศูนย์บริการ FIT-Auto กว่า 110 สาขาทั่วประเทศเพื่อรองรับการบริการหลังการขายแบบครบวงจร สร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภค
ประเมินแนวรับ-แนวต้าน ของราคาหุ้นทางเทคนิค (Technical Analysis) พบว่าแนวรับสำคัญที่ 1.75 บาท และมีแนวต้านระยะสั้นอยู่ที่ 1.96 – 2.10 บาท หากราคาหุ้นสามารถทะลุผ่านกรอบแนวต้านนี้ไปได้ จะเปิดโอกาสให้วิ่งต่อไปทดสอบแนวต้านถัดไปที่ 2.50 บาท และมีลุ้นกลับไปแตะไฮเดิมที่ระดับ 2.90 บาทตามลำดับ โดยมีจุด Stop loss อยู่ที่ 1.55 บาท
ขณะที่ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์บัวหลวงวิเคราะห์หุ้นแนวสไตล์เก็งกำไรระยะสั้น (Tactical Stock) ของ KGEN เพื่อเก็งกระแส EV หลังน้ำมันแพง ซึ่งแม้ใน Q1/2569 จะยังขาดทุน 52 ล้านบาท เนื่องจากโรงงานผลิตรถยนต์ Omoda และ Jaecoo ที่บริษัทถือหุ้น 43.7% ยังไม่เริ่มเดินสายการผลิตเต็มรูปแบบ แต่เมื่อโรงงานเดินหน้าผลิตอย่างเต็มรูปแบบจะส่งผลให้ผลประกอบการของ KGEN พลิกกลับมาเติบโตเป็นบวก (Turnaround) ได้ตั้งแต่ Q1/2569 เป็นต้นไป โดยเฟสแรกมีกำลังการผลิตสูงถึง 50,000 คันต่อปี
นอกจากนี้ KGEN ยังมียอดคำสั่งซื้อค้างส่ง (Backlog) ในมือแล้วกว่า 20,000 คัน ซึ่งสอดคล้องกับยอดจองรถในงาน Motor Show ที่ผ่านมาที่มีสูงถึง 22,000 คัน ซึ่งฝ่ายวิจัยฯ ประเมินว่า หากโรงงานได้รับคำสั่งซื้อใหม่เพิ่มอีก 20,000 คัน บนราคาขายเฉลี่ยประมาณ 500,000 บาทต่อคัน จะสามารถผลักดันรายได้ฝั่งโรงงานให้พุ่งทะยานแตะระดับ 2 หมื่นล้านบาทได้ไม่ยาก โดยคาดการณ์กำไรปกติในอีก 4 ไตรมาสข้างหน้าของ KGEN จะอยู่ที่ราว 340 ล้านบาท และเมื่อคำนวณค่า P/E ที่ 15 เท่า ให้ราคาเป้าหมายกลยุทธ์ที่ 2.20 บาท และจุด Stop Loss 1.60 บาท