สัญญาณปรับพอร์ตใหญ่! กองทุน ‘Black Pearl’ เทขายหุ้น AI ยักษ์ใหญ่ นักลงทุนทั่วโลกต้องจับตามอง

วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

สัญญาณปรับพอร์ตใหญ่! กองทุน ‘Black Pearl’ เทขายหุ้น AI ยักษ์ใหญ่ นักลงทุนทั่วโลกต้องจับตามอง


เกิดแรงสั่นสะเทือนในตลาดการลงทุนโลกอีกครั้ง เมื่อมีรายงานว่า Black Pearl กองทุนส่วนบุคคล (Private Fund) ฮ่องกง ได้ทำการปรับพอร์ตการลงทุนครั้งใหญ่ในช่วงไตรมาส2 ของปี โดยเลือกที่จะ "ล็อกกำไร" (Profit Taking) ในกลุ่มหุ้นเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) และหันไปเปิดสถานะสะสมสินทรัพย์ดิจิทัล (Cryptocurrency) แทน จนนักลงทุนทั่วโลกต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด

ปรับกลยุทธ์: หุ้นเทคฯ ส่งสัญญาณแพงเกินไป?

จากการเคลื่อนไหวล่าสุด Black Pearl ได้ทยอยลดสัดส่วนการถือครองหุ้นระดับมหาอำนาจของวงการ AI และ Semiconductor อย่าง Nvidia และ TSMC นักวิเคราะห์ในตลาดประเมินว่า ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนมุมมองของกองทุนที่มองว่า "ราคาหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี AI เริ่มตึงตัว (Valuation สูง)" ประกอบกับสภาวะมหภาคที่ Bond Yield (อัตราผลตอบแทนพันธบัตร) พุ่งสูงขึ้นคู่ขนาน ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันหุ้นเติบโต (Growth Stocks) ส่งผลให้กองทุนเลือกที่จะลดความเสี่ยง (De-risking) และดึงเงินทุนออกมาเพื่อรอโอกาสใหม่

ลุยคริปโต: เปิดสถานะเพิ่มสัดส่วนใหม่ใน 4 เหรียญ Blue-chip

สิ่งที่สร้างความฮือฮาให้กับตลาดมากที่สุด คือเม็ดเงินส่วนหนึ่งจากการขายหุ้นเทคฯ ได้ถูกหมุนเวียน (Rotate) กลับเข้าสู่ตลาดคริปโตเคอร์เรนซี โดยรอบนี้ Black Pearl เลือกเจาะจงเปิดสถานะใหม่ใน 4 สกุลเงินดิจิทัลแถวหน้าของโลก ได้แก่:

 Bitcoin (BTC)
 Ethereum (ETH)
 BNB
 Solana (SOL)

ทั้งนี้ Black Pearl ถือเป็นหนึ่งในกลุ่ม "Smart Money" ที่เคยสร้างผลกำไรจากน้ำมัน ช่วงต้นรอบของสภาวะสงครามที่ผ่านมา และประวัติศาสตร์ไล่ซื้อ Bitcoin ตั้งแต่ช่วงระดับราคา $20,000 กว่าๆ และสามารถทำกำไรมหาศาลในช่วงตลาดกระทิง (Bullish) ที่ผ่านมา การกลับมาซื้อรอบนี้จึงถูกตีความว่า ตลาดคริปโตที่ปรับฐาน (Correction) ลงมาในช่วงก่อนหน้า เริ่มอยู่ในระดับราคาที่ Risk-Reward Ratio (อัตราผลตอบแทนต่อความเสี่ยง) คุ้มค่าแก่การลงทุนระยะยาว

ดำเนินรอยตาม “ARK Investment” และจับตานโยบาย “Trump”

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า การปรับพอร์ตของ Black Pearl ในครั้งนี้ มีความคล้ายคลึงกับกลยุทธ์ของกองทุน ARK Investment ของ Cathie Wood (ป้าเคธี่) ที่มักจะสลับสับเปลี่ยนเงินทุนจากหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ที่อิ่มตัว ไปสะสมในสินทรัพย์นวัตกรรมหรือคริปโตในจังหวะที่ราคาปรับตัวลดลง

นอกจากนี้ ตลาดกำลังเก็งกำไรในประเด็นเชิงบวกระยะยาว หากสถานการณ์การเมืองโลกและการผลักดันของ Donald Trump ในการสนับสนุนสินทรัพย์ดิจิทัลให้เป็นวาระสำคัญของสหรัฐฯ ประสบความสำเร็จ ซึ่งอาจเป็นแรงขับเคลื่อน (Catalyst) สำคัญที่ทำให้ตลาดคริปโตรอบนี้กลับมาเติบโตอย่างรุนแรงอีกครั้ง

การเคลื่อนไหวของกองทุนดังกล่าวเป็นเพียงสัญญาณหนึ่งที่สะท้อนว่า "เม็ดเงินกำลังหมุนเวียนจากสินทรัพย์ที่แพง ไปสู่สินทรัพย์ที่กำลังสร้างฐาน" ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวเป็นเพียงการรายงานสถานการณ์ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงิน นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลและบริหารความเสี่ยงด้วยความรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน



บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ