นายธงทอง จันทรางศุ ประธานกรรมการ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด (เคที) บริษัทลูกของกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยผลงานการบริหารงานตลอด 4 ปี ระหว่างปี 2565-2569 ว่า สามารถเดินหน้าแก้ปัญหาโครงการสำคัญของเมืองได้หลายด้าน โดยเฉพาะ “มหากาพย์หนี้รถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย” ที่สามารถปลดภาระหนี้พร้อมดอกเบี้ยรวมกว่า 7 หมื่นล้านบาทได้สำเร็จ
ทั้งนี้ ครอบคลุมหนี้งานระบบ E&M มูลค่า 23,312 ล้านบาท และหนี้ค่าจ้างเดินรถอีก 50,719 ล้านบาท ซึ่งเคลียร์ได้ครบในปี 2568 พร้อมเพิ่มรายได้จากค่าโดยสารเข้าสู่ระบบปีละกว่า 3,660 ล้านบาท และยุติข้อพิพาทด้านกฎหมายที่ยืดเยื้อมานาน
ขณะเดียวกัน ยังสามารถ “ปลุกชีพ” โครงการบริหารจัดการมูลฝอยชุมชนเพื่อผลิตพลังงาน ขนาด 800 ตันต่อวัน ให้กลับมาเดินหน้าได้อีกครั้งในปี 2569 หลังเคยถูกสั่งระงับมานานกว่า 2 ปี พร้อมเข้าสู่กระบวนการปรับโครงสร้างหนี้รวม 2,400 ล้านบาท
ส่วนโครงการท่อร้อยสายสื่อสารใต้ดิน กรุงเทพธนาคมได้ยุติการดำเนินโครงการ พร้อมเจรจาลดภาระหนี้ค่าก่อสร้างกับผู้รับเหมา 2 รายืจาก 4 ราย เหลือเพียง 22 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังสามารถเจรจายุติข้อพิพาทและชำระหนี้ค่าจ้างเดินรถ O&M ของรถไฟฟ้าสายสีทองได้ครบถ้วนในปี 2569 เช่นกัน
“ธงทอง” ยังเผยถึงทิศทางใหม่ของกรุงเทพธนาคม ที่จะขยับบทบาทสู่การเป็น Strategic Purpose Vehicle ของ กทม. เพื่อพัฒนาโครงการเมืองยุคใหม่ ทั้งด้านเทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม และระบบขนส่ง
โดยหนึ่งในโครงการใหม่ที่เตรียมเดินหน้าคือ การพัฒนาระบบ Agentic AI เพื่อยกระดับกระบวนการจัดทำและอนุมัติรายงาน EIA แบบครบวงจร รวมถึงโครงการ “เรือ Taxi EV” เชื่อมการเดินทางในคลองสายสำคัญ อาทิ คลองแสนแสบ และคลองลำพู เพื่อทำหน้าที่เป็นฟีดเดอร์เชื่อมระบบขนส่งหลักของเมือง
พร้อมกันนี้ ยังมีแผนพัฒนาสถานีชาร์จ EV รองรับรถเมล์ไฟฟ้า BRT และขยายสู่ระบบขนส่งไฟฟ้าประเภทอื่นในอนาคต
นายธงทอง กล่าวทิ้งท้ายว่า สำหรับแนวทางบริหารรถไฟฟ้าสายสีเขียวหลังหมดสัมปทานในปี 2572 รวมถึงแนวคิดโอนโครงการเข้าสู่กระทรวงคมนาคมตามนโยบาย Single Ownership เพื่อปรับค่าโดยสารตามนโยบายรัฐบาลนั้น จะเป็นหน้าที่ของผู้ว่าฯ กทม. และคณะกรรมการกรุงเทพธนาคมชุดใหม่พิจารณาดำเนินการต่อไป