นายรัฐพล กิติศักดิ์ไชยกุล กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เอ็ม เอส ไอ จี ประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปี 2568 บริษัทฯ สามารถสร้างการเติบโตที่แข็งแกร่ง แม้ต้องเผชิญสถานการณ์ที่ท้าทายจากภัยธรรมชาติ ทั้งเหตุการณ์แผ่นดินไหวปลายเดือนมีนาคม และอุทกภัยครั้งใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้และหาดใหญ่ปลายปี 2568 โดยมีผลประกอบการเบี้ยประกันภัยรับรวม (GWP)ปี 2568 อยู่ที่ 5,681.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ซึ่งอยู่ที่ 4,908.8 ล้านบาท คิดเป็นการเติบโต 772.6 ล้านบาท หรือ 15.7%
กำไรหลังหักภาษี (PAT) ปี 2568 อยู่ที่ 224 ล้านบาท ในด้านโครงสร้างพอร์ต บริษัทฯ มีสัดส่วนประกันภัยรถยนต์ 48% และประกันภัยอื่นๆ (Non-Motor) 52% สะท้อนถึงการบริหารพอร์ตอย่างสมดุล และการกระจายความเสี่ยงอย่างรอบคอบ
นายรัฐพล กล่าวต่อว่า สำหรับประเทศไทย ประกันภัยการเดินทางถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 บริษทฯ สามารถสร้างเบี้ยประกันภัยได้ 796 ล้านบาท ครองส่วนแบ่งตลาดราว 25% ส่งผลให้ MSIG เป็นบริษัทประกันภัยการเดินทางอันดับ 1* ของประเทศไทย ต่อเนื่อง 3 ปีซ้อน (2566–2568) และปี 2569 ตั้งเป้าหมายเบี้ยประกันภัยกว่า 1,000 ล้านบาท โดยเมื่อเร็วๆ นี้เราได้ร่วมมือกับ Ancileo ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มเทคโนโลยีด้านการเดินทางโดยเฉพาะ โดยเชื่อมต่อประกันภัยการเดินทางของ MSIG เข้ากับแพลตฟอร์มของสายการบินหรือผู้ให้บริการจองการเดินทางได้อย่างไร้รอยต่อ (embedded insurance) ส่งผลให้นักเดินทางเข้าถึงประกันภัยการเดินทางได้ทันทีระหว่างกระบวนการจองตั๋วเครื่องบิน ปัจจุบัน MSIG มีความร่วมมือกับ Scoot ผ่านแพลตฟอร์มของ Ancileo เพื่อให้บริการประกันภัยการเดินทางของสายการบิน
พร้อมกันนี้ ล่าสุดเราได้เปิดตัว “BizLink” ยกระดับตัวแทนนายหน้า เดินหน้าสู่ยุคประกันภัยดิจิทัลครบวงจร ซึ่ง BizLink เป็นแพลตฟอร์มสนับสนุนการทำงานของตัวแทนและนายหน้าประกันภัย ที่มาพร้อมกับโซลูชันรวมทุกฟังก์ชันสำคัญไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ตั้งแต่การเปรียบเทียบแผนประกันภัย การจัดทำใบเสนอราคา ไปจนถึงการออกกรมธรรม์และการชำระเงิน รวมถึง ยังมีระบบรองรับการบริหารการจัดการที่ครอบคลุม อาทิ การปรับแต่งโปรไฟล์ผู้ใช้งาน จัดเก็บและบริหารฐานข้อมูลตัวแทน/นายหน้า อย่างมีประสิทธิภาพ การบริหารวงเงินเครดิต รวมถึงการค้นหาและพิมพ์กรมธรรม์ได้อย่างสะดวกในระบบเดียว
การเปิดตัวแพลตฟอร์มนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ MSIG ในการนำนวัตกรรมเทคโนโลยีมาช่วยขับเคลื่อนการทำงานสู่ความสำเร็จของคู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อยกระดับประสบการณ์การให้บริการลูกค้าให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม สำหรับปี 2569 บริษัทฯ มั่นใจว่าจะสามารถเติบโตกว่า 10% จากแผนกลยุทธ์ที่วางไว้และโอกาสทางธุรกิจ ได้แก่ รักษาสัดส่วนพอร์ตประกันภัยรถยนต์ ควบคู่กับการควบคุมกำไรอย่างเหมาะสม ผลักประกันภัยการเดินทางให้เป็นผลิตภัณฑ์หลัก พร้อมรักษาความเป็นอันดับ 1 ของตลาด พร้อมเพิ่มบริการต่างๆ ที่เกี่ยวกับการเดินทางในต่างประเทศ ขยายการเติบโตผ่านช่องทางอีคอมเมิร์ซพัฒนาช่องทางการขายด้วยระบบ Bizlink ให้กับคู่ค้า ตัวแทน นายหน้า ผ่านระบบดิจิทัล เสริมสร้างแบรนด์ให้แข็งแรง เพื่อสนับสนุนการเติบโตในระยะยาว