กรมชลฯ เดินหน้าบูรณาป้องกันน้ำท่วมมหาสารคาม

วันศุกร์ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569

กรมชลฯ เดินหน้าบูรณาป้องกันน้ำท่วมมหาสารคาม


นายสมเกียรติ วิริยะกุลนันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดการประชุมปัจฉิมนิเทศโครงการศึกษาความเหมาะสมการบรรเทาอุทกภัย อำเภอเมืองมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม เพื่อประชาสัมพันธ์และรับฟังความคิดเห็นสรุปแนวทางการบริหารจัดการน้ำและผลการศึกษาความเหมาะสมโครงการ โดยมีผู้แทนส่วนราชการสถาบันการศึกษา ภาคเอกชน สภาเกษตรกรจังหวัดมหาสารคาม กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กลุ่มผู้ใช้น้ำและสื่อมวลชน เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมสันตรัตน์ โรงแรมตักสิลา มหาสารคาม ว่า

พื้นที่จังหวัดมหาสารคามตั้งอยู่บริเวณตอนกลางของลุ่มน้ำชี ส่วนใหญ่มักเกิดปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มน้ำพอง ลุ่มแม่น้ำชี รวมทั้งบริเวณจุดบรรจบระหว่างลำน้ำและแม่น้ำชีเป็นประจำทุกปี  โดยเฉพาะเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ ในช่วงเดือนกันยายนถึงตุลาคม ปี พ.ศ.2565 ซึ่งได้รับอิทธิพลจากพายุดีเพรสชัน ส่งผลให้พื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ บ้านเรือนของประชาชน พื้นที่ทำการเกษตร ถนนสัญจรได้รับความเสียหายมากกว่า 170,000 ไร่ ขณะที่ในช่วงฤดูแล้งมักจะเกิดปัญหาการขาดแคลนน้ำ เนื่องจากไม่มีแหล่งเก็บกักน้ำที่เพียงพอต่อความต้องการใช้น้ำสำหรับการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร จึงได้ขอให้กรมชลประทานช่วยหาแนวทางแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน

“โครงการนี้เป็นการศึกษาความเหมาะสมเพื่อปัญหาอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากอุทกภัยครั้งใหญ่ในลุ่มน้ำชีทั้ง 2 ฝั่งเมื่อปี 2565 ทำให้ประชาชนเดือดร้อน กรมชลประทานจึงได้ตั้งงบประมาณขึ้นมาศึกษาเพื่อแก้ปัญหาอุทกภัยร่วมถึงภัยแล้ง โดยพิจารณาว่า จะทำอย่างไรดำเนินการน้ำไหลพาดผ่านเมืองไหลได้เร็วขึ้นไม่ไหลเข้าท่วมเมือง รวมทั้งยังพิจารณาขุดลอกอ่างน้ำ 3 อ่างเพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ในหน้าแล้ง โดยเฉพาะในพื้นที่ 4 อำเภอประกอบด้วย เชียงยืน กันทรวิชัย โกสุมพิสัยและอำเภอเมือง”นายสมเกียรติ

นายปรัชญา ฉายวัฒนา ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโยธา กรมชลประทาน กล่าวว่า เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาดังกล่าว กรมชลประทาน จึงได้เร่งศึกษาความเหมาะสมการบรรเทาอุทกภัยเมืองมหาสารคาม ครอบคลุม 49 ตำบล ของอำเภอเชียงยืน อำเภอโกสุมพิสัย อำเภอกันทรวิชัย และอำเภอเมืองมหาสารคาม เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการน้ำ รวมถึงเป็นการป้องกันบรรเทาปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง ให้มีความสอดคล้องกับสภาพปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมและเกิดความยั่งยืนต่อไปในอนาคต ซึ่งการศึกษาจะแล้วเสร็จในต้นเดือนพฤษภาคม 2569 นี้

ที่ผ่านมากรมชลประทานได้ลงพื้นที่จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนร่วมข้อง และสรุปข้อเสนอแนะที่สำคัญเพื่อนำไปร่วมกำหนดแผนงานโครงการบรรเทาปัญหาอุทกภัยและแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำควบคู่กันไป และได้พิจารณาคัดเลือกโครงการที่มีความสำคัญในลำดับต้นจากแนวทางการบรรเทาปัญหาน้ำท่วมและขาดแคลนน้ำมาดำเนินการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบเบื้องต้น ทั้ง 5 แนวทาง โดยมีรายละเอียดที่สำคัญ ดังนี้

1.โครงการขุดลอกปรับปรุงความจุอ่างเก็บน้ำเดิม จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ อ่างเก็บน้ำ

แก่งเลิงจาน อ่างเก็บน้ำห้วยคะคาง และ อ่างเก็บน้ำหนองกระทุ่ม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพกักเก็บน้ำก่อนที่จะไหลลงสู่พื้นที่ตอนล่าง สามารถลดความเสียหายของพื้นที่น้ำท่วมในเขตอำเภอเมืองมหาสารคาม และเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนเพื่อการเกษตรกรรม การอุปโภคบริโภค รวมทั้งการใช้น้ำของกิจกรรมอื่นๆ ในพื้นที่รอบอ่างฯ

2.โครงการปรับปรุงและพัฒนาระบบสูบน้ำเพิ่มศักยภาพให้สามารถระบายน้ำลง

สู่แม่น้ำชีผ่านอาคารบังคับน้ำริมแม่น้ำชีเดิมที่มีอยู่แล้ว จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ การปรับปรุงอัตราสูบของสถานีสูบน้ำ ปตร.ท่าตูม ปตร.ท่าสองคอน รวมทั้งปรับปรุง ทรบ.กุดแดง ให้เป็นสถานีสูบน้ำ ซึ่งจะเร่งการระบายน้ำ ช่วยลดความเสียหายจากปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากบริเวณพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของเมืองมหาสารคามและชุมชนโดยรอบ

3.โครงการพัฒนาพื้นที่รับน้ำสาธารณะที่น้ำท่วมเป็นพื้นที่รับน้ำหลาก ซึ่งมีโครงการ

ประเภท “กุด” จำนวน 37 กลุ่มแหล่งน้ำที่มีศักยภาพ และคัดเลือกมาดำเนินการศึกษาเตรียมความพร้อมก่อน จำนวน 6 กลุ่มแหล่งน้ำ ประกอบด้วย 1.กลุ่มหนองเบ็ญ อ.โกสุมพิสัย 2.กลุ่มหนองขี้เห็น อ.กันทรวิชัย 3.กลุ่มกุดกว้าง อ.กันทรวิชัย 4.กลุ่มกุดคำฮง อ.กันทรวิชัย 5.กลุ่มกุดเดือยไก่ (พรด.) อ.กันทรวิชัย และ 6.กลุ่มห้วยคะคาง อ.เมืองมหาสารคาม โดยทำการพัฒนาและปรับปรุงอาคารชลประทานให้สามารถกักเก็บน้ำและช่วยชะลอน้ำในช่วงเกิดอุทกภัย ไว้สำหรับเป็นน้ำต้นทุนเพาะปลูกในฤดูกาลถัดไป

4.โครงการขุดลอกปรับปรุงลำน้ำสายหลัก จำนวน 2 แห่ง ได้แก่

1.การปรับปรุงขุดลอกแม่น้ำชีจากบริเวณสะพานข้ามแม่น้ำชีที่บ้านท่าขอนยางไปด้านท้ายน้ำ ความยาว 15 กิโลเมตร เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 213 ที่เชื่อมระหว่างอำเภอเมืองมหาสารคามและกันทรวิชัยในช่วงเกิดอุทกภัย และ 2.การปรับปรุงขุดลอกลำห้วยคะคาง บริเวณด้านช่วงจากท้ายอ่างเก็บน้ำแก่งเลิงจานที่ไหลผ่านตัวเมืองมหาสารคาม ไปยังด้านหน้าประตูระบายน้ำท่าตูม ความยาว 35 กม. เพื่อช่วยให้การระบายน้ำจากอ่างเก็บน้ำแก่งเลิงจานลงห้วยคะคาง สามารถแก้ปัญหาน้ำล้นตลิ่งจากห้วยคะคางเข้าท่วมตัวเมืองมหาสารคามได้  และ

5.โครงการพัฒนาคลองผันน้ำลุ่มน้ำห้วยเชียงส่ง-แม่น้ำชี มีองค์ประกอบโครงการ

คือ ก่อสร้างประตูระบายน้ำบริเวณจุดบรรจบคลองสีดาและคลองสายคอ ปรับปรุงลำน้ำเชื่อมจากคลองสีดาและคลองสายคอ และ ปรับปรุงคลองสายคอ คลองกุดไส้จ่อ ไปจนถึงจุดบรรจบแม่น้ำชี ความยาว 45 กม.ซึ่งจะช่วยตัดยอดน้ำจากฝั่งซ้ายของแม่น้ำชีและช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วมเขตเศรษฐกิจสำคัญของอำเภอเมืองมหาสารคาม และ อำเภอกันทรวิชัย

“ภายหลังการพัฒนาโครงการทั้ง 5 แผนงานแล้วเสร็จจะช่วยบรรเทาปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ชุมชนและการเกษตร 33,000 ไร่ สร้างความมั่นคงด้านน้ำ ด้วยแหล่งน้ำต้นทุนที่เพิ่มขึ้นกว่า 27.61 ล้าน ลบ.ม. สามารถส่งน้ำให้พื้นที่ทำการเกษตรได้ 25,500 ไร่ มีน้ำต้นทุนผลิตประปาเพิ่มขึ้น 3.39 ล้าน ลบ.ม. เพื่อบรรเทาปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคได้ 9,358 ครัวเรือน ซึ่งในอนาคตยังสามารถพัฒนาพื้นที่รับประโยชน์ใหม่ได้เพิ่มมากขึ้น ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น” นายปรัชญา กล่าว



บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ