นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานเปิดกิจกรรมรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ภายใต้แคมเปญ “ออกเวลาไหนก็ถึงบ้านเหมือนกัน Smart Travel Songkran 2569” โดยตั้งเป้าอำนวยความสะดวกและยกระดับความปลอดภัยการเดินทางของประชาชนทั่วประเทศ
กระทรวงคมนาคมคาดการณ์ว่า ช่วงเทศกาลจะมีผู้ใช้บริการขนส่งสาธารณะรวมกว่า 22 ล้านคน-เที่ยว แบ่งเป็นในกรุงเทพมหานคร 18.58 ล้านคน-เที่ยว และต่างจังหวัด 3.45 ล้านคน-เที่ยว จึงได้บูรณาการระบบขนส่งทั้งทางถนน ราง น้ำ และอากาศ เพื่อกระจายการเดินทาง ลดความแออัด และลดอุบัติเหตุ โดยตั้งเป้า “อุบัติเหตุเป็นศูนย์”
สำหรับมาตรการสำคัญในการช่วยลดภาระประชาชน รัฐบาลได้ยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษ 3 สายทาง ได้แก่ ทางพิเศษเฉลิมมหานคร ศรีรัช และอุดรรัถยา รวม 63 ด่าน พร้อมตรึงอัตราค่าโดยสารรถโดยสารประจำทางในราคาเดิมจนถึงวันที่ 19 เมษายน 2569 รวมถึงจัดหารถโดยสารเสริมให้เพียงพอ เพื่อให้ประชาชนสามารถเดินทางกลับภูมิลำเนาได้อย่างทั่วถึง
ด้านความปลอดภัย กรมการขนส่งทางบกได้ดำเนินมาตรการเข้มงวด ตรวจความพร้อมรถโดยสารและพนักงานขับรถ 100% ทั้งก่อนและระหว่างการเดินทาง พร้อมตั้งจุดตรวจ 176 แห่ง จุด Checking Point 28 จุดใน 26 จังหวัด และจุดพักรถ 15 จุดใน 13 จังหวัด รวมถึงใช้ระบบ GPS ติดตามความเร็วรถโดยสารตลอด 24 ชั่วโมง และระบบแจ้งเตือนพฤติกรรมเสี่ยงผ่านแอปพลิเคชัน DLT GPS Notice
ขณะเดียวกัน ได้ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จัดตั้งจุดบริการ “อาชีวะ-ขนส่ง อาสาช่วยประชาชน” กว่า 150 จุดทั่วประเทศ ให้บริการตรวจเช็กสภาพรถเบื้องต้นและช่วยเหลือกรณีฉุกเฉิน
ในมิติการพัฒนาระบบราชการดิจิทัล กรมการขนส่งทางบกได้ลงนามความร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เชื่อมโยงข้อมูลประวัติอาชญากรรมของผู้ขอรับและต่ออายุใบอนุญาตขับรถสาธารณะผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ลดขั้นตอนการติดต่อราชการ โดยผู้ขอรับบริการสามารถดำเนินการได้รวดเร็วและแล้วเสร็จภายใน 1 วัน ซึ่งคาดว่าระบบจะเริ่มใช้งานภายใน 90 วัน
ด้านสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้สนับสนุนข้อมูลผ่านแอปพลิเคชัน Police Care เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ทั้งข้อมูลเส้นทางจราจร จุดตรวจสภาพรถ ช่องทางฝากบ้านกับตำรวจ และหมายเลขติดต่อสถานีตำรวจทั่วประเทศ พร้อมจัดกำลังเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกด้านการจราจรตลอดช่วงเทศกาล
ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมย้ำว่า การดำเนินมาตรการทั้งหมดมุ่งเน้นให้ประชาชนเดินทางได้อย่างสะดวก ปลอดภัย และลดค่าใช้จ่ายในช่วงเทศกาลสำคัญของประเทศ