โลกกำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนสำคัญ กกร. ออกโรงเตือนเศรษฐกิจไทยปี 69 เข้าสู่ภาวะเปราะบางอย่างหนัก หลังความขัดแย้งในตะวันออกกลางลามทุบราคาพลังงาน-การท่องเที่ยว ขณะที่นโยบายกำแพงภาษีของสหรัฐฯ กลับมาเขย่าขวัญภาคการส่งออกไทยอีกครั้ง
> ตะวันออกกลางระเบิดศึก ทุบต้นทุน-ตัดเส้นทาง
นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) และประธาน ส.อ.ท. เปิดเผยว่า วิกฤตการณ์ในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น กำลังกลายเป็น "ระเบิดเวลา" ของเศรษฐกิจโลก โดยราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในตลาดล่วงหน้าพุ่งทะยาน และมีแนวโน้มยืนระยะในระดับสูงไปอีก 1-3 เดือน
ผลกระทบทางตรงคือ ต้นทุนการขนส่งสินค้าทางเรือและอากาศพุ่งสูง ท่องเที่ยวสะดุด เที่ยวบินที่ต้องผ่านพื้นที่ขัดแย้งถูกยกเลิก กระทบรายได้หลักของประเทศ ส่งผลต่อตัวเลขที่น่ากังวล โดย สศช. ประเมินว่าหากสถานการณ์ยืดเยื้อ GDP ไทยปี 2569 อาจโตได้เพียง 1.3% - 1.6% ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายเดิมที่เคยมองไว้ที่ 2.0% อย่างมีนัยสำคัญ
> กำแพงภาษีสหรัฐฯ โจทย์หินที่เลี่ยงไม่ได้
ความไม่แน่นอนทางการค้ากลับมาหลอกหลอนอีกครั้ง เมื่อศาลสูงสุดสหรัฐฯ ตัดสินให้ Reciprocal Tariffs ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ส่งผลให้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ งัด มาตรา 122 (Universal Tariff 10%) มาใช้ทันที ทำให้ไทยตกอยู่ในกลุ่มประเทศเสี่ยงสูง เนื่องจากปี 2568 ไทยเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ พุ่งสูงถึง 7.2 หมื่นล้านดอลลาร์ (เทียบกับ 4.5 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 67) ขณะที่กลุ่มเทคโนโลยีที่ถูกเพ่งเล็งเรื่องการสวมสิทธิ์ (Section 301 และ 338) อาจถูกสั่งเก็บภาษีรายเซกเตอร์ (Sectoral Tariffs) ในอนาคตอันใกล้
>รัฐ-เอกชน ผนึกกำลัง "Reinvent Thailand"
แม้จะเจอศึกหนักรอบด้าน แต่ กกร. ยืนยันความพร้อมร่วมกับรัฐบาล ในการบริหารวิกฤต โดยเฉพาะความมั่นคงพลังงาน ซึ่งไทยมีสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงใช้ได้ถึง 60 วัน เพียงพอต่อการบริหารจัดการ "ไม่ต้องกักตุน" แต่ขอความร่วมมือช่วยกันประหยัด พร้อมพลิกวิกฤตเป็นโอกาส ด้วยการเร่งดึงดูดการลงทุนในด้าน Food Security (ความมั่นคงอาหาร) และ Medical Hub (ศูนย์กลางสุขภาพ) ซึ่งไทยมีความได้เปรียบในเชิงภูมิรัฐศาสตร์
โดย กกร. ส่งข้อเรียกร้องถึงรัฐบาลใหม่ เร่งเบิกจ่ายงบประมาณ ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ และแก้ปัญหาแรงงานต่างด้าวให้เพียงพอต่อความต้องการของภาคธุรกิจ
