กรมทางหลวงชนบท เชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมขนส่งภาคเหนือ มุ่งยกระดับการเดินทางสู่การเป็นศูนย์กลางทางการค้า เดินหน้าสร้างถนนสายแยก ทล.11 - ทล.1 อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง (ตอนที่ 1) คืบหน้าไปแล้วกว่า 20% คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในกลางปี 2570
นายพิชิต หุ่นศิริ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท เปิดเผยว่า กรมทางหลวงชนบท (ทช.) ได้ดำเนินโครงการก่อสร้างถนนทางหลวงชนบทสายแยก ทล.11 - ทล.1 อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง (ตอนที่ 1) เพื่อเป็นการเชื่อมโยงโครงข่ายการคมนาคมขนส่งของจังหวัดภาคเหนือตอนบนและตอนล่าง สนับสนุนการพัฒนาเมืองลำปางสู่การเป็นศูนย์กลางทางการค้าและประตูเศรษฐกิจในการติดต่อเชื่อมโยงกลุ่มประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงตอนบนในอนาคต
สำหรับโครงการก่อสร้างดังกล่าว มีระยะทางรวม 5.400 กิโลเมตร พร้อมก่อสร้างสะพาน จำนวน 3 แห่ง ใช้งบประมาณในการก่อสร้าง 678.900 ล้านบาท โดยรายละเอียดการก่อสร้างแบ่งได้ ดังนี้
- จุดเริ่มต้นโครงการบริเวณช่วง กม.ที่ 0+000 (เชื่อมกับ ทล.11 ตอน ลำปาง - เชียงใหม่ บริเวณ กม.ที่ 466+075 ด้านขวาทาง) ถึง กม.ที่ 0+390 รวมระยะทาง 0.390 กิโลเมตร
- ก่อสร้างถนนเป็นผิวจราจรแอสฟัลต์ติกคอนกรีต ขนาด 4 ช่องจราจร บริเวณช่วง กม.ที่ 0+970 ถึง กม.ที่ 2+610 และบริเวณช่วง กม.ที่ 3+186 ถึง กม.ที่ 5+160 รวมระยะทาง 3.614 กิโลเมตร
- ก่อสร้างถนนเป็นผิวจราจรคอนกรีตเสริมเหล็ก ขนาด 8 - 10 ช่องจราจร บริเวณ กม.ที่ 2+610 ถึง กม.ที่ 3+186 (ตัด ทล.1039 กม.ที่ 6+442.674) รวมระยะทาง 0.576 กิโลเมตร
- ก่อสร้างถนนเป็นผิวจราจรคอนกรีตเสริมเหล็ก ขนาด 4 ช่องจราจร บริเวณ กม.ที่ 5+160 ถึง กม.ที่ 5+400 (ตัด ทล.1157 บริเวณ กม.ที่ 2+245) รวมระยะทาง 0.240 กิโลเมตร
- บริเวณ กม.ที่ 0+676.528 ก่อสร้างสะพานข้ามทางรถไฟ ขนาด 4 ช่องจราจร ความยาวสะพานรวม 580 เมตร
ปัจจุบันโครงการดังกล่าวอยู่ระหว่างการก่อสร้างในขั้นตอนของงานดินถมคันทาง งานโครงสร้างสะพานข้ามทางรถไฟ บริเวณ กม.ที่ 0+388.528 ถึง กม.ที่ 0+968.528 รวมไปถึงงานท่อเหลี่ยม งานท่อกลมคอนกรีตเสริมเหล็ก โดยขณะนี้การก่อสร้างในภาพรวมมีความคืบหน้าไปแล้วกว่าร้อยละ 20 คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จภายในกลางปี 2570
ทั้งนี้ เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จ นอกจากจะช่วยให้ภาคการขนส่งของภาคเหนือเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ยังช่วยรองรับการเจริญเติบโตของชุมชนเมือง ลดระยะทางในการเดินทางจากเส้นทางผ่านเมืองที่ใช้ในปัจจุบันได้ประมาณ 3 กิโลเมตร รวมไปถึงการแยกรถบรรทุกออกจากพื้นที่ชุมชน เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้ทางในชุมชนเมืองได้เป็นอย่างดีอีกด้วย