ก้าวเข้าสู่ปี 2026 สถานการณ์การค้าโลกไม่ได้อยู่บนความ "ปกติ" อีกต่อไป โดยเฉพาะเมื่อสหรัฐฯ ภายใต้การนำของทรัมป์เริ่มใช้เครื่องมือทางภาษีที่ซับซ้อนและรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการใช้ Section 122 ที่เริ่มเก็บภาษีชั่วคราว 10-15% หรือการจ่อคิวใช้ มาตรา 301 ในอนาคต แม้แต่คำวินิจฉัยของศาลสูงสุดเรื่อง "ภาษีต่างตอบแทน" (Reciprocal Tariff) ก็ยังเป็นสิ่งที่น่าจับตามอง
ในฐานะผู้ประกอบการไทย นี่ไม่ใช่เวลาของการ "รอดูเชิง" แต่เป็นเวลาของการ "ปรับตัว" ด้วย 4 คัมภีร์เอาตัวรอดที่ต้องเริ่มทำทันที
1. เกมราคาและต้นทุน : เมื่อ "แหล่งกำเนิด" คือจุดตาย
สหรัฐฯ กำลังจ้องเขม็งไปที่สินค้าที่มี "เงาของจีน" ผสมอยู่ ดังนั้นการบริหารต้นทุนต้องเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ ด้วยการ คลีนซิ่งห่วงโซ่อุปทาน ตรวจสอบ Rule of Origin ให้ดี หากยังใช้วัตถุดิบจากจีนจำนวนมาก อาจเสี่ยงโดนภาษีอ่วม ทางแก้คือการเร่งเปลี่ยนไปใช้วัตถุดิบ Local Content จากไทยหรืออาเซียน โดยเฉพาะการมีส่วนประกอบจากสหรัฐฯ (US-origin content) เกิน 20% จะเป็นเกราะป้องกันชั้นดี รวมถึง กลยุทธ์ Frontloading หากประเมินว่ากำแพงภาษีจะสูงขึ้นอีก การชิงส่งออกไปสต็อกสินค้าในคลังที่สหรัฐฯ ก่อนนโยบายใหม่ประกาศใช้ คือทางลัดระยะสั้นที่ช่วยรักษา Margin ไว้ได้
2. อย่าฝากชีวิตไว้กับ "ลุงแซม"
การพึ่งพาตลาดเดียวคือความเสี่ยงสูงสุดในยุคนี้ การกระจายความเสี่ยงจึงไม่ใช่ทางเลือกแต่เป็นทางรอด มุ่งหน้าสู่ตลาดใหม่ เร่งขยายหัวหาดไปยังกลุ่มประเทศที่มีกำลังซื้อสูงและเป็นมิตรทางการค้า เช่น อาเซียน อินเดีย หรือ ตะวันออกกลาง โดย ใช้แต้มต่อจาก FTA ขุดสิทธิประโยชน์จาก RCEP รวมถึงข้อตกลงการค้ากับยุโรปและญี่ปุ่นมาใช้ให้เต็มที่ เพื่อสร้างความได้เปรียบด้านราคาในตลาดที่อาจเคยมองข้าม
3. พลิกวิกฤตห่วงโซ่อุปทาน รับมือ Twin Influx
เมื่อไทยลดภาษีให้สินค้าสหรัฐฯ เหลือ 0% และจีนก็ระบายสินค้าที่ส่งไปสหรัฐฯไม่ได้ จึงบุกเข้ามาที่ไทยแทน ตลาดในบ้านเราจะเกิดสภาวะ "สินค้าทะลักสองทาง" จึงต้อง ยกระดับมาตรฐาน (Quality Over Price) สู้ด้วยราคาคงยาก ทางรอดคือการสร้างมูลค่าเพิ่มและมาตรฐานสินค้าให้สูงกว่าสินค้าทะลักราคาถูก พร้อมกับ หาโอกาสจากต้นทุนนำเข้าที่ลดลง โดยเฉพาะเครื่องจักรหรือวัตถุดิบ (เช่น พลังงาน สินค้าเกษตร) จากสหรัฐฯ เพราะเป็นช่วงนาทีทองที่จะได้ของดีราคาถูกจากภาษี 0%
4. การเงินต้องนิ่ง นโยบายต้องแม่น
พายุภาษีมักมาคู่กับพายุค่าเงิน ความผันผวนของบาทและดอลลาร์ในปีนี้จะรุนแรงขึ้น การทำประกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน (Hedging) กับธนาคารจะช่วยให้กำไรไม่หายไปกับตัวเลขในหน้าจอ
หัวใจสำคัญของปี 2026 คือ "ความยืดหยุ่น" การปรับสัดส่วนวัตถุดิบเป็นของในประเทศได้เร็ว และหาตลาดสำรองได้ไวเท่าไหร่ จะยิ่งมีความต้านทานต่อแรงกระแทกจากนโยบายของทรัมป์ได้ดีเท่านั้น