“สาระ ล่ำซำ” บิ๊กบอส เมืองไทยประกันชีวิต ชี้ ภาพรวม ศก.ไทย ปี 69 ยังท้าทาย โดยเฉพาะ ‘ภูมิศาสตร์การเมืองโลก’ ยากคาดเดา มั่นใจสังคมสูงวัยพุ่งดันธุรกิจประกันยังโตได้ ชู กลยุทธ์ “Go Healthier with MTL” ลงทุนผ่านยูนิตลิงค์กระจายความเสี่ยงการลงทุน

วันเสาร์ที่ 07 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

“สาระ ล่ำซำ” บิ๊กบอส เมืองไทยประกันชีวิต ชี้ ภาพรวม ศก.ไทย ปี 69 ยังท้าทาย โดยเฉพาะ ‘ภูมิศาสตร์การเมืองโลก’ ยากคาดเดา  มั่นใจสังคมสูงวัยพุ่งดันธุรกิจประกันยังโตได้ ชู กลยุทธ์ “Go Healthier with MTL” ลงทุนผ่านยูนิตลิงค์กระจายความเสี่ยงการลงทุน


นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจในปี 2569 นี้ มองว่ายังคงต้องเผชิญกับความท้าทายอยู่มากต่อเนื่องมาจากปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของภูมิศาสตร์การเมืองโลก (Geopolitics) ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งความเสี่ยงที่ไม่ควรมองข้ามเนื่องจากเป็นตัวแปรความไม่แน่นอนที่ยากจะคาดเดาและสามารถส่งผลต่อทิศทางแนวโน้มนโยบายและภาวะเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยในอนาคตได้ อีกทั้ง ความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่ปรับไปอย่างรวดเร็ว รวมถึงเจนเนอเรชั่น (Generation หรือ Gen) ที่มีความหลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มสังคมสูงวัยที่ประเทศไทยได้เข้าสู่สังคมดังกล่าวอย่างสมบูรณ์แล้ว

ดังนั้น ความท้าทายต่าง ๆ ข้างต้นที่กล่าวมายังคงต่อเนื่องส่งมาถึงปีนี้อย่างแน่นอน แต่สำหรับภาพรวมอุตสาหกรรมธุรกิจประกันในปี 2569 นี้ เรายังมองว่ายังมีช่องทางโอกาสที่เติบโตอยู่ จากเหตุปัจจัยในเรื่องของ กลุ่มสังคมสูงวัยที่เพิ่มสูงขึ้นในประเทศไทยที่ต้องการประกันความคุ้มครองเรื่องของสุขภาพ

อีกทั้ง ปัจจุบันคนไทยจำนวนมากมองภาพประกันชีวิตเปลี่ยนไปจากสมัยก่อนมากแล้ว เพราะเล็งเห็นถึงคุณประโยชน์ในเรื่องของการทำประกันเพื่อสุขภาพของตนแล้ว ส่งสามารถส่งต่อผลประโยชน์เป็นมรดกให้ทายาทตัวเองได้อีกในอนาคตมีภาพที่เห็นชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ จากการได้ความรู้และความเข้าใจจากการสื่อสารไปให้คนไทยได้รับรู้มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของเมืองไทยประกันชีวิตเองนั้น ปีที่ 2568 ผ่านมาแม้จะเจอความท้าทายเยอะ แต่ผลประกอบการยังเติบโตได้ดีในทุกมิติ ดังนี้

1. ยอดขายและการเติบโต (Sales Growth)

 * เบี้ยประกันภัยรับรายใหม่ (New Business Premium): เติบโตขึ้น 10% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

 * กลุ่มสินค้า Unit-Linked (Investment Linked): เป็นกลุ่มที่โดดเด่นที่สุด โดยมียอดขายเติบโตแบบก้าวกระโดดถึง 249% สะท้อนว่าลูกค้าให้ความสนใจผลิตภัณฑ์ที่ได้ทั้งความคุ้มครองและการลงทุนสูงมาก

 * กลุ่มประกันโรคร้ายแรง (Ordinary Critical Illness): มียอดขายเติบโตขึ้น 24% แสดงถึงความตระหนักด้านสุขภาพของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น

2. ความพึงพอใจและการยอมรับ (Customer Satisfaction)

 * คะแนนความพึงพอใจ (Net Promoter Score): ขยับสูงขึ้นจาก 75 เป็น 78 คะแนน ซึ่งเป็นตัวชี้วัดว่าลูกค้ามีความเชื่อมั่นและพร้อมที่จะบอกต่อหรือแนะนำบริการของบริษัทให้ผู้อื่น (สำรวจโดย NielsenIQ)

3. ความแข็งแกร่งทางการเงิน (Financial Strength)

 * สินทรัพย์รวม (Assets): ปัจจุบันบริษัทมีสินทรัพย์อยู่ในการดูแลสูงถึง 6.9 แสนล้านบาท (690 bn)

 * ความมั่นคงของเงินกองทุน (Capital Adequacy): อยู่ในระดับที่สูงกว่า 350% ซึ่งถือว่ามีความมั่นคงทางการเงินสูงมาก (สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานทั่วไปค่อนข้างเยอะ) เพื่อรองรับความเสี่ยงในอนาคต

บิ๊กบอส บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวต่อว่า สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจในปี 2569 เมืองไทยประกันชีวิตได้เตรียมพร้อมอย่างรอบคอบ โดยยังคงยึดหลักการกระจายการลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์เป็นสำคัญ เพื่อสร้างความยืดหยุ่นให้พอร์ตการลงทุนสามารถรับมือได้ทั้งในสภาวะที่ตลาดอาจปรับตัวลงรุนแรง และไม่พลาดโอกาสสร้างผลตอบแทนเมื่อตลาดปรับตัวสูงขึ้น โดยบริษัทฯ ได้ปรับสัดส่วนการลงทุนใหม่ให้สอดคล้องกับสภาวะตลาด มีการปรับลดสัดส่วนการลงทุนในตราสารหนี้ไทยและเพิ่มการลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศเพื่อเพิ่มโอกาสรับประโยชน์จากทิศทางดอกเบี้ยโลก ในขณะที่การลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงสูงก็ได้ปรับลดบทบาทของหุ้นไทยเนื่องจากข้อจำกัดเชิงโครงสร้างและการเติบโตที่ยังมีความท้าทาย โดยไปเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหุ้นโลก เพื่อเปิดโอกาสรับผลตอบแทนจากการเติบโตของเศรษฐกิจโลก ซึ่งมีสัดส่วนของธุรกิจนวัตกรรม เทคโนโลยีขั้นสูง เช่น AI อยู่เป็นจำนวนมาก พร้อมทั้งกระจายการลงทุนบางส่วนไปยังตลาดหุ้นเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมหุ้นญี่ปุ่น) เพื่อกระจายความเสี่ยงออกจากตลาดสหรัฐฯ และรับโอกาสการเติบโตจากภูมิภาคเอเชียที่มีแนวโน้มขยายตัวสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกในระยะยาว ซึ่งการปรับกลยุทธ์ในครั้งนี้มีเป้าหมายหลักเพื่อสร้างผลตอบแทนของพอร์ตแนะนำให้มีความมั่นคงและมีเสถียรภาพสูงสุดในระยะยาว

พร้อมกันนี้ เมืองไทยประกันชีวิตเดินหน้าสร้างความมั่นคงเพื่อคนที่คุณรัก ผ่านกลยุทธ์ “Go Healthier with MTL” เพื่อยกระดับการดูแลสุขภาพกาย สุขภาพใจ และสุขภาพทางการเงินให้ดียิ่งขึ้น โดยการพัฒนาบริการพิเศษสำหรับลูกค้าประกันชีวิตควบการลงทุนหรือยูนิตลิงค์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การคุ้มครองชีวิตและสุขภาพได้ดำเนินไปพร้อมกับโอกาสในการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนผ่านผลิตภัณฑ์เมืองไทยยูนิตลิงค์ ซึ่งถูกออกแบบให้เป็นเครื่องมือวางแผนการเงินระยะยาวที่ยืดหยุ่น เลือกเพิ่มความคุ้มครองสุขภาพได้ครอบคลุมทุกความต้องการ ปรับเปลี่ยนได้ตามไลฟ์สไตล์ เป้าหมาย และสถานการณ์ โดยปีที่ผ่านมา เมืองไทยประกันชีวิตได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ mDesign 99/3, 99/5 และ 99/10 ที่เปิดโอกาสให้ทุกท่านเลือกระยะเวลาชำระเบี้ยได้หลากหลายให้สอดคล้องกับเป้าหมายทางการเงินของตัวเองมากยิ่งขึ้น

“บริษัทฯ ได้เสริมความมั่นใจด้านการลงทุนให้กับลูกค้าเมืองไทยยูนิตลิงค์ ด้วยบริการ MTL Portfolio Management ซึ่งดูแลโดยผู้จัดการกองทุนผู้มากประสบการณ์ของบริษัทฯ ที่ขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. โดยในปี 2568 แม้ตลาดการเงินโลกจะมีความผันผวนสูง แต่พอร์ตโฟลิโอแนะนำตามระดับความเสี่ยง 5 พอร์ต สามารถสร้างผลตอบแทนได้ดีในช่วงประมาณ 7.7% - 11% ซึ่งถือว่าทำผลงานได้โดดเด่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเทียบกับการลงทุนในหุ้นไทยที่มีผลตอบแทนติดลบถึง -6% ทั้งนี้ การลงทุนแบบเป็นพอร์ตโฟลิโอนั้นมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การกระจายความเสี่ยงในหลากหลายสินทรัพย์ แม้ในแต่ละปีจะไม่ได้ทำผลตอบแทนเหนือกว่าทุกสินทรัพย์ แต่การกระจายความเสี่ยงผ่านการลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์จะช่วยลดโอกาสการเกิดผลตอบแทนติดลบที่รุนแรง และช่วยสร้างความสม่ำเสมอให้กับเงินลงทุนของลูกค้าเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว” 

นายสาระ กล่าวทิ้งท้ายว่า ล่าสุด เมืองไทยประกันชีวิต เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “เมืองไทย เฟล็กซี่ โพรเทคชั่น 99/5” แบบประกันชีวิตที่ “คนซื้อได้ใช้จริง” โดดเด่นด้วยคุ้มครองครอบคลุมทั้งชีวิตและสุขภาพ ครบจบในกรมธรรม์เดียว เปลี่ยนทุนประกันเป็นค่ารักษาพยาบาลได้เมื่ออายุครบ 65 ปี* ช่วยให้อุ่นใจด้วยวงเงินสุขภาพพร้อมใช้ในวัยเกษียณจ่ายตามจริงทั้งผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก จ่ายเบี้ยคงที่ 5 ปี  ไม่ปรับเพิ่มตามอายุ พร้อมได้ทำการขยายอายุรับประกันตามความต้องการของลูกค้า จากเดิมรับได้ถึงอายุ 45 ขยายเพิ่มเป็นอายุ 55 ปี คุ้มครองยาวถึงอายุ 99 ปี กรณีเสียชีวิตทุนประกันที่เหลือสามารถส่งต่อให้คนข้างหลังได้ และเบี้ยประกันสามารถลดหย่อนภาษีได้

สำหรับความร่วมมือกับเครือข่ายโรงพยาบาลคู่สัญญาทั่วประเทศภายใต้โครงการ  MTL Hospital Smile Network ครอบคลุมทั้งภาครัฐ เอกชน  และโรงเรียนแพทย์กว่า 145 แห่ง  เพื่อยกระดับการดูแลผู้เอาประกันอย่างสะดวกและอุ่นใจ  ตั้งแต่การลดความกังวลด้านค่าใช้จ่ายส่วนเกิน  การประสานงานประเมินค่าใช้จ่ายก่อนการรักษาอย่างรวดเร็ว  ไปจนถึงสิทธิประโยชน์และแพ็กเกจผ่าตัดพิเศษ สะท้อนความมุ่งมั่นของบริษัทในดูแลลูกค้าอย่างครบวงจร

ทั้งนี้ ด้านของการดูแลสุขภาพทางการเงิน เมืองไทยประกันชีวิต ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ สามารถเข้ามาช่วยให้การวางแผนชีวิตเป็นเรื่องง่ายขึ้น เลือกความคุ้มครองที่เหมาะสมกับช่วงชีวิตได้ตรงจุด ทั้งผลิตภัณฑ์ทางเลือกในการส่งต่อความมั่งคั่งจากรุ่นสู่รุ่นอย่างไม่สะดุด ด้วยแบบประกันภัย “เมืองไทย พรีเมียร์ เลกาซี่”  หรือตัวช่วยให้คุณเบาใจ ในวันที่คุณจากไป ด้วยการวางแผนสร้างหลักประกันที่มั่นคงให้คนที่คุณรัก ผ่านโครงการ “ShieldLife” รวมถึงประกันรูปแบบใหม่ที่รวมประกันชีวิตและสุขภาพที่ให้คุณดูแลได้ทั้งตัวเองและคนข้างหลังในกรมธรรม์เดียว “เมืองไทย เฟล็กซี่ โพรเทคชั่น” พร้อมด้วยประกันสุขภาพและโรคร้ายแรง ประกันชีวิตควบการลงทุน ประกันอุบัติเหตุ ที่มีอย่างหลากหลาย เข้าถึงได้จริง เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้าคนสำคัญ

 



บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ