“ท็อปส์” เผย สภาวะ ศก. ยังคงน่าห่วง แต่ยังมั่นใจธุรกิจค้าปลีกในไทยปี 69 พลิกฟื้น งัด 3 กลยุทธ์ จัดหนักรับตรุษจีน คาดเม็ดเงินสะพัดเพิ่ม 5-10% ตั้งเป้ายอดขายช่วงเทศกาลปีนี้โต 20%

วันศุกร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2569

“ท็อปส์” เผย สภาวะ ศก. ยังคงน่าห่วง แต่ยังมั่นใจธุรกิจค้าปลีกในไทยปี 69 พลิกฟื้น งัด 3 กลยุทธ์ จัดหนักรับตรุษจีน คาดเม็ดเงินสะพัดเพิ่ม 5-10% ตั้งเป้ายอดขายช่วงเทศกาลปีนี้โต 20%


นายจักรกฤษณ์  จตุปัญญาโชติกุล รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาด, ประชาสัมพันธ์ และกิจกรรมเพื่อสังคม บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า “แม้ภาพรวมตลาดค้าปลีกไทยในปี 2569 จะยังคงมีความท้าทายจากสภาวะเศรษฐกิจที่เติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไป ซึ่ง SCB EIC คาดการณ์ไว้ที่ 3.7% แต่เราเชื่อมั่นว่าปีนี้จะเป็น ‘ปีแห่งความหวังและการฟื้นตัว’ หลังจากที่เราได้ก้าวผ่านความท้าทายต่างๆ ในปีที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม เทศกาลตรุษจีนถือว่าเป็นวันสำคัญอย่างมากสำหรับผู้บริโภคคนไทยเชื้อสายจีน ซึ่งในช่วงเทศกาลตรุษจีนปีนี้เราคาดการณ์ว่าบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคจะยังคงมีความ คึกคักโดยคาดว่าจะมีเม็ดเงินสะพัดเพิ่มขึ้นประมาณ 5-10% จากฐานเดิมในปี 2568 ที่มีมูลค่าประมาณ 51,000 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุนสำคัญมาจากวัฒนธรรมของคนไทยเชื้อสายจีนที่ยังคงให้ความสำคัญกับธรรมเนียมปฏิบัติและการไหว้เจ้าอย่างเคร่งครัด ซึ่งจ่ส่งผลให้อัตรการเติบโตของยอดขายมีแนวโน้มในเชิงบวกมากขึ้นในช่วงเทศกาลดังกล่าว รวมถึงพลังซอฟต์พาวเวอร์ด้านความเชื่อและวัฒนธรรมที่ฝังรากลึกในสังคมไทย ยังทำหน้าที่เป็นที่พึ่งทางใจสำคัญ และเป็นแรงผลักดันให้ผู้บริโภคออกมาจับจ่ายใช้สอยอย่างต่อเนื่อง

โดยปีนี้เราได้ออกแคมเปญ THE GREAT CHINESE NEW YEAR 2026 เดินหน้าภายใต้กลยุทธ์ “Discover Prosperity Together” รับปีแห่งการฟื้นตัวและความหวังผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก A.C.E. ได้แก่

กลยุทธ์ที่ 1 คือ Assortment เน้นคัดสรรสินค้าให้หลากหลายและครบครันที่สุด ตั้งแต่สินค้าทำความสะอาดที่มาแรงเป็นอันดับ 1 ตามด้วยอาหารสด เครื่องปรุง เครื่องใช้ภายในบ้าน และผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป พร้อมจัดเซตของไหว้เพื่อรองรับทุกระดับกำลังซื้อ ตั้งแต่ 399 บาท ไปจนถึง 4,500 บาท

กลยุทธ์ที่ 2 คือ Connect & Customer Empowerment โดยนำ AI มาผสานกับฐานข้อมูล The 1 Data เต็มรูปแบบ เพื่อทำการตลาดแบบรู้ใจเฉพาะบุคคล อาทิ แนะนำสินค้าเพื่อเพิ่มยอดการซื้อต่อบิล และกระตุ้นความถี่ในการซื้อ และดึงกลุ่มลูกค้าที่เคยซื้อในปี’67-’68 ให้กลับอีกครั้ง ผ่านโปรโมชั่นและการสื่อสารที่ตรงจุด เป็นต้น 

กลยุทธ์ที่ 3 คือ Experience ใช้จุดแข็งจากการมีสาขากว่า 825 แห่งทั่วประเทศ เป็นศูนย์กลางในการให้บริการ รองรับพฤติกรรมลูกค้าที่ยังคงนิยมมาเลือกซื้อของสดด้วยตนเองถึง 96%

“เรามั่นใจว่าจากพร้อมของกลยุทธ์ทั้ง 3 ด้าน ประกอบกับปัจจัยบวกของตลาดจะสามารถผลักดันการเติบโตในช่วงเทศกาลตรุษจีนปี’69 ให้ถึง 20% ตามที่ตั้งเป้าไว้ เช่นเดียวกับปีก่อนหน้าที่เติบโตในตัวเลข 2 หลัก”

ผู้บริหารให้ข้อมูล ทิ้งท้ายว่า ตรุษจีนในปีที่ผ่านมา ท็อปส์พบอินไซต์ที่น่าสนใจว่า กลุ่มผู้หญิงคือผู้ทรงอิทธิพลหลักในการจับจ่าย โดยมีสัดส่วนสูงถึง 75% และเมื่อเจาะลึกกลุ่มอายุพบว่า Gen Y (39.5%) และ Gen X (37.7%) คือสองกำลังหลักที่มีสัดส่วนการใช้จ่ายในการซื้อสินค้าตรุษจีนรวมกันกว่า 77% ขณะที่ช่องทาง Offline ยังคงครองความนิยมสูงสุดด้วยสัดส่วนยอดขายถึง 96% โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งเป็นทำเลศักยภาพที่สร้างยอดขายได้เกือบ 70% ของทั้งหมด

ในส่วนของพฤติกรรมการซื้อ พบปรากฏการณ์ยอดขายพุ่งทะยานอย่างโดดเด่นใน ‘วันจ่าย’ ซึ่งมียอดขายโตถึง 188% และมีขนาดตะกร้าสินค้า (Basket Size) เพิ่มขึ้นถึง 64% เมื่อเทียบกับช่วงปกติ โดยกลุ่มสินค้าที่ครองแชมป์ขายดี 5 อันดับแรก ได้แก่ สินค้าทำความสะอาด (Cleaning) ซึ่งสอดคล้องกับธรรมเนียมการทำความสะอาดบ้านรับโชค ตามด้วย กลุ่มของสด (Produce), สินค้าเพื่อการปรุงอาหาร (Cooking), กลุ่มของใช้ในบ้าน (Home Care) และอาหารสำเร็จรูปบรรจุแพ็กเกจ (Packaged Food) นอกจากนี้ เทรนด์การสั่งจองสินค้าล่วงหน้า (Pre-order) ยังมีการเติบโตขึ้น 6.3% แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคยุคใหม่เริ่มมีการวางแผนการซื้อ (Smart Planner) เพื่อความสะดวกและมั่นใจว่าจะได้รับสินค้ามงคลคุณภาพครบตามหลักประเพณี

และในปีนี้ท็อปส์ยังพบเทรนด์พฤติกรรมผู้บริโภคช่วงตรุษจีนที่น่าสนใจจากการจัดทำผลสำรวจอินไซต์แนวโน้มการจับจ่ายช่วงเทศกาลตรุษจีนปี 2569 ของลูกค้าท็อปส์ ผ่านช่องทาง LINE TOPS Thailand และ Personal Shopper พบว่า

·       กลุ่ม Gen X & Gen Y ผู้คุมบังเหียนความเชื่อและการใช้จ่าย – Key Decision Makers หลักของการจับจ่ายช่วงตรุษจีนยังคงเป็นกลุ่ม Gen X (48%) และ Gen Y (30%) โดยส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มรายได้ระดับกลางถึงบน และอาศัยในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล (80%) โดยผู้บริโภคกลุ่มนี้ให้ความสำคัญกับการไหว้เจ้าตามประเพณีอย่างเคร่งครัด (44%) ไม่ว่าจะเป็นการทำความสะอาดบ้านก่อนวันไหว้ การสวมเสื้อผ้าใหม่ ไปจนถึงการหลีกเลี่ยงคำพูดที่ไม่เป็นมงคล

·     “คุณภาพ” ชนะ “ราคา” ผลไม้มงคลยังเป็น Must-Have Item- หนึ่งในเทรนด์ที่โดดเด่นคือ ผู้บริโภคถึง 84% ยืนยันว่าผลไม้มงคลเป็นสินค้าที่ต้องมีในช่วงตรุษจีน และกว่า 55% พร้อมตัดสินใจซื้อแม้ไม่มีโปรโมชัน สะท้อนให้เห็นว่าในเทศกาลที่มีความหมายเชิงวัฒนธรรมและความเชื่อ “ความสดและคุณภาพ” (Freshness & Quality) มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจมากกว่าปัจจัยด้านราคาเพียงอย่างเดียว

·     Smart Planner วางแผนล่วงหน้า รับมือค่าครองชีพ - ความกังวลด้านค่าครองชีพยังคงเป็นปัจจัยสำคัญ โดยผู้บริโภคกว่า 57% กังวลเรื่องราคาอาหารที่ปรับตัวสูงขึ้น และ 36% กังวลภาระค่าใช้จ่ายโดยรวม โดยเฉพาะในกลุ่ม Gen Y และ Gen X ส่งผลให้ผู้บริโภค 40% วางแผนการซื้อและกำหนดงบประมาณล่วงหน้าอย่างละเอียด ขณะที่ 36% มีแนวโน้มใช้จ่ายน้อยกว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งผู้บริโภคส่วนใหญ่ต้องการควบคุมงบการใช้จ่ายช่วงตรุษจีนไม่ให้เกิน 2,500 บาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 53% โดยยังคงให้ความสำคัญกับการใช้จ่ายด้านอาหารและเครื่องดื่มเป็นอันดับแรก (52%) รองลงมาคือการให้อั่งเปา (29%)

·       ฉลองความมงคลแบบรักษ์โลก ลด Food Waste - ตรุษจีนปี 2026 สะท้อนการเปลี่ยนผ่านสู่การเฉลิมฉลองอย่างใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดย 63% ของผู้บริโภคตั้งใจจัดการปริมาณของไหว้ให้เหมาะสม เพื่อลดปัญหาอาหารเหลือทิ้ง (Food Waste) แสดงให้เห็นถึงบทบาทของเทรนด์ Sustainability ที่เริ่มชัดเจน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภคเมือง

·     Modern vs Traditional ความสะดวกที่มาพร้อมความหมาย - แม้ความเชื่อและประเพณียังคงมีบทบาทสำคัญ แต่รูปแบบการช้อปปิ้งได้ปรับเปลี่ยนไป ผู้บริโภคมองหาความสะดวกและความครบจบในที่เดียว (Convenience) ส่งผลให้โมเดิร์นเทรดกลายเป็นช่องทางหลักในการจับจ่าย (67%) เนื่องจากสามารถผสานความถูกต้องตามประเพณีเข้ากับไลฟ์สไตล์สมัยใหม่ได้อย่างลงตัว

 



บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ