กรมชลประทานเร่งออกแบบ 2 อ่างเก็บน้ำ เพิ่มน้ำต้นทุน 164 ล้าน ลบ.ม.รองรับเขตเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดตาก ช่วยแก้ภัยแล้งให้เกษตร 34 หมู่บ้าน กว่า 108,000 ไร่
นายพิเชษฐ รัตนปราสาทกุล ผู้อำนวยการสำนักออกแบบวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม กรมชลประทาน พร้อมคณะนำสื่อมวลชนลงพื้นที่โครงการเขื่อนทดน้ำโกกโก่ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต.แม่กาษา อ.แม่สอด จ.ตาก เพื่อติดตามความก้าวหน้างานสำรวจ ออกแบบ โครงการเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตาก จำนวน 2 โครงการ คือ โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยอุ้มเปี้ยมตอนบน และ โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ละเมาตอนกลาง
สำหรับความเป็นมาของโครงการ เนื่องจาก ในปี พ.ศ. 2558 คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ได้ประกาศพื้นที่ 14 ตำบล ในเขต อ.แม่สอด อ.พบพระ และอ.แม่ระมาด เป็นพื้นที่ “เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตาก” เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ กระจายความเจริญสู่ภูมิภาค ส่งเสริมความมั่นคงของประเทศ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนตามแนวชายแดน
ต่อมา ในปี พ.ศ. 2559-2561 กรมชลประทาน ได้ทำการศึกษาแผนหลักการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อเป็นน้ำต้นทุนรองรับการขยายตัวในอนาคตของเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตาก รวมทั้งช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วมและขาดแคลนน้ำ ได้ทำการคัดเลือกแผนงานพัฒนาแหล่งน้ำที่มีความจำเป็นเร่งด่วน 3 โครงการ มาศึกษาความเหมาะสมและผลกระทบสิ่งแวดล้อม ได้แก่ อ่างเก็บน้ำห้วยอุ้มเปี้ยมตอนบน อ่างเก็บน้ำห้วยแม่ละเมาตอนกลาง และ อ่างเก็บน้ำห้วยแม่กึ๊ดหลวงตอนบน
เพื่อเตรียมความพร้อมและขับเคลื่อนโครงการ พ.ศ. 2567-2569 กรมชลประทาน ได้ว่าจ้าง บริษัท วิศวชลกร จำกัด และ บริษัท ธูว์ บราเดอร์ พาทเนอร์ จำกัด ให้ดำเนินงานสำรวจ ออกแบบ โครงการเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตาก จำนวน 2 โครงการ คือ 1.โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยอุ้มเปี้ยมตอนบน และ 2.โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ละเมาตอนกลาง เพื่อพัฒนาแหล่งน้ำต้นทุนรองรับเขตเศรษฐกิจพิเศษตาก ที่มีความต้องการใช้น้ำเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด
โดยโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยอุ้มเปี้ยมตอนบน มีที่ตั้งหัวงานอยู่ที่ ม.2 บ้านแม่ละเมา ต.คีรีราษฎร์ อ.พบพระ ก่อสร้างกั้นลำห้วยอุ้มเปี้ยมซึ่งเป็นลำน้ำสาขาของห้วยแม่ละเมา เขื่อนแบบหินทิ้งแกนดินเหนียว ตัวเขื่อนมีความกว้าง 10 เมตร ยาว 419 เมตร สูง 110 เมตร มีระดับกักเก็บ +810 เมตร (ร.ท.ก.) สามารถกักเก็บน้ำได้ 75.96 ล้านลูกบาศก์เมตร พร้อมอุโมงค์ผันน้ำความยาว 8.27 กิโลเมตร เพื่อส่งน้ำไปยังพื้นที่ชลประทาน 38,000 ไร่ มีพื้นที่รับประโยชน์ จำนวน 14 หมู่บ้าน 4 ตำบล ในเขต อ.พบพระ จ.ตาก
ส่วนโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ละเมาตอนกลาง ที่ตั้งหัวงานอยู่ที่ ม.10 บ้านใหม่พัฒนา ต.ด่านแม่ละเมา อ.แม่สอด จ.ตาก ก่อสร้างกั้นลำห้วยแม่ละเมาซึ่งเป็นลำน้ำสาขาของแม่น้ำเมย เป็นเขื่อนหินทิ้งแกนดินเหนียว ตัวเขื่อนมีความกว้าง 10 เมตร ยาว 282 เมตร สูง 75 เมตร มีระดับกักเก็บ +384 เมตร (ร.ท.ก.) สามารถกักเก็บน้ำได้ 87.23 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อส่งน้ำไปยังพื้นที่ชลประทาน 70,000 ไร่ มีพื้นที่รับประโยชน์ จำนวน 20 หมู่บ้าน 5 ตำบล ในเขต อ.แม่ระมาด และ อ.แม่สอด จ.ตาก
สำหรับโครงการเขื่อนทดน้ำโกกโก่ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ นั้นองค์การบริหารส่วนตำบลได้ขอพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณในการจัดหาแหล่งน้ำเพื่อช่วยเหลือราษฎรตำบลแม่กาษา ให้มีน้ำใช้สำหรับอุปโภค-บริโภคและการเกษตร
ต่อมากรมชลประทานได้ทำการก่อสร้างเขื่อนทดน้ำโกกโก่ พร้อมระบบส่งน้ำสายหลักแล้วเสร็จในปี 2556 สามารถส่งน้ำช่วยเหลือพื้นที่เพาะปลูกโดยระบบคลองเปิดในฤดูฝนประมาณ 16,800 ไร่ และฤดูแล้งประมาณ 6,100 ไร่ มีพื้นที่รับประโยชน์ 10 หมู่บ้าน 1,650 ครัวเรือน
นอกจากนั้น กรมชลประทานยังได้จัดตั้งกลุ่มกลุ่มบริหารการใช้น้ำชลประทาน จำนวน 2 กลุ่ม และจัดตั้งคณะกรรมการจัดการชลประทาน (JMC) เมื่อปี 2558 เพื่อมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการน้ำให้เกษตรกรสามารถทำการเกษตรได้ตลอดทั้งปี เพาะปลูกพืชได้หลากหลายตามฤดูกาลมากขึ้น
นายพิเชษฐ กล่าวว่า ในการดำเนินการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษตาก จำเป็นต้องจัดหาแหล่งน้ำ กรมชลประทานจึงได้ทำการศึกษาสำรวจทั้ง 21 โครงการ ในเบื้องต้นพบว่า มี 2 โครงการที่สมควรนำเสนอดำเนินการโดยเร่งด่วน คือ อ่างเก็บน้ำห้วยอุ้มเปี้ยมตอนบน และ อ่างเก็บน้ำแม่ละเมาตอนกลาง โดยกิจกรรมหลัก ๆ ของทั้ง 2 เขื่อน คือ เกษตรกรรมและอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงาน ซึ่งขณะนี้ได้ทำการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม และสำรวจเพื่อออกแบบแล้ว โดยสัญญาจะสิ้นสุดเดือนกุมภาพันธ์นี้ รอการนำเสนคณะรัฐมนตรีเพื่ออนุมัติงบประมาณดำเนินการ ทั้งนี้ 2 เขื่อนจะเป็นแหล่งน้ำต้นทุนให้พื้นที่บริเวณอ่างเก็บน้ำโกกโก่ซึ่งมีพื้นที่ชลประทานครอบคลุมอำเภอแม่ระมาด แม่สอดและพบพระซึ่งเชื่อมโยงพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษตาก
“ในระหว่างการออกแบบ เราจะให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สำรวจความต้องการของประชาชนว่า ต้องการการสนับสนุนอะไรที่นอกเหนือจากที่กรมฯดำเนินการไปแล้ว เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุดจากการดำเนินการ ขณะเดียวกันการลงพื้นที่ก็จะช่วยให้เราได้รับทราบปัญหาหลักของชาวบ้านในพื้นที่”นายพิเชษฐ กล่าว
เมื่อแล้วเสร็จตามแผนงานจะสามารถเพิ่มน้ำต้นทุนกว่า 164 ล้าน ลบ.ม. สร้างความมั่นคงทางด้านน้ำให้กับเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตาก ส่งน้ำให้กับพื้นที่ทำการเกษตรช่วยแก้ภัยแล้งให้เกษตรในเขต 34 หมู่บ้าน 9 ตำบล ของ อ.พบพระ อ.แม่สอด และ อ.แม่ระมาด ได้กว่า 108,000 ไร่ รวมทั้งเป็นแหล่งน้ำสนับสนุนภาคอุตสาหกรรม การอุปโภค-บริโภค และการท่องเที่ยวในพื้นที่ สอดคล้องกับแผนบริหารจัดการน้ำกับแนวทางการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษตามแนวชายแดน