จากเหตุการณ์อุบัติเครนลอนเชอร์ (Launching crane) ก่อสร้างโครงสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูงตกลงมาทับรถไฟที่สีคิ้ว จนมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตหลายคนนั้น ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย และ ศาสตราจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้อธิบายว่า โครงเหล็กเครนลอนเชอร์ดังกล่าวเป็นโครงถักเหล็กเลื่อนตัวได้ (Launching truss) ที่ใช้ก่อสร้างโครงสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูง โดยเป็นการก่อสร้างไปข้างหน้าทีละช่วง แต่ส่วนที่ร่วงลงมาทับรถไฟที่วิ่งอยู่ข้างใต้นั้น เป็นตัวฐานรองรับ (Support) ที่วางใต้โครงเหล็กดังกล่าว โดยฐานรองรับดังกล่าวมีน้ำหนักมากถึง 20-30 ตันต่อตัว
สาเหตุการร่วงของฐานรองรับดังกล่าว ยังไม่สามารถระบุได้อย่างแน่ชัดในเวลานี้ อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้นมีข้อสันนิษฐานถึงสาเหตุที่เป็นได้ไว้ 4 ข้อดังนี้
1. อุบัติเหตุน่าจะเกิดขึ้นหลังจากที่ก่อสร้างสะพานเสร็จไปช่วงหนึ่งแล้ว และกำลังเคลื่อนเครนไปข้างหน้า หรือขณะที่กำลังเคลื่อนย้ายฐานรองรับตัวกลางไปวางบนเสาต้นถัดไป
2. ส่วนที่ร่วงลงมาคือฐานรองรับโครงเหล็ก ฐานรองรับดังกล่าวมีน้ำหนัก 20-30 ตัวต่อตัน ตกลงมากระแทกรถไฟที่วิ่งอยู่ข้างล่างพอดี ทำให้รถไฟคว่ำ มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย
3. ผลจากแรงกระแทกทำให้โครงเหล็กเลื่อนหักและพาดอยู่บนโครงสร้างสะพาน
4. สาเหตุที่ทำให้ฐานรองรับล่วงลงมาได้นั้น ต้องตรวจสอบการยึดฐานรองรับดังกล่าวกับตัวคานขวางสะพานที่ก่อสร้างเสร็จแล้วว่ายึดไว้แข็งแรงเพียงใด มีปัญหาในการติดตั้งหรือไม่ ทำไมจึงร่วงลงมาได้
สำหรับเหตุการณ์คล้ายกันที่โครงเหล็ก Launcher ร่วงลงมาเคยเกิดขึ้นมาแล้ว 2 ครั้งคือการก่อสร้างสะพานทางยกระดับลาดกระบัง-อ่อนนุช เมื่อเดือน ก.ค. ปี 2566 และเหตุการณ์ Launcher ในโครงการก่อสร้างทางยกระดับพระราม 2 ถล่มลงมาเมื่อเดือน พ.ย. ปี 2567 ทั้งสองเหตุการณ์มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย สะท้อนให้เห็นจุดบกพร่องในมาตรความปลอดภัยของการก่อสร้างขนาดใหญ่ในพื้นที่สาธารณะ
"ความวัวไม่ทันหายความควายมา" เพิ่มอีก เหตุการณ์ฐานรองเครนลอนเชอร์ถล่มทับรถไฟในโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูงที่สีคิ้ว ยังไม่ทันจางหาย ล่าสุดเกิดเหตุการณ์เครนลอนเชอร์ถล่มในการก่อสร้างทางยกระดับพระราม 2 ช่วงก่อนขึ้นสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (15 ม.ค.69) ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย และ อาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เผยว่า สาเหตุที่เครนลอนเชอร์พระราม 2 ถล่ม ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่มีข้อสันนิษฐานถึงสาเหตุดังนี้
1. เครนลอนเชอร์ (Launching crane) ถล่มแบบหักตรงกลาง เป็นรูปคล้ายตัววี (V-shaped) แสดงให้เห็นว่า โครงเหล็กลอนเชอร์ไม่สามารถรับน้ำหนักได้
2. ขณะที่เกิดการพังถล่ม มีชิ้นส่วนเซ็กเมนต์คอนกรีตห้อยแขวนอยู่หลายชิ้น และร่วงลงมาทับรถยนต์สองคัน แสดงว่าการถล่มเกิดขึ้นอยู่ในระหว่างการติดตั้งชิ้นส่วน และน้ำหนักของชิ้นส่วนคอนกรีตที่ห้อยแขวนอยู่ทำให้เครนหักตรงกลาง
3. การหักตรงกลางของเครน อาจเกิดขึ้นที่ชิ้นส่วนของเครนเอง หรือเกิดขึ้นที่จุดต่อระหว่างชิ้นส่วนที่นำมาต่อกัน ปกติแล้วเครนลอนเชอร์ที่มีความยาว จะมีรอยต่อระหว่างส่วนต่างๆของเครนที่ยึดกันด้วยหมุดยึด (Pin หรือ Bolt) จึงต้องไปตรวจสอบในพื้นที่ว่า จุดที่เครนหักตรงกลางตรงกับจุดต่อหรือไม่ และมีความบกพร่องในเรื่องการประกอบติดตั้งเครนหรือไม่
ศ.ดร.อมร พิมานมาศ เผยต่อว่า มีความแตกต่างกันระหว่างการถล่มของเครนลอนเชอร์พระราม 2 กับกรณีสีคิ้ว เนื่องจากกรณีพระราม 2 ที่เกิดขึ้นวันนี้เป็นการหักที่ตัวเครนเอง ในขณะที่มีชิ้นส่วนเซ็กเมนต์ห้อยแขวนอยู่ แต่ในกรณีของเครนสีคิ้วนั้น เป็นการพังถล่มของชิ้นส่วนที่เป็นฐานรองรับเครน โดยที่ตัวเครนไม่ได้หักลงมา และการเป็นถล่มในระหว่างที่กำลังเคลื่อนย้ายเครนลอนเชอร์ไปยังช่วงถัดไป
ทั้งสองกรณีนี้ สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาด้านมาตรฐานด้านความปลอดภัยของการก่อสร้างขนาดใหญ่ในพื้นที่สาธารณะ ซึ่งไม่สามารถควบคุมได้