ขนส่งฯ เตือน! ขับรถลุยฝน-น้ำท่วม หมั่นตรวจสอบความพร้อมของรถอย่างสม่ำเสมอ

วันพุธที่ 05 ตุลาคม พ.ศ. 2565

ขนส่งฯ เตือน! ขับรถลุยฝน-น้ำท่วม หมั่นตรวจสอบความพร้อมของรถอย่างสม่ำเสมอ


กรมการขนส่งทางบก เตือน!!! ผู้ใช้รถใช้ถนนเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ขณะฝนตก และในพื้นที่น้ำท่วม แนะ!!! หมั่นตรวจสอบความพร้อมของรถอย่างสม่ำเสมอ เพื่อความปลอดภัยและป้องกันอุบัติเหตุในการใช้รถใช้ถนน

นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาเตือน 5-8 ต.ค. ภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง อีสานตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคใต้  กทม.และปริมณฑล รับมือฝนตกหนักอีกรอบเฉลี่ย 60-80% ของพื้นที่ ส่งผลทำให้มีฝนตกหนักหลายพื้นที่และมีฝนตกหนักมากบางแห่งกับมีลมแรง และอาจเกิดน้ำท่วมสูงในหลายพื้นที่ ซึ่งการขับรถในสภาพดังกล่าวมีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุจากการใช้รถใช้ถนนมากกว่าปกติ เนื่องจากสภาพถนนเปียกลื่น และอาจมีน้ำท่วมขัง ทำให้ประสิทธิภาพในการทรงตัว และยึดเกาะถนนของรถลดลง รวมถึงทัศนวิสัยในการมองเห็นเส้นทางไม่ชัดเจน

ดังนั้น เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นบนท้องถนนใน กรมการขนส่งทางบก แนะนำให้ผู้ขับขี่รถเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ขณะฝนตก และในพื้นที่น้ำท่วม โดยให้หมั่นตรวจสอบความพร้อมของรถอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะที่ปัดน้ำฝน สภาพยางปัดน้ำฝนต้องสามารถรีดน้ำบนกระจกได้ดี เพื่อทัศนวิสัยในการมองเห็นที่ชัดเจนขณะขับรถในช่วงฝนตก สภาพยางต้องมีสภาพดี ไม่มีรอยฉีกขาด บวม ดอกยางต้องไม่สึกหรอ มีความลึกพอที่จะสามารถยึดเกาะถนนและรีดน้ำได้เป็นอย่างดี เมื่อต้องขับรถขณะที่มีฝนตกและถนนเปียกลื่น หากยางรถเสื่อมสมรรถภาพมีโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุได้ รวมทั้งตรวจเช็กระบบเบรก ซึ่งต้องสามารถหยุดรถได้ในระยะทางที่ปลอดภัย หากมีเสียงดังขณะเหยียบเบรก รถมีอาการปัด เหยียบแป้นเบรกไม่ลง หรือมีสัญลักษณ์ไฟระบบเบรกค้างบนหน้าปัด ควรนำรถเข้าตรวจสภาพให้ช่างตรวจสอบระบบเบรกเพื่อความปลอดภัย และเช็กระบบไฟรถยนต์ โดยต้องมีแสงไฟส่องสว่างทุกดวงและสามารถให้แสงสัญญาณได้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทาง และลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงฝนตก

อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากตรวจสอบความพร้อมของรถอย่างสม่ำเสมอแล้วการขับขี่ขณะฝนตกผู้ขับขี่ต้องใช้ความเร็วให้เหมาะสมกับทัศนวิสัยการมองเห็น และต้องหมั่นสังเกตสภาพถนนให้มากขึ้น เพราะเมื่อฝนตกหนักนอกจากถนนเปียกลื่นแล้ว ยังอาจมีน้ำขังบนพื้นผิวจราจร หากรถขับด้วยความเร็วสูง เมื่อยางปะทะกับน้ำที่ขังบนพื้นผิวจราจร อาจทำให้รถเกิดอาการเหินน้ำ ไม่ยึดเกาะถนน จนไม่สามารถควบคุมรถได้ ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดอุบัติเหตุที่รุนแรงได้ เปิดที่ปัดน้ำฝน โดยปรับระดับความเร็วตามปริมาณของฝนที่ตกลงมา เว้นระยะห่างจากรถคันหน้ามากกว่าปกติ เพื่อให้มีระยะเบรกมากขึ้น เปิดไฟหน้ารถทันทีเมื่อฝนตกหนัก เพื่อให้รถคันอื่นมองเห็นได้ชัดเจน

หากมีความจำเป็นต้องขับขี่บริเวณที่น้ำท่วมขังให้สังเกตระดับความลึกจากรถคันหน้าหรือขอบทางเท้า และสำหรับรถจักรยานยนต์ หากฝนตกหนักควรหาที่จอดรถที่เหมาะสมและปลอดภัย และรอจนฝนเบาลงก่อนจึงเดินทางต่อ กรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินรถเสีย ประสบอุบัติเหตุ จำเป็นต้องจอดข้างทาง พยายามเคลื่อนรถให้พ้นทางเดินรถ ถ้าจำเป็นต้องจอดในทางเดินรถ ควรจอดในลักษณะที่ไม่กีดขวางการจราจร จอดรถให้ชิด   ไหล่ทางมากที่สุด เปิดสัญญาณไฟฉุกเฉิน หรือเปิดไฟเหลืองกระพริบ เพื่อเตือนให้ผู้ขับขี่รถคันอื่นมองเห็นได้ชัดเจน ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ ในส่วนของเจ้าของรถที่เกิดกรณีแผ่นป้ายทะเบียนรถหล่นหาย สามารถขอรับแผ่นป้ายทะเบียนรถทดแทนได้ทันทีโดยไม่ต้องแจ้งความโดยติดต่อยื่นคำขอ ณ สำนักงานขนส่ง ที่รถนั้นอยู่ในความรับผิดชอบ



บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ