อู่ซ่อมวิกฤติปิดตัวระนาว "ลูกค้ามึนรอเงก"

วันอังคารที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2556

อู่ซ่อมวิกฤติปิดตัวระนาว


การซ่อมรถยนต์วิกฤติมากขึ้นทุกขณะเมื่ออู่ซ่อมทยอยปิดตัว เพราะทนแบกรับต้นทุนการซ่อมที่ขยับขึ้นไม่ไหว ทั้งจากค่าแรง ค่า อะไหล่ที่ดาหน้ากันขยับราคาขึ้นจาก ปัญหาเงินเฟ้อที่พุ่งสูง แถมยังมาเจอปัญหาช่างขาดแคลนเพราะถูกศูนย์ ซ่อมของค่ายรถยนต์หรือที่เรียกว่า "อู่ห้าง" หรือ "อู่ศูนย์" ที่ผุดขึ้น เป็นจำนวนมากตามการขยายตัวของอุตสาหกรรมรถยนต์ซื้อตัวไป
"ปัญหาหนักที่อู่เจออยู่ในตอนนี้คือขาดแคลนช่างทุกตำแหน่งโดยเฉพาะช่างซ่อมตัวถังและสีซึ่งต้องใช้ช่างที่มีฝีมือและ ฝึกนาน สาเหตุมาจากรถยนต์ขายดี ค่ายรถยนต์ต้องเปิดศูนย์ซ่อมเพื่อรองรับการให้บริการเพิ่มขึ้นเกิดการซื้อตัวช่างฝีมือ ค่า จ้างอาจจะไม่ได้แพงกว่าที่อู่ทั่วไปให้แต่มีภาษีกว่าตรงแบรนด์ กระทบไปถึงการซ่อม ลูกค้าต้องรอคิวนานมากขึ้น โดยลูกค้าร้อง เรียนมาที่เราว่าอู่นัดคิวซ่อมยาว 1-2 เดือน จากเดิมเอารถมาซ่อมได้เลย" สุนทร ปิติทานันท์ นายกสมาคมสหมิตรการซ่อม รถยนต์แห่งประเทศไทย สะท้อนปัญหากับ "สยามธุรกิจ"
+ อู่จ๊าก! ค่าแรงช่างพุ่ง 20% {lt}br{gt} + ลูกค้ารอเงก/ผนึกเทคนิคผลิตช่าง
ขณะที่ค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท ก็ส่งผลกระทบเช่นกันทำให้ค่าแรงช่างเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 20% ซึ่งช่างใหม่ๆ ที่รับเข้ามาได้อัตรานี้ทั้งที่ไม่มีฝีมือเลย ขณะที่ช่างฝีมือกว่าจะได้ค่าแรงขั้นต่ำ 400-1,000 บาทต่อวันใช้เวลานานก็เป็นปัญหาที่ทำให้ต้องขยับราคาคนเก่าๆ ด้วย
"สุนทร" กล่าวว่า เพื่อแก้ปัญหาเบื้องต้นสมาคมฯ ได้จัดทำโครงการความร่วมมือกับสถาบันคึกษาสายวิชาชีพทั้งวิทยาลัยอาชีวะและวิทยาลัยเทคนิคต่างๆ ในภาคอีสานประมาณ 5-6 แห่ง อาทิ วิทยาลัยเทคนิคร้อยเอ็ด วิทยาลัยเทคนิคมหาสารคาม เป็นต้น ดึงนักศึกษาสาขายานยนต์มาฝึกงานซ่อมตัวถังและสีที่อู่โดย มีเบี้ยเลี้ยงให้วันละ 200 บาทพร้อมที่พักและสวัสดิการต่างๆ เพื่อสร้างบุคลากรในวิชาชีพใช้เวลาฝึกประมาณ 3 เดือน สามารถ ซ่อมเบื้องต้นได้ โดยโครงการนี้คาดว่าจะผลิตช่างฝีมือได้เพิ่มปีละ 200 คน ซึ่งในอนาคต จะขยายความร่วมมือเป็น 10 สถาบัน
อย่างไรก็ดี รถใหม่ที่ออกมามากยิ่งทำให้ปัญหาหนักมากขึ้นเพราะเมื่อรถยนต์ มีจำนวนมากขึ้น โอกาสเกิดอุบัติเหตุเพิ่มตามไปด้วย กอปรกับขาดแคลนช่างอยู่แล้ว ยิ่งทำให้ซ่อมไม่ทัน จำนวนรถที่เข้าคิวรอซ่อมมีมากขึ้น สมมติอู่ขนาดกลางมีช่าง 10 คนซ่อม 100 คันต่อเดือน ตอนนี้ยังซ่อมได้ เท่านี้แต่ช่างลดลง 5 คนขณะที่ปริมาณรถ ที่เข้ามามีมากขึ้น
+ ค่าสี/ทินเนอร์ขึ้นพรวด 30-40% {lt}br{gt} + อู่ปิดตัวระนาวรายรับไม่คุ้มจ่าย
ส่วนค่าซ่อมก็เป็นปัญหาเช่นกัน โดย "สุนทร" ยอมรับว่า สมาชิกร้องเรียนเข้ามามากเนื่องจากราคาวัสดุ อุปกรณ์ต่างๆ ขยับขึ้นสูงมากโดยเฉพาะวัสดุสิ้นเปลือง เช่น สี ทินเนอร์ เป็นต้น ราคาขึ้นเฉลี่ย 30-40% โดยค่าวัสดุสิ้นเปลืองมีส่วนแบ่งประมาณ 30% ของค่าซ่อม เมื่อบริษัทประกันไม่ได้ปรับค่าซ่อมขึ้นเท่าที่ควร ทำให้ อู่เลือกซ่อม บริษัทใดจ่ายค่าซ่อมเร็วหรือปรับราคาเหมาะสม ทางอู่จะซ่อมรถยนต์ลูกค้าบริษัทนั้นก่อนเพื่อให้มีเงินเข้ามาหมุน เวียน บริษัทไหนจ่ายช้าหรือเคาะราคาไม่ดีจะต้องรอคิวนาน โดยมีบริษัทประกันหลายแห่งขยับค่าซ่อมให้เพราะมองเห็นถึงจำนวนลูกค้าที่มากขึ้น
"ปัญหาต่างๆ เหล่านี้ทำให้อู่หลายสิบ แห่งปิดตัวไปตั้งแต่ปีที่ผ่านมา เรื่องนี้ยังไม่ ได้คุยกับคปภ.และสมาคมประกันวินาศภัย ไทยเราจะรอจัดเสวนารับฟังปัญหาต่างๆ ของอู่ในเดือนพฤษภาคมนี้ก่อน ตอนนี้เรามีสมาชิก 700 กว่าแห่ง แบ่งเป็นอู่ 500 แห่ง ที่เหลือเป็นร้านอะไหล่ ร้ายขายวัสดุ อุปกรณ์ต่างๆ อู่ส่วนใหญ่เป็นอู่กลางประกันภัยมีมาตรฐาน"
+ ประกันชี้ป้ายแดงเยอะอู่ซ่อมไม่ทัน {lt}br{gt} + หลายบริษัทลุยเพิ่มอู่-จับตา! ถกค่าซ่อม
ด้านสมาคมประกันวินาศภัยไทย "จีรพันธ์ อัศวะธนกุล" นายกสมาคมฯ กล่าวว่า มีลูกค้า นำรถไปซ่อมแล้วอู่ไม่รับเพราะซ่อมไม่ไหว งาน ล้นเพราะด้วยจำนวนรถใหม่ที่ออกมามากเป็น เรื่องปกติที่จะทำให้การเกิดอุบัติเหตุเพิ่มตามไป ด้วย เมื่อรถใหม่ออกมาก โอกาสเกิดอุบัติเหตุ มีมาก ปกติรถป้ายแดงที่ออกมาช่วงแรกๆ จะ ไม่ค่อยเกิดอุบัติเหตุแต่พอใกล้หมดอายุกรมธรรม์ จะเริ่มมีการซ่อมมากขึ้นเป็นเรื่องปกติถึงเวลา นั้นจะเกิดภาวะการกระจุกตัวของค่าซ่อม ซ่อมไม่ทันหรือต้องรอนาน ด้วยงานซ่อมล้น ช่างขาดแคลนเป็นไปได้ที่อู่อาจจะหยิบมาต่อรองกับบริษัทประกันขอขึ้นค่าซ่อมอยู่ที่การเจรจากัน
"พันธ์เทพ ชัยปริญญา" ผู้ช่วยผู้จัดการ ฝ่ายสินไหมทดแทน บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด ในฐานะประธานชมรมสินไหมยานยนต์ สมาคมประกันวินาศภัยไทย กล่าวกับ "สยามธุรกิจ" ว่า เนื่องจากปริมาณรถมากขึ้น อุบัติเหตุมากขึ้น ขณะที่อู่และช่างมีจำนวนเท่าเดิม อีกทั้งช่างบางส่วนอาจจะลาออกกลับไปทำงานที่บ้าน ทำให้ช่างขาดแคลนเกิดปัญหาในการซ่อม
"อู่ยังไม่ได้เข้ามาคุยกับเรา เรื่องนี้เป็นเรื่องเชิงธุรกิจระหว่างบริษัทประกันกับอู่มีการคุยกันเอง หลายอู่ก็แก้ปัญหาด้วยการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพิ่มขึ้น"
สำหรับวิริยะฯ ไม่ค่อยเจอปัญหาอู่ซ่อมรถลูกค้าไม่ทันเพราะจะมีเจ้าหน้าที่ออกไปเยี่ยมอู่ตลอดจะรับรู้ปัญหาและแก้ไข ได้ทันทีเป็นเหตุผลที่บริษัทใช้คนมากจึงมีต้นทุนเรื่องคนมาก โดยบริษัท มีอู่ในเครือ 400 กว่าแห่งปีนี้จะขยายอู่ในต่างจังหวัดเพิ่ม
"เรืองเดช ดุษฎีสุรพจน์" ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สินมั่นคงประ- กันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทแก้ปัญหาอู่ขาดแคลนช่างทำให้ซ่อมรถไม่ทันด้วยการเพิ่มจำนวนอู่ให้มากขึ้นอย่าง อู่ห้างตามแผนปีนี้จะเพิ่มอีกเป็น 100 อู่จากปัจจุบันมีอู่ทั้งหมด 868 อู่ แบ่งเป็นอู่ห้าง 356 อู่ และอู่ในเครือ 532 อู่ เพื่อรองรับการให้บริการลูกค้าทั่วถึง ซึ่งระยะ เวลาการซ่อมนานขึ้น ทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น
"พีระพัฒน์ เมฆสิงห์วี" กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนชาตประกันภัย จำกัด (มหาชน) ให้ความเห็นว่า รถใหม่เพิ่มขึ้นเป็นล้านคัน การที่อู่ซ่อมไม่ทันหรือขาด แคลนช่างผู้ชำนาญงานเป็นเรื่องปกติซึ่งบริษัทเจอปัญหานี้เช่นกัน ทางอู่มีการจับมือกับสถาบันการศึกษาสร้างบุคลากรเข้ามาสู่อาชีพ ซึ่งบริษัทก็เข้าไปร่วมสนับ สนุนด้วยหรือหากอู่ใดต้องการเม็ดเงินไปลงทุนเพื่อพัฒนาการให้บริการจะประสาน กับธนาคารธนชาตเข้าไปดูแลเพราะหมาย ถึงบริการลูกค้าจะดีขึ้นตามไปด้วย ซึ่งปัจจุบันมีอู่คู่สัญญาประมาณ 500 แห่งแบ่งเป็นอู่ห้าง 300 แห่ง ปีนี้จะขยายเพิ่มอีก 100 แห่ง


บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ