กองทรัสต์ SPRIME เติบโตแข็งแกร่ง พร้อมเดินหน้าลงทุนเพิ่มเติมครั้งที่ 1 ในทรัพย์สินคุณภาพ

วันศุกร์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2565

กองทรัสต์ SPRIME เติบโตแข็งแกร่ง พร้อมเดินหน้าลงทุนเพิ่มเติมครั้งที่ 1 ในทรัพย์สินคุณภาพ


กองทรัสต์ S Prime Growth Leasehold Real Estate Investment Trust (SPRIME) เดินหน้าลงทุนเพิ่มเติมครั้งที่ 1 เข้าลงทุนในทรัพย์สินคุณภาพ 2 โครงการ “อาคารสิงห์ คอมเพล็กซ์ และ ซันทาวเวอร์สรีเทล” มูลค่าลงทุนรวมไม่เกิน 6,113 ล้านบาท เป็นการลงทุนในโครงการมิกซ์ยูสที่มีศักยภาพในระดับพรีเมียมอยู่ในทำเลศูนย์กลางธุรกิจ ใกล้รถไฟฟ้าและรถไฟฟ้าใต้ดิน โดดเด่นด้วยอัตราการเช่าพื้นที่อยู่ในระดับสูง พร้อมประเภทธุรกิจของผู้เช่าที่หลากหลายและมีการต่อสัญญาอย่างต่อเนื่อง โดยการลงทุนในครั้งนี้จะยกระดับ SPRIME ให้เป็นกองทรัสต์ประเภทอาคารสำนักงานชั้นนำในไทย ดันมูลค่าทรัพย์สินรวมเกินกว่า 10,000 ล้านบาท พร้อมมองภาพรวมกองทรัสต์กลุ่มอาคารสำนักงานคุณภาพยังมีดีมานด์แข็งแกร่ง โดยเฉพาะในอาคารสำนักงานที่เป็นโครงการมิกซ์ยูส มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่สามารถรองรับการทำงานในรูปแบบ Hybrid มีพื้นที่รีเทลทันสมัย สะอาด ปลอดภัย ซึ่งจะได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและสถานการณ์  COVID-19 ที่เริ่มคลี่คลาย มั่นใจรายได้เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง หนุนประมาณการผลตอบแทนปีแรกหลังเข้าลงทุนเพิ่มเติมครั้งนี้เพิ่มขึ้นเป็นไม่ต่ำกว่า 0.632 บาทต่อหน่วย

นายอรรชวิชย์ สิงห์สุวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส รีท แมเนจเม้นท์ จำกัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ เอส ไพรม์ โกรท (SPRIME) เปิดเผยว่า กองทรัสต์ SPRIME ได้เดินหน้าลงทุนเพิ่มเติมครั้งที่ 1 ในทรัพย์สินใหม่เพื่อเพิ่มศักยภาพการสร้างรายได้และการเติบโตอย่างต่อเนื่องให้แก่กองทรัสต์ ประกอบด้วย 1) การเข้าลงทุนในสิทธิการเช่าอาคารสิงห์ คอมเพล็กซ์ ซึ่งมีพื้นที่ให้เช่าประมาณ 47,625 ตารางเมตร เป็นระยะเวลา 30 ปี และ 2) สิทธิการเช่าพื้นที่ค้าปลีกอาคารซันทาวเวอร์ส พื้นที่ส่วนกลางคงเหลือจากการลงทุนครั้งแรกของกองทรัสต์ และพื้นที่ห้องเก็บของรวมประมาณ 2,760 ตารางเมตร เป็นระยะเวลา 26 ปี โดยมูลค่าการลงทุนรวมไม่เกิน 6,113 ล้านบาท ซึ่งการลงทุนเพิ่มเติมครั้งนี้จะเป็นการเพิ่มจำนวนและมูลค่าทรัพย์สินรวมของกองทรัสต์ SPRIME เป็นกว่าหมื่นล้านบาท ตลอดจนยกระดับ SPRIME ให้เป็นกองทรัสต์ประเภทอาคารสำนักงานชั้นนำในไทยมุ่งเน้นที่จะสร้างผลตอบแทนอย่างสม่ำเสมอให้แก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์

              ทรัพย์สินทั้ง 2 โครงการดังกล่าวเป็นโครงการที่มีคุณภาพพร้อมศักยภาพการเติบโตอย่างต่อเนื่องของกลุ่ม บมจ.สิงห์ เอสเตท มีอัตราการเช่าพื้นที่และผลการดำเนินงานที่น่าประทับใจแม้ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ในช่วงที่ผ่านมา โดยอาคาร “สิงห์ คอมเพล็กซ์” อยู่ในย่านศูนย์กลางธุรกิจบนหัวมุมถนนอโศกฯ ตัดกับถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ถือเป็นโครงการแฟลกชิพของสิงห์ เอสเตท ที่เปิดดำเนินการเมื่อปี 2561 ประกอบด้วย พื้นที่อาคารสำนักงานเกรดเอ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันและพื้นที่ค้าปลีกซึ่งเปรียบเสมือนไลฟ์สไตล์มอลล์ โดยได้รับการออกแบบและก่อสร้างภายใต้มาตรฐาน LEED ระดับ Gold เน้นความยั่งยืน ประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ถือเป็นโครงการมิกซ์ยูสคอมเพล็กซ์ระดับพรีเมียมที่มีความทันสมัยและเป็นแลนด์มาร์กที่โดดเด่น สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์หลากหลายรูปแบบ เชื่อมต่อเข้าสู่โครงการโดยตรงจากรถไฟฟ้า MRT สถานีเพชรบุรี อีกทั้งยังอยู่ใกล้กับรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ สถานีมักกะสัน มีอัตราการเช่าพื้นที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนับจากเริ่มเปิดดำเนินการ โดย ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565 มีอัตราการเช่าพื้นที่สูงถึง  94.34% และอัตราค่าเช่าเฉลี่ยตารางเมตรละ 957 บาทต่อเดือน รวมถึงมีผู้เช่าเป็นบริษัทชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศกระจายตัวในภาคธุรกิจที่หลากหลาย เช่น ธุรกิจออนไลน์ สินค้าและบริการทางด้านเทคโนโลยี และบริการทางการแพทย์และสุขภาพ เป็นต้น ซึ่งผู้ประกอบการเหล่านี้ถือว่าอยู่ใน Booming sector ที่มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด

ส่วน “อาคารซันทาวเวอร์ส ส่วนพื้นที่ค้าปลีก” ตั้งอยู่ในอาคารซันทาวเวอร์ส ซึ่งอยู่ในย่านธุรกิจที่สำคัญ ในทำเลใกล้ห้าแยกลาดพร้าว บนถนนวิภาวดีรังสิต ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อที่สำคัญของย่านธุรกิจ แหล่งค้าปลีก โครงการคอนโดมิเนียมพักอาศัยชั้นนำ และระบบขนส่งมวลชนต่างๆ โดยอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้า MRT จตุจักรและสถานีรถไฟฟ้า BTS หมอชิต รวมถึงจุดขึ้น–ลงทางพิเศษ  นับเป็นโครงการในพื้นที่กรุงเทพฯ ตอนเหนือที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่น โดย ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565 มีอัตราการเช่าพื้นที่สูงถึง 96.50% และอัตราค่าเช่าเฉลี่ยตารางเมตรละ 1,049 บาทต่อเดือน 

“เรามีความมั่นใจในศักยภาพทรัพย์สินที่จะเข้าลงทุนเพิ่มเติมทั้ง 2 โครงการ เห็นได้จากอัตราการเช่าพื้นที่ล่าสุดในไตรมาสแรกของปีนี้ยังคงอยู่ในระดับสูง จะเพิ่มศักยภาพและผลตอบแทนแก่ผู้ถือหน่วย โดยประมาณการการจ่ายประโยชน์ตอบแทน(เงินปันผล) ในปีแรกภายหลังการเข้าลงทุนเพิ่มเติม คาดว่าจะไม่ต่ำกว่า 0.632 บาทต่อหน่วย” นายอรรชวิชย์ กล่าว

นางฐิติมา รุ่งขวัญศิริโรจน์ ประธานกรรมการ บริษัท เอส รีท แมเนจเม้นท์ จำกัด และ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) ในฐานะ Sponsor ของ SPRIME เปิดเผยว่า “ท่ามกลางความท้าทายของธุรกิจอาคารสำนักงานในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ผ่านมา แต่ด้วยศักยภาพของทำเลที่ตั้ง การบริหารจัดการพอร์ตลูกค้าให้สมดุลอย่างสม่ำเสมอ การปรับปรุงทรัพย์สินให้ทันสมัย ตลอดจนการนำเสนอโมเดลธุรกิจใหม่ ๆ เพื่อสอดรับกับความต้องการของผู้เช่าที่เปลี่ยนแปลงไป ส่งผลให้อัตราการเช่าพื้นที่ของอาคารสิงห์ คอมเพล็กซ์ และพื้นที่ค้าปลีกในอาคารซันทาวเวอร์ส สูงถึง 94.34% และ 96.50% ตามลำดับ ซึ่งการนำทรัพย์สินทั้ง 2 รายการดังกล่าวเข้ากอง SPRIME ในครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 2 ต่อจากความสำเร็จของบริษัทที่ให้เช่าระยะยาวพื้นที่อาคารสำนักงานของอาคารซันทาวเวอร์ส กับกอง SPRIME ในช่วงต้นปี 2562 เพื่อรองรับกลยุทธ์การลงทุนอย่างต่อเนื่องของ SPRIME ในโครงการอาคารสำนักงานที่มีศักยภาพ และสร้างความแข็งแกร่งให้ SPRIME เป็นหนึ่งในกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอาคารสำนักงานที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ”

            นายประกอบ เพียรเจริญ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่และวาณิชธนกิจและรักษาการแทนผู้บริหารสายงานวาณิชธนกิจ กลุ่มงานลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่และวาณิชธนกิจ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน กล่าวว่า “ที่ผ่านมากองทรัสต์ SPRIME มีผลการดำเนินงานที่ดีและให้ผลตอบแทนแก่นักลงทุนอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งตั้งแต่จัดตั้งกองเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2562 – 31 มีนาคม 2565 ได้มีการจ่ายประโยชน์ตอบแทนแก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์ได้อย่างต่อเนื่องรวม 1.9849 บาทต่อหน่วย ทั้งนี้ หากพิจารณาการจ่ายประโยชน์ตอบแทนแก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์เมื่อ 4 ไตรมาสล่าสุดที่ผ่านมา ซึ่งอยู่ที่ 0.6000 บาทต่อหน่วย จะคิดเป็นอัตราการจ่ายประโยชน์ตอบแทนประมาณ 8.7% หากอ้างอิงจากราคาตลาดของ SPRIME ณ วันที่ 15 มิถุนายน 2565 โดยการลงทุนเพิ่มเติมครั้งที่ 1 ในสิทธิการเช่าอาคารสิงห์ คอมเพล็กซ์ และพื้นที่ค้าปลีกอาคารซันทาวเวอร์ส เป็นการเพิ่มศักยภาพผลการดำเนินงานและความสามารถในการสร้างผลกำไรให้แก่กองทรัสต์ ตลอดจนเสริมความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตทรัพย์สินของกองทรัสต์” 

              นายกฤชกร นนทะนาคร ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ผู้บริหารฝ่าย สายงานตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน กล่าวว่า “การเข้าลงทุนเพิ่มเติมครั้งที่ 1 ของกองทรัสต์ SPRIME มูลค่าลงทุนรวมไม่เกิน 6,113 ล้านบาท จะมาจากการกู้ยืมสถาบันการเงินไม่เกิน 2,400 ล้านบาท และส่วนที่เหลือจะมาจากการเสนอขายหน่วยทรัสต์จำนวนไม่เกิน 663 ล้านหน่วย ประกอบด้วย 1) การจัดสรรหน่วยทรัสต์ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 ของหน่วยทรัสต์ที่ออกและเสนอขายทั้งหมดในการเพิ่มทุนครั้งนี้ เพื่อเสนอขายแก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์เดิมที่มีรายชื่อปรากฏในสมุดทะเบียนผู้ถือหน่วยทรัสต์ ตามสัดส่วนการถือหน่วยทรัสต์ (Preferential Public Offering) 2) จัดสรรหน่วยทรัสต์ไม่เกินร้อยละ 20 ของจำนวนหน่วยทรัสต์ที่ออกและเสนอขายครั้งนี้ เสนอขายแก่ บมจ.สิงห์ เอสเตท และ/หรือกลุ่มบุคคลเดียวกัน (Private Placement) และ 3) จัดสรรหน่วยทรัสต์ส่วนที่เหลือ เพื่อเสนอขายผู้ลงทุนสถาบันและผู้จองซื้อพิเศษ และ/หรือประชาชนทั่วไป” 

              จากข้อมูลข้างต้น SPRIME ซึ่งเป็นกองทรัสต์ชั้นนำของกลุ่ม บมจ.สิงห์ เอสเตท นับเป็นทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนในกองทรัสต์ที่ให้ผลตอบแทนอย่างสม่ำเสมอในระยะยาว โดยกองทรัสต์ SPRIME มีผลการดำเนินงานที่ดีและสามารถจ่ายประโยชน์ตอบแทนแก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์ได้อย่างต่อเนื่อง ขณะที่การเพิ่มทุนครั้งที่ 1 เพื่อเข้าลงทุนในทั้ง 2 โครงการข้างต้น จะส่งผลให้ SPRIME มีการกระจายการลงทุนในทรัพย์สินซึ่งเป็นอาคารสำนักงานหลากหลายประเภท ครอบคลุมทั้งเกรดเอและเกรดบีซึ่งล้วนตั้งอยู่ในทำเลที่ตั้งที่มีศักยภาพสูงของกรุงเทพฯ มีอัตราการเช่าที่สูงเป็นที่น่าพอใจ และสร้างผลตอบแทนที่ดีขึ้นแก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์



บริษัท สยามธุรกิจ แอดเวอร์ไทซิ่ง จำกัด ติดต่อสอบถาม ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ