"เจมาร์ท" ย้ำแผน3ปี/โตปีละ 50% ด้วยทุน ‘3หมื่นล้าน’

วันอาทิตย์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2565



เปิดอาณาจักร JMART Group ตั้งเป้า 3 ปี (65-67) กำไรเติบโตเฉลี่ย 50% ด้วยเงินทุน "3 หมื่นล้านบาท" แบบไร้ภาระดอกเบี้ย ติดปีกธุรกิจขยายตัวทุกมิติ

นายอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ JMART เปิดเผยว่า อนาคตใน 3 ปีข้างหน้า (2565-2567) กลุ่มเจมาร์ท หรือ JMART Group ยังจะเติบโตต่อเนื่องเฉลี่ยปีละ 50% ซึ่งมาจากการเติบโตของบริษัทในเครือทั้งหมด โดยที่กลุ่มเจมาร์ทยังคงมองหาโอกาสในการลงทุนใหม่ๆ ซึ่งจากเป้าหมายการเติบโตของกำไรที่ตั้งไว้ นอกจากมาจากการเติบโตของผลการดำเนินงานในกลุ่มแล้ว ยังมาจากต้นทุนทางการเงินที่ลดลง หลังจากมีพันธมิตรจากกลุ่ม บริษัท บีทีเอสกรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS ที่เพิ่มทุนเข้ามา ทำให้บริษัทมีเงินรองรับขยายการเติบโตกว่า 3 หมื่นล้านบาท โดยเป็นเงินที่ไม่มีดอกเบี้ย ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนให้กำไรใน 3 ปีนี้

“ผมจะไม่กล้าพูดเช่นนี้เลยหากกลุ่มเจมาร์ทไม่มีเงินทุนก้อนใหญ่จำนวน 30,000 ล้านบาท !! ที่พาร์ตเนอร์และผู้ถือหุ้นเดิมใส่เงินเข้ามา และสิ่งสำคัญจำนวนเงินทุนดังกล่าว “ไม่มีต้นทุนดอกเบี้ย” โดยเงินทุนดังกล่าวจะนำไปสร้างการเติบโตใน 3 ธุรกิจหลักของบริษัท”

นอกจากนี้ยังมีแผนเปิดตัวธุรกิจใหม่ (New Business) กว่า 20 โครงการ เพื่อสนับสนุนบริษัทขนาดเล็ก หรือสตาร์ทอัพ อาทิ ธุรกิจด้านการเงิน, ค้าปลีก , การแพทย์เฉพาะทาง และ Digital transformation เพื่อตอบโจทย์การเติบโตแบบ Next J Curve แบบยกทีมในกลุ่ม คาดเห็นภาพชัดเจนต่อเนื่องในปีนี้ โดยล่าสุดเปิดตัว เจดี กรุ๊ป ที่ร่วมมือกับดีลเลอร์เพื่อขายเครื่องใช้ไฟฟ้าไปแล้ว

โดยธุรกิจหลัก คือ เจมาร์ทโมบาย ยังคงมียอดขายโทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในร้านเจมาร์ทเติบโตได้ดี ผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือต่างๆ ยังมีการออกสินค้าใหม่ ขณะที่ผู้บริโภมีการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์โทรศัพท์และซื้อสินค้าต่อเนื่อง

ส่วนธุรกิจบริหารจัดการหนี้เสียภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด(มหาชน) หรือ JMT มีแนวโน้มเติบโตของพอร์ตบริหารจัดการหนี้เสียที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และขยายธุรกิจไปร่วมทุนกับพันธมิตรต่างๆ ซึ่งนำร่องจากธุรกิจบริหารจัดการสินทรัพย์ (AMC)

โดยในปี 2565  JMT จะมีเงิน “ซื้อหนี้เสีย” ประมาณ 1 หมื่นล้านบาท หลังจากเจมาร์ทใส่เงินเพิ่มทุน JMT จำนวน 5,400 ล้านบาท และจากผู้ถือหุ้นเดิม 4,600 ล้านบาท โดยแนวโน้มหนี้เสียในกลุ่มแบงก์และนอนแบงก์ (Non Bank) ในอดีตทั้งระบบมีอยู่ประมาณ 5 แสนล้านบาท แต่ปัจจุบันสูงขึ้นไปถึง 2 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นสถานการณ์น่ากลัว

โดยมองว่าแนวโน้มการเติบโตของพอร์ตการบริหารจัดการหนี้เสียที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และขยายธุรกิจไปร่วมทุนกับพันธมิตรต่างๆ ซึ่งนำร่องจากธุรกิจบริหารจัดการสินทรัพย์ (AMC) ซึ่งปัจจุบัน JMT อยู่การเตรียมตัวในการเริ่มธุรกิจ AMC กับธนาคารกสิกรไทย (KBANK) โดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในช่วงไตรมาส 2 ปี 2565

ขณะที่บมจ.ซิงเกอร์ประเทศไทย (SINGER) ยังมีความสามารถในการเติบโตได้อีกมาก หลังจากได้รับเงินเพิ่มทุนจาก บมจ.ยู ซิตี้ หรือ U และผู้ถือหุ้นเดิมของ JMART รวมกันราว 1 หมื่นล้านบาท ทำให้ SINGER เร่งการขยายการเติบโตของธุรกิจได้รวดเร็วมากขึ้น และจะเข้ามาเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยหนุนเป้าหมายที่ตั้งไว้ให้เป็นตามเป้าได้อย่างมีนัยสำคัญ

สำหรับบริษัท เจเอเอส แอสเซ็ท จำกัด (มหาชน) หรือ J เดินหน้าขยายโครงการคอมมูนิตี้มอล์ใหม่ๆเพิ่มเติมทำให้มีรายได้เข้ามาเพิ่มขึ้น และการรุกเข้าสู่ธุรกิจศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งได้มีความร่้วมมือกับโรงพยาบาลวิมุติ ล่าสุดในโครงการ JAS Green Village คู้บอน และจะขยายแห่งที่ 2 ในย่านบางบัวทองเพิ่มเติม และยังมีการ Synergy ร่วมกับ JMT ในการนำทรัพย์ที่เป็น NPA ที่ JMT ซื้อมามารีโนเวทขายสร้างรายได้เสริมเข้ามาให้กับ J ได้อีกด้วย

นอกจากนี้ การร่วมทุนกับ KB Kookmin Card ภายใต้บริษัท เคบี เจ แคปปิตอล จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจบัตรกดเงินสดสินเชื่อส่วนบุคคล และสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ จะมีการขยายการเติบโตในเชิงรุก และก้าวขึ้นเป็น 1 ใน 5 ธุรกิจ Non Bank ของประเทศไทย ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรธนาคารยักษ์ใหญ่ของเกาหลีใต้ ซึ่งนำเทคโนโลยีมาใช้ในการขยายฐาน

ส่วนบริษัท เจ เวนเจอร์ส จำกัด มีการพัฒนาโปรเจคส์ใหม่ หลังจากเปิดตัว J NFT และจะมี J Metaverse ตามมาอีกทั้งยังมีการนำ Jfin coin มาใช้เป็นประโยชน์ใน Ecosystem ของเครือเจมาร์ท และพันธมิตร เพื่อให้เกิดการใช้งานจริง

“เรายังมองโอกาสในการลงทุนใหม่ๆอย่างต่อเนื่องที่จะทยอยประกาศออกมา และมุ่งมั่นเดินหน้าสร้างการเติบโตในแต่ละปีให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ พร้อมกับผสานความร่วมมือของธุรกิจในเครือให้มีการเติบโตไปพร้อมกัน”

นายอดิศักดิ์ กล่าวด้วยว่า เป้าหมายการเติบโตที่บริษัทตั้งไว้นั้นนอกจากที่จะมาจากการเติบโตด้านผลการดำเนินงานของบริษัทในกลุ่มเจมาร์ทแล้ว ยังมาจากต้นทุนทางการเงินที่ลดลง หลังจากที่บริษัทได้มีพันธมิตรจากกลุ่มบีทีเอสกรุ๊ปที่ได้เข้ามาเพิ่มทุน ซึ่งเป็นการตอกย้ำความมั่นใจของกลุ่มเจมาร์ท



บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ