“ชิลด์” ผนึกกำลัง “ทรูมันนี่” วางระบบ AI ช่วยป้องกันภัยคุกคามไซเบอร์แก่ผู้ใช้ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

วันศุกร์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2565

“ชิลด์” ผนึกกำลัง “ทรูมันนี่” วางระบบ AI ช่วยป้องกันภัยคุกคามไซเบอร์แก่ผู้ใช้ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้


“ชิลด์” จับมือพันธมิตร “ทรูมันนี่” วางระบบ AI ป้องกันภัยไซเบอร์คุกคามลูกค้า 30 ล้านราย และหวังเป็นตัวอย่างสร้างความปลอดภัยให้ระบบอุตสาหกรรมอี-วอลเล็ท ได้ฤกษ์สแกนใบหน้ายืนยันตัวตนจริงในปี 65 ด้าน “จัสติน ลี” ประธานกรรมการบริหาร ชิลด์ ย้ำเป็นผู้นำตลาดโลกด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ด้วยประสบการณ์มายาวนาน 20 ปี ชี้ตลาดวอลเล็ทบนมือถือสดใส เล็งขยายช่วยปกป้องผู้บริโภคในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จากภัยคุกคามจากการฉ้อโกงในภูมิภาค 

“ทรูมันนี่” ผู้นำในการให้บริการการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์และบริการทางการเงินดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งให้บริการครอบคลุมประเทศไทย กัมพูชา เมียนมา เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย ล่าสุดประกาศความร่วมมือกับ “ชิลด์” ภายใต้ บริษัท ชิลด์ เอ ไอ เทคโนโลจีส์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ดูแลความปลอดภัยทางไซเบอร์ระดับโลกที่มีความเชี่ยวชาญในการป้องกันการหลอกลวงทางไซเบอร์และการระบุตัวตน เพื่อปกป้องแพลตฟอร์มจากผู้ฉ้อโกง โดยความร่วมมือดังกล่าวจะช่วยยกระดับความไว้วางใจสำหรับผู้ใช้โทรศัพท์มือถือ และขับเคลื่อนการเติบโตอย่างต่อเนื่องในภูมิภาค ทรูมันนี่ วอลเล็ท มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในปีที่ผ่านมา ด้วยจำนวนผู้ใช้ในประเทศไทยมากกว่า 24 ล้านคนในปัจจุบัน จากการเพิ่มจำนวนของการทำธุรกรรมแบบไร้เงินสดในภูมิภาค
 
นางสาวมนสินี นาคปนันท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) บริษัท แอสเซนด์ มันนี่ จำกัด ซึ่งเป็นฟินเทคยูนิคอร์นรายแรกของไทย กล่าวว่า  ปัจจุบันแพลตฟอร์มชำระเงินแล็กทรอนิกส์และบริการทางการเงินแบบดิจิทัลของทรูมันนี่ มีผู้ใช้บริการ 24 ล้านคน และมีแนวโน้มขยายตัวมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากปริมาณการทำธุรกิจทางการเงินแบบไร้เงินสดในภูมิภาคมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยคาดว่าจำนวนผู้ใช้บริการในปี 2565 จะเพิ่มขึ้นเป็น 30 ล้านคน และในระยะเวลา 1-2 ปีหลังจากนี้ จะมีผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นครอบคลุม 50% ของประชากรทั้งหมดของประเทศ ซึ่งขณะธุรกิจของทรูมันนี่มีการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง เราตระหนักดีว่าความเชื่อมั่นของลูกค้า เป็นสิ่งที่มีค่าสูงสุดในการมอบบริการนวัตกรรมทางการเงินอันล้ำหน้าและนั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงได้ร่วมมือกับบริษัทที่กำกับและจัดการความเสี่ยงชั้นนำของโลกด้วยการใช้เทคโนโลยีล่าสุดด้านปัญญาประดิษฐ์ ด้วยความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์และโซลูชั่นของชิลด์ จะสร้างความแข็งแกร่งให้กับกลยุทธ์ด้านความปลอดภัยเพื่อมอบความมั่นใจสูงสุดให้แก่ผู้ใช้ทรูมันนี่ และทำให้เราสามารถทุ่มเทเวลาได้มากขึ้นให้กับภารกิจของเรา นั่นคือการสร้างสรรค์นวัตกรรมทางการเงิน เพื่อช่วยให้ชีวิตของทุกคนดีขึ้น 

นางสาวมนสินี กล่าวว่า จากจุดเด่นของชิลด์ 3 ประการ ได้แก่ 1.เทคโนโลยี AI สามารถตอบโจทย์ลูกค้าจำนวนมากของทรูมันนี่ได้ 2.เทคโนโลยีมีความเสถียรทำให้การดำเนินการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว 3.ทีมงานบุคลากรของชิลด์เป็นคนรุ่นใหม่ที่มีความมุ่งมั่นในการนำประสบการณ์ที่ดีมาดำเนินการให้แพลตฟอร์มของทรูมันนี่มีความปลอดภัยมากที่สุด ทำให้ทรูมันนี่เลือกชิลด์เป็นพันธมิตรวางระบบปกป้องภัยคุกคามไซเบอร์ในครั้งนี้ 

ทั้งนี้ ทรูมันนี่ได้ใช้ประโยชน์จากคุณสมบัติหลักต่างๆ ของชิลด์เพื่อที่จะสร้างความไว้วางใจและความปลอดภัยให้กับผู้ใช้บริการอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ ซิลด์ ไอดี (SHIELD ID) มีการระบุผู้ใช้และอุปกรณ์ทุกรายในระบบนิเทซอย่างต่อเนื่อง ชิลด์ รีสท์ (SHIELD Rish Indicators) สามารถตรวจจับเครื่องมือและเทคนิคที่ใช้ในการฉ้อโกงได้ ชิลด์ เซนติเนล (SHIELD Sentinel) แยกการแสดงพฤติกรรมที่เป็นอันตรายในช่วงเวลาที่แน่นอน 

ตลอดจนการวิเคราะห์เชื่อมต่อประสานกัน (Link Analysis) ประเมินคุณสมบัติหลายมิติเพื่อระบุภัยแห่งการฉ้อโกงที่ประสานกับ และมีฟีเจอร์แพลตฟอร์ม (Feature Platform) ซึ่งมีการสร้างแบบจำลองที่ซับซ้อนและนโยบายความเสี่ยงที่เหมาะกับองค์กร  ข้อกำหนด และกฎระเบียบทางธุรกิจด้วย 

“การลงนามร่วมมือกันในครั้งนี้จะเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า และรักษาความปลอดภัยให้กับลูกค้าด้วยการนำเทคโนโลยีมาใช้ให้ประสบการณ์การใช้งานได้ง่ายขึ้น โดยในปี 2565 จะมีการนำระบบสแกนใบหน้าแสดงตัวตันลูกค้าเพื่อความสะดวกและสร้างปลอดภัยให้ลูกค้ามั่นใจในการใช้ระบบของทรูมันนี่ด้วย พร้อมกันนี้ ยังคาดหวังว่าจะเป็นการยกระดับมาตรฐานของอุตสาหกรรม เพราะได้เป็นตัวอย่างที่ที่ดีในการให้บริการระบบวอลเล็ทที่ป้องกันความปลอดภัยให้กับลูกค้าด้วย” นางสาวมนสินี กล่าว 

ด้านนายจัสติน ลี ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหาร ชิลด์ (SHIELD) ภายใต้ บริษัท ชิลด์ เอ ไอ  เทคโนโลจีส์ จำกัด ได้กล่าวเสริมว่า เนื่องจากการสมัครบัญชีใหม่การใช้บริการธุรกรรมทางการเงินมีการไว้วางใจมากเกินไป ทำให้กลายเป็นช่องโหว่การปลอมตัวได้ง่ายขึ้น ซึ่งจากสถิติในแต่ละประเทศมีการให้บริการธุรกิจวอลเล็ทจะมีภัยคุกคามทางด้านไซเบอร์เกิดขึ้นประมาณ 5-10% ซึ่งทางชิลด์มีบทบาทในการเข้าไปวางแพลตฟอร์ม AI เพื่อหยุดยั้งการฉ้อโกง การสร้างความเสียหายการโอนเงิน เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับระบบและสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า ซึ่งจะทำให้ธุรกิจเติบโตมากขึ้นด้วย 

ทั้งนี้ จากประสบการณ์มากกว่า 20 ปีเกี่ยวกับการกำกับดูแลและการจัดการความเสี่ยงด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์  รวมทั้งเป็นผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีและผู้ริเริ่มทางด้านการป้องกันการฉ้อฉลด้วย ทำให้ปัจจุบัน ชิลด์ฯ กลายเป็นบริษัทชั้นนำของโลกทางด้านการกำกับดูแลและการจัดการความเสี่ยงโดยการใช้ประโยชน์จากการเรียนรู้ทางเครื่องจักร (Machine Learning) และเทคโนโยลีล่าสุดของ AI ซึ่งวิสัยทัศน์ของชิลด์ และทรูมันนี่ มีความสอดคล้องกันคือ ความทุ่มเทที่จะเติบโตเป็นผู้นำในระดับภูมิภาค ซึ่งการร่วมมือกันในครั้งนี้จะทำให้ทั้งสองบริษัทก้าวไปสู่จุดหมายดังกล่าว 

นายจัสติน ลี กล่าวด้วยว่า การจับมือกับพันธมิตรทรูมันนี่ในไทยถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นในการทำตลาดวอลเล็ทบนมือถือในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่กำลังมีการขยายตัวมาก ซึ่งขณะนี้ตลาดในภูมิภาคนี้มีการเติบโตเร็วกว่าแถบสหรัฐฯ และสหภาพยุโรป มากถึง 1-2 ปี  

“เรามีความยินดีที่ได้ร่วมงานกับหนึ่งในสถาบันชั้นนำด้านฟินเทค ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  และเป็นส่วนหนึ่งในการเพิ่มภูมิคุ้มกันทางไซเบอร์ เพื่อสร้างความไว้วางใจสำหรับผู้ใช้โทรศัพท์มือถือ และสร้างมั่นใจให้กับผู้บริโภคในภูมิภาคนี้สามารถเข้าถึงแพลตฟอร์มแห่งโอกาสเพื่อความเท่าเทียมทางการเงินที่ทั่วถึงสำหรับทุกคน” ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหาร ชิลด์ กล่าวทิ้งท้าย



บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ