“ชาร์ป” ชู ‘พลาสม่าคลัสเตอร์’ รุกตลาดเครื่องฟอกอากาศในไทยเต็มสูบ คาดดันแชร์พุ่ง 30 % ในปีหน้า

วันอังคารที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2564

“ชาร์ป” ชู ‘พลาสม่าคลัสเตอร์’ รุกตลาดเครื่องฟอกอากาศในไทยเต็มสูบ คาดดันแชร์พุ่ง 30 % ในปีหน้า


นายอรุณพงศ์ ทองสุทธิ ผู้จัดการผลิตภัณฑ์เครื่องฟอกอากาศและเครื่องปรับอากาศ บริษัท ชาร์ป ไทย จำกัด กล่าวว่า ชาร์ปเป็นผู้ผลิตรายแรกของโลกที่สามารถคิดค้นเทคโนโลยีฟอกอากาศโดยการสร้างไอออนบวก(H+) และไอออนลบ(O2-) แบบเดียวกันกับที่ถูกพบอยู่ในธรรมชาติเข้าสู่อากาศ ซึ่งเรียกว่าเทคโนโลยี “พลาสม่าคลัสเตอร์” มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2543  และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องมาตลอด 20 ปี ทำให้มั่นใจได้ว่ามีความปลอดภัยต่อสุขภาพของทุกคน โดยในปีนี้คาดการณ์ว่าตลาดรวมเครื่องฟอกอากาศในไทยมีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 3,000-4,000 ล้านบาท ซึ่งในปัจจุบันเครื่องฟอกอากาศชาร์ปถือเป็นสินค้าเรือธงที่ชูเรื่องเทคโนโลยี พลาสม่าคลัสเตอร์  มีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ถึง  20% และบริษัทตั้งเป้าว่าจะสามารถผลักดันส่วนแบ่งเพิ่มเป็น 30% ภายในสิ้นปี พ.ศ.2565

แม้ว่าการแข่งขันตลาดดังกล่าวจะยังคงแข่งกันอย่างดุเดือด โดยเฉพาะในตลาดระดับแมสและระดับพรีเมี่ยม แต่เรามองว่าตลาดที่ยังเป็นตลาดใหญ่และสำคัญที่ยังคงมีโอกาสในการทำตลาดอยู่มากนั้นคือตลาดระดับกลุ่มกลางและกลุ่มบน (ระดับไฮเอน) ที่มีสินค้าตั้งแต่ราคาหนึ่งหมื่นบาทขึ้นไป เพราะปัจจัยสำคัญเราพบว่าผู้บริโภคยังคงให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพและเทคโนโลยีมากกว่าในเรื่องของราคาในการเลือกเครื่องใช้ฟอกอากาศ และยิ่งในช่วงปีที่ผ่านมามีเรื่องของฝุ่น pm 2.5 และไวรัสโควิด-19 ยิ่งทำให้ผู้บริโภคมีความกังวลและหันมาใสใจในเรื่องสุขภาพมากขึ้นโดยเฉพาะในแง่ของอากาศที่บริสุทธ์ ป้องกันฝุ่นและไวรัสได้ เป็นต้น

ผู้บริหาร กล่าวต่อว่า ถ้าให้พูดถึงภาพรวมตลาดเครื่องฟอกอากาศในไทยในปีนี้ถ้าเทียบกับปีที่ผ่านมาจากที่มีสถานการณ์ของไวรัสโควิดที่ยึดเยื้อมาจนขณะนี้ ต้องบอกว่าปีที่ผ่านมาที่เป็นปีแรกที่เกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิดที่เกิดขึ้นนั้น ประกอบกับมีเรื่องของฝุ่น pm 2.5 ส่งผลให้ตลาดเครื่องฟอกอากาศเติบโตดีมาก มียอดขายที่สูงขึ้น เพราะมีความต้องการของผู้บริโภคสูงมากในช่วงนั้น สำหรับปีนี้ถือว่าตลาดดังกล่าวโดยรวมก็ไม่ได้เติบโตไปกว่าปีที่แล้วถือว่าตลาดตกลงมาเล็กน้อยด้วยซ้ำ แต่คาดว่าปลายปีนี้ภาพรวมตลาดน่าจะค่อยๆดีขึ้น จนถึงต้นปีหน้า เพราะมองเห็นจากปัจจัยบวกไม่ว่าจะเป็นเรื่องการคลายล็อกดาวน์ภายในประเทศ อีกทั้งในเรื่องการเปิดประเทศน่าจะทำให้มีดีมานด์เพิ่มมากขึ้น จากคนไทยและชาวต่างชาติ  สำหรับแนวทางการทำตลาดของชาร์ปในปีหน้าก็ยังจะคงโฟกัสในเรื่องของเทคโนโลยี พลาสม่าคลัสเตอร์อย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิด “สังคมอากาศสะอาดสร้างได้ด้วยพลาสม่าคลัสเตอร์” ในการรุกทำตลาดทั้ง ออฟไลน์ และ ออนไลน์ ภายใต้ 4 แกนหลัก คือ 1. เรื่องของประวัติความเป็นมาของเทคโนโลยี  2. ผลทดสอบห้องปฏิบัติการที่ได้รับการทดสอบและรับรองประสิทธิผลการทำงาน 3.ร่วมผนึกกับกลุ่มพาร์ทเนอร์องค์กรในการเดินหน้าทำตลาดไปด้วยกัน และ 4. การสร้างความมั่นใจและน่าเชื่อถือจากทั่วโลก

ในประเทศไทยชาร์ปมีพันธมิตรทางธุรกิจมากมายที่นำเทคโนโลยีพลาสม่าคลัสเตอร์เข้าปรับใช้สอดคล้องกับธุรกิจในพื้นที่สาธารณะ เช่น รถไฟฟ้า รถโดยสารประจำทาง โรงแรม โรงพยาบาล คอนโดมิเนียม เป็นต้น  รวมทั้งได้รับการยอมรับจากทั่วโลก การันตีด้วยยอดขายผลิตภัณฑ์ที่มาพร้อมเทคโนโลยีพลาม่าคลัสเตอร์กว่า 90 ล้านเครื่อง

อย่างไรก็ตาม เมื่อเดือนกันยายน พ.ศ.2563 ศูนย์วิจัยแห่งชาติและการป้องกันโรคติดเชื้อ สถาบันเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยนางาซากิ ประเทศญี่ปุ่น เผยผลวิจัยครั้งแรกของโลกว่า  เทคโนโลยีพลาสม่าคลัสเตอร์ มีประสิทธิผลช่วยลดจำนวนไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (SARS-CoV-2) ในอากาศได้มากถึง 91.3% และล่าสุด คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยชิมาเนะ ประเทศญี่ปุ่น เผยผลวิจัย เทคโนโลยีพลาสม่าคลัสเตอร์ มีประสิทธิผลช่วยลดจำนวนไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (SARS-CoV-2) รวมถึงเชื้อกลายพันธุ์บนพื้นผิวได้มากถึง 99.4 % เป็นแบรนด์เดียวที่มีประสิทธิภาพยับยั้งไวรัสทั้งในอากาศและบนพื้นผิว  ดังนั้นเพื่อยืนหยัดแนวคิด สังคมอากาศสะอาดสร้างได้ด้วย พลาสม่าคลัสเตอร์ (Clean Air Society with Plasmacluster)  ชาร์ปจึงมีการนำเทคโนโลยีพลาสม่าคลัสเตอร์มาใช้ในผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภทเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนในสังคม ได้แก่ เครื่องฟอกอากาศสำหรับใช้ทั้งในอาคารและภายในรถยนต์ เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น เครื่องกำจัดไรฝุ่น และเครื่องซักผ้า รวมไปถึงการจับมือกับภาคธุรกิจในการนำเทคโนโลยีพลาสม่าคลัสเตอร์เข้าไปปรับใช้ให้สอดคล้องกับธุรกิจนั้นๆ  โดยคำนึงถึงความปลอดภัย และความคุ้มค่า อีกทั้งยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยคุณภาพตามมาตรฐานญี่ปุ่น (Japanese Standard) ที่ได้รับการยอมรับด้านความน่าเชื่อถือและความทนทาน เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่า ทุกลมหายใจจากเทคโนโลยีพลาสม่าคลัสเตอร์ เป็นลมหายใจที่บริสุทธิ์ สะอาด และปลอดภัยต่อสุขภาพ

นายอรุณพงศ์  กล่าวอีกว่า จากสภาวะการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า รวมถึงปัญหามลพิษทางอากาศที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ชาร์ปจึงพัฒนา 2 ผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ล่าสุด ได้แก่ เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ (Iron Generator) รุ่น IG-NX2B มาพร้อมเทคโนโลยีใหม่  Plasmacluster NEXT ที่มีประสิทธิภาพในการกระจายพลาสม่าคลัสเตอร์ไอออนได้มากถึง 50,000 ไอออน ช่วยให้อากาศบริสุทธิ์ ปกป้องเชื้อไวรัส แบคทีเรีย เชื้อรา สารก่อภูมิแพ้ และกลิ่นอับ ให้ประสิทธิภาพกำจัดเชื้อราและกลิ่นได้เร็วกว่า 2 เท่า (เมื่อเทียบกับ PCI 25,000) ดักจับฝุ่นและละอองเกสรขนาดเล็กได้อย่างมีประสิทธิภาพกำจัด 5 กลิ่นกวนใจในรถยนต์ เช่น ควันบุหรี่ เสื้อผ้าอับชื้น กลิ่นอาหาร เชื้อรา กลิ่นสัตว์  ใช้งานง่าย สามารถเชื่อมต่อผ่าน USB สะดวกสบาย พกพาไปได้ทุกที่ ราคา 5,990 บาท เริ่มจำหน่ายตั้งแต่เดือนธันวาคม 2564 เป็นต้นไป

นอกจากนี้ ชาร์ปยังส่งเครื่องซักผ้า Pro-Flex Series รุ่น ES-DK1054PT-S  ที่สามารถกำจัดกลิ่นและแบคทีเรียด้วยเทคโนโลยีพลาสม่าคลัสเตอร์ มีฟังก์ชั่นอบไอน้ำ และโปรแกรมกำจัดสารก่อภุมิแพ้ ฆ่าเชื้อโรคและไรฝุ่นบ้านได้ถึง 99.9% และกำจัดแบคทีเรีย โดยฝาเครื่องซักผ้าและแป้นควบคุมถูกออกแบบมาให้ได้องศาที่พอดีต่อการใช้งาน ดีไซน์สวยหรู ได้รับรางวัล IF Design Award 2021 จากประเทศเยอรมนีอีกด้วย ราคา 42,990 บาท เริ่มจำหน่ายในเดือนพฤศจิกายนนี้

///////////////////////////////////

อนึ่ง เทคโนโลยี พลาสม่าคลัสเตอร์ เอกสิทธิ์หนึ่งเดียวจากชาร์ป สร้างอากาศสะอาดและดีต่อสุขภาพให้แก่ทุกคนตลอด 20 ปี ทำงานโดยการปล่อยอนุภาคไฟฟ้าประจุไอออน (Ion) ทั้ง ประจุไอออนบวก (H+) และประจุไอออนลบ (O2-) แบบเดียวกันกับที่มีในธรรมชาติ โดยอนุภาคเหล่านี้จะเข้าทำลายผนังเซลล์ของเชื้อรา เชื้อไวรัส และแบคทีเรีย เข้าสลายสารก่อภูมิแพ้จากไรฝุ่นซึ่งปะปนอยู่ในอากาศ ยับยั้งการเพิ่มขึ้นของสารก่อภูมิแพ้ และฝุ่นละอองส่วนใหญ่ที่หมุนเวียนอยู่ในอากาศและยากที่ตกลงบนพื้น รวมถึงหมอกควันไฟ และกลิ่นไม่พึงประสงค์ ทำให้อากาศสะอาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งได้รับการทดสอบและรับรองประสิทธิผลการทำงานจากหลากหลายสถาบันวิจัยชั้นนำทั่วโลกกว่า 30 แห่ง และ 2 สถาบันในไทย ทำให้มั่นใจได้ว่าเทคโนโลยีนี้ปลอดภัยต่อสุขภาพของทุกคน




บริษัท สยามธุรกิจ แอดเวอร์ไทซิ่ง จำกัด ติดต่อสอบถาม ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ