“จีเอเบิล” ชูกลยุทธ์ System Integration Plus Plus: SI++ ผนึกพาร์ทเนอร์ลุยดิจิทัลทรานส์ฟอร์มครบวงจร

วันพุธที่ 09 มิถุนายน พ.ศ. 2564

“จีเอเบิล”  ชูกลยุทธ์ System Integration Plus Plus: SI++ ผนึกพาร์ทเนอร์ลุยดิจิทัลทรานส์ฟอร์มครบวงจร


ดร.ชัยยุทธ ชุณหะชา กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัทจีเอเบิล กล่าวว่า จีเอเบิลเป็นบริษัทไอทีชั้นนำที่สร้างเสาหลักทางเทคโนโลยีให้กับลูกค้าด้วยประสบการณ์มากกว่า 32 ปี  ในการบูรณาการระบบโครงสร้างพื้นฐานไปจนถึงดิจิทัลโซลูชันที่ทันสมัย และนำเสนอโซลูชันที่สามารถตอบสนองความต้องการขององค์กรธุรกิจ เพื่อยกระดับความสามารถทางการแข่งขันให้กับธุรกิจในทุกภาคส่วนอุตสาหกรรม โดยจีเอเบิลมีจุดแข็งที่ทำให้มีความแตกต่างและได้เปรียบคู่แข่งในตลาดหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการให้บริการโดยบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ โดยมีนักพัฒนาระบบและซอฟแวร์ มากกว่า 1,000 คน รวมถึงการมีประสบการณ์และความเข้าใจในอุตสาหกรรมที่หลากหลาย เช่น ธุรกิจการเงิน ธุรกิจโทรคมนาคม ธุรกิจประกัน ภาคอุตสาหกรรมพลังงาน ตลอดจนสถาบันการศึกษาต่างๆ นอกจากนี้จีเอเบิลยังเป็นพันธมิตรกับบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก และมีศักยภาพในการคัดเลือกผลิตภัณฑ์ด้านฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ ที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล

สำหรับในปี 2564 นี้ กลุ่มบริษัทจีเอเบิล มุ่งมั่นที่จะเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยกลยุทธ์ที่สร้างจุดเด่น และความแตกต่างในการให้บริการผ่านกลยุทธ์ ทั้ง 3 ด้าน

1) กลยุทธ์การพัฒนาตัวเองสู่ System Integration Plus Plus (SI++) คือ กลยุทธ์การพัฒนาตัวเองจาก System Integration หรือ SI ให้เป็น SI++ นอกจากเป็นผู้ให้บริการสร้างรากฐานทางเทคโนโลยีให้กับธุรกิจแล้ว จะมุ่งเน้นที่การช่วยลูกค้าต่อยอดทางธุรกิจโดยการแนะนำการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีรากฐานต่างๆ เหล่านั้น เพื่อให้มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลสูงสุด และปลอดภัยมากที่สุด ด้วยจุดแข็งของจีเอเบิลที่รู้ลึกด้านเทคโนโลยี เข้าใจลูกค้า ตอบโจทย์เทคโนโลยีมาแรงทั้ง 4 กลุ่มโซลูชัน ที่จะมีผลต่อทุกภาคส่วนอุตสาหกรรม ได้แก่ G Cloud Solution กลุ่มโซลูชันที่ให้บริการคลาวด์เทคโนโลยีแพลตฟอร์มอย่างครบวงจร รองรับตลาดคลาวด์ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง , G Security Solution กลุ่มโซลูชันที่ช่วยป้องกันระบบและข้อมูลขององค์กรจากการโจมตีทางไซเบอร์ ที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในยุคปัจจุบัน , G Big Data Solution กลุ่มโซลูชันที่มุ่งเน้นการจัดการบิ๊กดาต้าและวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ทางธุรกิจ และ G RPA Solution กลุ่มโซลูชันการทำงานแบบอัตโนมัติ ที่ตอบโจทย์การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและลดต้นทุนให้กับการดำเนินธุรกิจ

2) กลยุทธ์การสร้างทางเลือกใหม่สำหรับดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น ในรูปแบบTransformation As a Service (TAAS) คือ กลยุทธ์การสร้างทางเลือกใหม่ให้กับทุกธุรกิจด้วยโซลูชันที่ช่วยด้านการทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นแบบครบวงจร โดยจีเอเบิลได้ร่วมมือมือกับ บริษัท ไฟร์ วัน วัน จํากัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านการทำบิสซิเนสทรานส์ฟอร์เมชั่นชั้นนำระดับประเทศ ร่วมพัฒนาคุณค่าและโมเดลธุรกิจใหม่ ด้วยการผสมผสานระหว่างความสามารถทางด้านดิจิทัลของจีเอเบิล และความคิดสร้างสรรค์ทางธุรกิจของไฟร์ วัน วัน เพื่อนำเสนอโซลูชันที่ครอบคลุมในทุกมิติให้แก่ลูกค้า ตั้งแต่เป็นที่ปรึกษาด้านการวางกลยุทธ์ไปจนถึงการต่อยอดทางธุรกิจ ซึ่งกลยุทธ์ธุรกิจ TAAS นี้จะเป็นตัวช่วยในการสร้างรายได้จากกลุ่มธุรกิจใหม่ ให้กับจีเอเบิลต่อไปในอนาคต  และ

3) กลยุทธ์สร้างความแตกต่างและการเติบโตด้วย Own IP Platform คือ กลยุทธ์การพัฒนา IP Platform ที่เป็นลิขสิทธิ์ของจีเอเบิล เพื่อสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง และสร้างการเติบโตแบบก้าวกระโดด ด้วยประสบการณ์กว่า 32 ปี ทำให้บริษัทฯ เข้าใจถึงปัญหาของลูกค้าและความต้องการของตลาดเป็นอย่างดี จึงได้พัฒนาแพลตฟอร์มใหม่ที่ชื่อว่า Blendata (เบลนเดต้า) และ InsightEra (อินไซท์เอรา) โดย Blendata เป็นผลิตภัณฑ์แฟล็กชิพยุคบิ๊กดาต้า ซึ่งแพลตฟอร์มนี้จะช่วยองค์กรจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ที่มีประสิทธิภาพ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงทางธุรกิจ ด้วยต้นทุนที่จับต้องได้ ส่วน InsightEra นั้นเป็นแพลตฟอร์มทางด้านการตลาดดิจิทัล ที่มาตอบโจทย์ธุรกิจในเรื่องการวิเคราะห์ข้อมูลของลูกค้าในเชิงลึก รวมถึงความต้องการของลูกค้า เพื่อความได้เปรียบในการแข่งขัน ทั้งนี้จีเอเบิลเตรียมที่จะเปิดตัว Blendata ผลิตภัณฑ์แฟล็กชิพตัวใหม่ของกลุ่มบริษัทในเดือนมิถุนายนนี้

จีเอเบิลมีความพร้อมที่จะก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืน เพื่อการให้บริการลูกค้าอย่างครบวงจรในหลากหลายมิติ ด้วยกลยุทธ์ที่แข็งแกร่งทั้ง 3 ด้าน จะเป็นตัวขับเคลื่อนจีเอเบิล ให้เติบโตแบบก้าวกระโดด และสามารถสร้างประมาณการรายได้ในอีก 5 ปีข้างหน้าได้ ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาจีเอเบิลได้ทรานส์ฟอร์มองค์กร เพื่อเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ โดยเทคโนโลยีถือเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างกลยุทธ์ และสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตนเองที่เข้าใจความต้องการของลูกค้าเข้าใจในอุตสาหกรรมธุรกิจ รวมถึงการสร้างคุณค่าให้กับองค์กรธุรกิจ เพื่อผลักดันรายได้และผลกำไรที่เหนือกว่า ดร.ชัยยุทธ กล่าวทิ้งท้าย




บริษัท สยามธุรกิจ แอดเวอร์ไทซิ่ง จำกัด เลขที่​ 423 ถนนบอนด์สตรีท​ ต.บางพูด​ อ.ปากเกร็ด​ จ. นนทบุรี​ 11120
โทรศัพท์ 02-0377423 , 02-0477243 ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ