สถานการณ์ขมึงเกลียว.. นักเลือกตั้งส่อ “เอาคืน” ท็อปบู๊ท

วันศุกร์ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2564

สถานการณ์ขมึงเกลียว..  นักเลือกตั้งส่อ “เอาคืน” ท็อปบู๊ท


สถานการณ์ขมึงเกลียว..

นักเลือกตั้งส่อ “เอาคืน” ท็อปบู๊ท

 

                กรมอุตุฯ คาดการณ์หน้าร้อนปีนี้ เดือนมีนาคมครึ่งหลังจะมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมประเทศไทยตอนบน ส่งผลให้อากาศร้อนอบอ้าว บางวันอุณหภูมิสูงสุดอาจไปถึง 40-42 องศาเซลเซียส และบางช่วงอาจเกิดพายุฤดูร้อน ลูกเห็บตก เรียกว่ามีครบทั้งร้อน-ฝน  อากาศเดือนมีนาคมเข้าฤดูร้อนแบบเต็มตัว !! ก็เลยจัดเต็ม เรียกว่า "ร้อนตับแล่บ"

                แต่ที่พุ่งสูงทะลุปรอทเห็นจะเป็น “อุณหภูมิทางการเมือง” ที่เข้มข้นเสียเหลือเกิน ไหนจะการชุมนุม การต่อสู้ของ “เยาวชนคนรุ่นใหม่” ที่แก่นแกนอยู่ที่การเรียกหาอนาคตที่ดีกว่า แม้ดูเหมือนว่า “จำนวนผู้เข้าร่วมจะถดถอยไปบ้าง” แต่ท่าทียิ่งเพิ่มความแข็งกร้าว และ “หัวจิตหัวใจที่ไม่ยอมจำนน” มากขึ้น เมื่อเผชิญกับการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น ทำให้ “การเมืองร้อนฉ่า” แม้ “เยาวชน” นับวันยิ่งเคลื่อนได้ลำบาก แต่กลับเป็นว่า “ภาครัฐ” ยิ่งควบคุมให้สยบยอมไม่สำเร็จเช่นกัน

                ในขณะที่ประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่อง “ร้อน ด้วยเช่นกัน แม้ว่าเส้นทางในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แม้ที่ประชุมรัฐสภาให้ความเห็นชอบ ร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ วาระ 2 ไปเรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างรอให้ครบ 15 วัน ตามรัฐธรรมนูญ เพื่อเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ ลงมติวาระ 3 ในวันที่ 17 มี.ค.2564

แต่ก็ต้องเจอกับเกมสกัดคู่ขนาน เมื่อ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล พรรคพลังประชารัฐ และ ส.ว. โหวตหนุนญัตติให้ รัฐสภา ส่งร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ที่มีสาระสำคัญในการตั้ง สภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ขึ้นมายกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ให้ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญหรือไม่

โดยที่ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาคำร้องกรณีมีปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของรัฐสภา ในการเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมของสมาชิกรัฐสภา โดยได้รับหนังสือแสดงความเห็นจากพยานผู้เชี่ยวชาญ 4 คน คือ มีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) บวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธาน กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ สมคิด เลิศไพฑูรย์ อดีตที่ปรึกษา กรธ. และ อุดม รัฐอมฤต อดีต กรธ.

รวมทั้งได้รับหนังสือของ ประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย และพรรคร่วมฝ่ายค้าน ที่ยื่นคำร้องส่งบันทึกยืนยัน ข้อเท็จจริงเสนอความเห็นต่อศาล โดยศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่าคดีเป็นปัญหาข้อกฎหมาย มีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได้ จึงยุติการไต่สวนและกำหนดนัดประชุมเพื่อลงมติในวันที่ 11 มี.ค.2564  

งานนี้จึงต้องรอลุ้นคำตอบสุดท้ายจาก ศาลรัฐธรรมนูญ จะออกมาอย่างไร แต่ที่แน่ๆ หาก ศาลรัฐธรรมนูญ ชี้ขาดว่ากระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ดำเนินการมา ขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ การลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ วาระ 3 ก็ต้อง “ยุติ” ไปโดยปริยาย เพื่อกลับไปเริ่มต้นนับหนึ่งกระบวนการยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญกันใหม่ เป็นการแก้ไขแบบรายมาตรา

แต่ปัญหาไม่ได้จบแค่ตรงนั้น เพราะโดยสถานการณ์เป็นห้วงที่แนวร่วมกลุ่มราษฎร จัดม็อบแบบถี่ๆ อุ่นเครื่องรอจังหวะ ฉวยมาเป็นเงื่อนไขระดมมวลชน ยกระดับชุมนุมใหญ่ขับไล่รัฐบาล สถานการณ์ ณ ตอนนั้นอาจจะลุกลามบานปลาย รุนแรงหนักหนาสาหัสแค่ไหน จะกลายเป็นชนวนนำไปสู่เหตุการณ์ความรุนแรง ถึงขั้นทำให้รัฐบาลพลิกคว่ำพลิกหงายได้เหมือนกัน

ขณะที่ประเด็นที่ดูเหมือนจะ “เซ้นซิทีฟ” ที่สุด ก็เห็นจะเป็นการเลือกตั้งซ่อมส.ส.นครศรีธรรมราช ที่ “พรรคประชาธิปัตย์-ปชป." ต้องพ่ายแพ้ให้กับ “พรรคพลังประชารัฐ-พปชร.”ในการเลือกตั้งซ่อมแทน “เทพไท เสนพงศ์” เจ้าของพื้นที่เดิม ที่ฉากหน้าเจ้าของพื้นที่อย่าง “เทพไท เสนพงศ์” และ “จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์” ออกมา “ขอบคุณ”ประชาชนคนที่ยังเลือกประชาธิปัตย์ ไม่มีคำที่ทำให้ “สะเทือนความรู้สึกของพรรคคู่ต่อสู้” เหมือนที่เคยเป็นมาก่อนหน้า

เช่นเดียวกับบรรดาแกนนำรัฐบาลและพรรคพลังประชารัฐ ทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ที่ดาหน้าออกมาดับกระแสรอยร้าวกับพรรคประชาธิปัตย์ หลังศึกเลือกตั้งซ่อม ส.ส.นครศรีธรรมราช เขต 3 ที่ผู้สมัครจากพลังประชารัฐ เอาชนะไปแบบลอยลำ

ดูทุกอย่างจะเป็นไปตาม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ชี้ทางไว้ คือ “เป็นเรื่องประชาธิปไตย ไม่มีการโกรธกัน”          แต่ที่เสียหายต่อ “ประชาธิปัตย์” ไม่ใช่ความรู้สึกของ “คนที่เป็นรัฐมนตรี” ซึ่งต้องยึดเก้าอี้ไว้แน่นอยู่แล้ว แต่เป็น “สมาชิกระดับผู้สมัครของพรรค” สภาวะ “คะแนนนิยมถดถอย” แบบ “ผู้บริหารรับสภาพ” โดยไม่มีปฏิกิริยา ไม่ว่าใครคงอดหวั่นไหวไม่ได้ ด้วยเมื่อลงสมัครย่อมหวังในชัยชนะ เมื่อ “พื้นที่ชัวร์ๆ กลายเป็นไม่ใช่” การต่อสู้ย่อมเข้มข้นขึ้นแน่ เพราะพิสูจน์แล้วว่า “ทุกพรรค มีโอกาส ด้วยไม่ใช่พื้นที่ผูกขาดของพรรคไหนอีกแล้ว”

แต่ “การเมืองย่อมไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร” การแพ้ชนะเลือกตั้งซ่อม เขต 3 นครศรีธรรมราช ที่ขับเคี่ยวระหว่างผู้สมัครของพลังประชารัฐ และ ประชาธิปัตย์ ครั้งนี้มันเป็นการวัดบารมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กับบารมีของ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ รมว.กระทรวงพาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่พร้อมจะนำพรรคต่อไปบนหนทางที่เลือกไม่ได้ของ “ประชาธิปัตย์” ชนิดต้องหวานอมขมกลืน

นอกจากนี้ ชัยชนะในสนามเลือกตั้งซ่อมเมืองนครฯ กลายเป็นเปิดเผยให้เห็นถึง “รอยปริแยก” แตกเป็นเสี่ยง ในพลังประชารัฐ เมื่อมีข่าวกอสซิปหลุดผ่านสื่อออกมาแฉเรื่องร้อนๆ “เสนาบดีหนุ่มใหญ่” ฟิวส์ขาด กำหมัดฮึดฮัดใส่ “เสนาบดีหญิงคนดัง” ดีที่ว่ามี “ลุง” นั่งอยู่ตรงกลาง เบรกไว้ได้ทัน โดยเหตุมาจากการที่เสนาบดีหญิงคนดังไม่ใส่ชื่อ “เสนาบดีหนุ่มใหญ่” ในคิวปราศรัยบนเวทีนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่น่าผิดพลาดกับคนเป็นเลขาธิการพรรค

แถมแรงสั่นสะเทือนยังเขย่ารอยร้าวระหว่าง “ประชาธิปัตย์” กับ “พลังประชารัฐ” ถึงจุดเลิกสะกดคำว่า “มารยาท” ในอารมณ์แบบที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯและ รมว.กระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประกาศดังๆ ต่อไปนี้ไม่มีคำว่าเกรงใจ ในเมื่อพลังประชารัฐไม่คิดเรื่องมารยาท ประชาธิปัตย์ก็ไม่ต้องแคร์ พร้อมกดปุ่มสัญญาณเดินหน้า โหวตรื้อรัฐธรรมนูญ และโดยเงื่อนไขสถานการณ์จะไหลลามไปถึง “ยุทธการล้มธง” สกัดคิวรื้อรัฐธรรมนูญ ที่ “ทีมแห่ทหารเฒ่า 3 ป.” หวังลากยาวอำนาจ ท้ารบมวลชนรุ่นใหม่นอกสภา

ไหนจะ “คนกันเอง” อย่าง พิภพ ธงชัย” คนสำคัญของ “ผู้นำม็อบพิฆาตนักการเมืองจากการเลือกตั้ง” ออกมาตัดพ้อ “ถูกหักหลัง” ด้วยที่ได้ดิบได้ดีคือ “ผู้นำรัฐประหาร” ที่ “ม็อบทลายห้างเปิดทางให้เข้าสู่อำนาจ” เหมือนจะสายเกินไป เพราะ "กลไกสืบทอดอำนาจถูกจัดสร้างไว้แข็งแกร่งทุกด้าน" เมื่อวันนี้ “คุกตะราง” เปิดกว้างรอรับทุกกลุ่มที่ “ไม่ได้รับนิรโทษกรรม” ที่วันนี้ชัดแล้วว่า “ยืนบนเส้นด้าย”  

การเมืองวันนี้ “ประชาธิปัตย์–พลังประชารัฐ” แค่รอวันแตกหัก และโดยเงื่อนไขสถานการณ์จะไหลลามไปถึงกลุ่มทหารเฒ่าหวังลากยาวอำนาจ ท้ารบมวลชนรุ่นใหม่นอกสภา

น่าจะเป็น จังหวะ “เอาคืน”... นักเลือกตั้งอาชีพส่อแจมม็อบ สหบาทา “ท็อปบู๊ท”..!!

               




บริษัท สยามธุรกิจ แอดเวอร์ไทซิ่ง จำกัด เลขที่​ 423 ถนนบอนด์สตรีท​ ต.บางพูด​ อ.ปากเกร็ด​ จ. นนทบุรี​ 11120
โทรศัพท์ 02-0377423 , 02-0477243 ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ