เหนื่อย!คนรวยแหยงไม่กล้ามือเติบ ห้างหรูอัดโปรโมชั่น

วันอาทิตย์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

เหนื่อย!คนรวยแหยงไม่กล้ามือเติบ ห้างหรูอัดโปรโมชั่น


ค้าปลีกไฮเอนด์ยักษ์ จับกลุ่มลูกค้าพรีเมี่ยมระดับกลาง-บน แห่ปรับกลยุทธ์ วางแผนการตลาดเต็มสูบ พร้อมดึงพันธมิตรเข้าร่วม ฝ่าสารพัดปัจจัยลบ ทำให้กำลังซื้อหล่นวูบทั้งในกรุงและต่างจังหวัด เปิดเกมเดือดทั้งลด ทั้งแลก ทั้งแจก ทั้งแถม หวังกระตุ้นนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและต่างชาติให้ควักกระเป๋ามากขึ้น ชิงตลาดค้าปลีก 3.3 ล้านล้านบาท ที่คาดว่าจะโตแบบจิ๊บๆ 3%
รวิมน ฐานิตารมภ์ ผู้จัดการใหญ่บริหารสินค้า บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า จากสภาวะเศรษฐกิจปีนี้ที่มองว่ายังคงค่อนข้างนิ่งอยู่ ดังนั้น ทางศูนย์การดิเอ็มโพเรียมภายใต้บริษัทเดอะมอลล์ กรุ๊ป เราจึงได้มีการปรับแผนการตลาด ให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภคที่คาดว่ายังคงชะลอตัวอยู่ในปีนี้เพื่อให้เกิดการตัดสินใจซื้อสินค้าง่ายขึ้น ด้วยการเตรียมปรับนำสินค้าลักชูรี่แบรนด์จากต่างประเทศเหมือนเดิมแต่ระดับราคาจับต้องได้ประมาณราคาหมื่นถึง 3 หมื่นขึ้นไป เข้ามาเพิ่มขึ้น ทดแทนบางแบรนด์ที่ทางบริษัทบริหารเองที่ต้องถอดออกไปในพื้นที่ส่วนดีพาร์ตเมนต์สโตร์และการนำลักชูรี่แบรนด์ นำเข้าจากต่างประเทศที่ราคาสูงมากเกินไปออกประมาณ 10 แบรนด์
และในส่วนของบริษัทเดอะมอลล์ กรุ๊ป เราเองนั้นได้เล็งเห็นธุรกิจสินค้าแฟชั่นในเมืองไทย ถือเป็นธุรกิจที่มีการแข่งขันสูงจากปัจจัยหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะการขยายตัวของ ฟาสต์แฟชั่น รวมถึงอินเตอร์แบรนด์ต่างๆ ที่มีอัตราการขยายตัวสูงในช่วง 2–3 ปีที่ผ่านมา สินค้าแฟชั่นไทยดีไซเนอร์ถือเป็นแฟชั่นอีก Category ที่มีการเติบโตสูงอย่างต่อเนื่อง แม้ภาพรวมเศรษฐกิจในปัจจุบันจะค่อนข้างชะลอตัว แต่สินค้าแฟชั่นไทยดีไซเนอร์ยังสามารถเติบโตและสามารถสร้างยอดขายได้ ในกลุ่มลูกค้าระดับบนและขยายไปยังกลุ่มลูกค้านักท่องเที่ยวต่างชาติที่สนใจแบรนด์ไทยอีก ด้วยโดยเห็นได้จากโซน “คิวเรเตอร์ดิเอ็ม ควอเทียร์” ซึ่งเป็นพื้นที่ศูนย์รวมของสินค้าแฟชั่นดีไซเนอร์แบรนด์ไทยไว้กว่า 60 แบรนด์ หลังจากเปิดให้บริการมา 1 ปี พบว่าได้รับการตอบรับที่ดีมากทั้งจากคนไทย 80% และต่างชาติ 20% ในกลุ่มประเทศจีน ลาว และกัมพูชา โดยมีทราฟฟิกประมาณ 2,000 คน/วัน ยอดใช้จ่ายต่อบิลเฉลี่ยอยู่ที่ 5,000-20,000 บาท
ดังนั้น ในครึ่งปีหลังของปีนี้ทางบริษัทเตรียมงบประมาณไม่เกิน 10 ล้านบาทจะเพิ่มพื้นที่อีก 600 ตร.ม. รวมถึงปรับปรุงพื้นที่ที่มีอยู่ในการเพิ่มแบรนด์กลุ่มไลฟ์สไตล์และเสื้อผ้าสำหรับผู้ชายเข้ามาอีกรวม 5-6 แบรนด์ เช่น ร้านตัดผม ร้านทำเล็บ ร้านเครื่องดื่ม เพื่อต้องการให้ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการในพื้นที่ดังกล่าวใช้เวลาให้นานมากขึ้นกว่าเดิม จากปกติจะมาเพื่อช็อปปิ้งเพียงอย่างเดียว พร้อมกันนี้เพื่อต้องการขยายฐานไปสู่กลุ่มลูกค้าคนไทยได้มากขึ้น จากเดิมลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มเซเลบหรือดาราเป็นหลัก พร้อมกันนี้ทางเรายังมีความร่วมมือกับพันธมิตรธุรกิจในการมอบความพิเศษให้กับลูกค้าอีกมากมาย
บรม พิจารณ์จิตร กรรมการผู้จัดการ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเอ็มบาสซี กล่าวว่า จากสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวในปีที่ผ่านมา ซึ่งปีนี้มองว่าน่าจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้นกว่าปีที่แล้ว ทั้งนี้ ส่งผลให้ปีนี้บริษัทเตรียมวางแผนจะปลุกความคึกคักในตลาดรีเทลด้วยแฟชั่น ศิลปะ วัฒนธรรม และร้านอาหารที่ครบครันมากที่สุด เพื่อเสริมความแกร่งให้กับตลาดรีเทลในประ-เทศไทย โดยได้เตรียมงบประมาณรวมราว 540-600 ล้านบาท ดำเนินธุรกิจผ่านกลยุทธ์ 3 ด้านหลักด้วยกันคือ 1.นำเสนอแบรนด์แฟชั่น ร้านอาหาร และไลฟ์สไตล์ที่มีความหลากหลายและครบครัน 2.สร้างสรรค์งานอีเวนต์และโปรโมชันที่โดดเด่น ในการทำกิจกรรมอีเวนต์ต่างๆ ที่ยังไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประเทศไทยอย่างเช่น ในการจัดแคมเปญเฉลิมฉลองครบรอบ 1 ปี ของเซ็นทรัลเอ็มบาสซี เมื่อเดือนพฤษภาคมในปีที่ผ่านมา สามารถทำยอดขายได้มากกว่า 250 ล้านบาทในส่วนของการจัดโปรโมชั่น Let’s Celebrate ในช่วงปลายปีที่ผ่านมาสามารถทำยอดขายได้มากกว่า 80 ล้านบาทและ 3.สร้างประสบการณ์เป็นบ้านหลังที่สองสำหรับลูกค้าทุกท่านที่เข้ามาใช้บริการ ภายใต้งบการตลาด 200-300 ล้านบาทใกล้เคียงปีก่อน ด้วยงานอีเวนต์ราว 40 งาน
ซึ่งด้านงานอีเวนต์และโปรโมชั่นในปีนี้เซ็นทรัลเอ็มบาสซี ยังมุ่งตอกย้ำในการเป็น “ผู้ริเริ่ม” และผู้นำด้านศิลปะมากยิ่งขึ้น ด้วยการนำผลงานศิลปะจากศิลปินระดับโลกมาจัดแสดงมากขึ้น เริ่มต้นที่งาน 1,600 Pandas+ World Tour in Thailand ที่ได้เปิดโครงการที่ประเทศไทยครั้งแรกในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา และได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นหลามจนกลายเป็นกิจกรรมที่มีคนพูดถึงมากที่สุดในช่วงเดือนที่ผ่านมา ตามติดมาด้วยนิทรรศการ KAWS ผลงานศิลปะจากศิลปินและดีไซเนอร์ชาวนิวยอร์ก ซึ่งเตรียมมามอบความน่าตื่นตาตื่นใจให้กับลูกค้าเร็วๆ นี้
ในแง่ของการให้บริการและสิ่งอำนวยความสะดวก เซ็นทรัลเอ็มบาสซี ยังคงมุ่งมั่นในการรักษาระดับมาตรฐาน โดยปีนี้จะเพิ่มบริการต่างๆ ได้แก่ การเพิ่มเส้นทางให้บริการรถรับส่ง shuttle bus และรถตุ๊กตุ๊ก ในอาณาเขตเซ็นทรัล แบงค็อกเพื่อให้สามารถเข้าถึงเซ็นทรัลเอ็มบาสซี และเซ็นทรัล ชิดลม ได้สะดวกยิ่งขึ้น สำหรับลูกค้าที่ใส่ใจสิ่งแวด-ล้อม จะมีการเพิ่มโซนจอดจักรยาน รวมไปถึงสถานีชาร์จไฟสำหรับรถพลังงานไฟฟ้า ร่วมด้วยการพัฒนาในส่วนของการบริหารลูกค้าสัมพันธ์ (CRM) โดยจะมีบริการ Lounge services รวมไปถึงการเพิ่มโปรโมชั่นพิเศษ สิทธิพิเศษ และส่วนลดพิเศษต่างๆ ที่เซ็นทรัลเอ็มบาสซี และเซ็นทรัล ชิดลม สำหรับลูกค้า Central Embassy Club Card ในกลุ่มที่มียอดการใช้จ่ายที่สูงที่สุด (Top spenders)
“เราคาดว่าแผนดำเนินงานธุรกิจใน ปีนี้ของบริษัทจะมีสัดส่วนลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้นอีก 25% หรือราว 30,000-40,000 คน/วัน จากปัจจุบันอยู่ที่ 20,000 คน/วัน และมีสัดส่วนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเป็น 35% จากจำนวนยอดผู้เข้าใช้บริการทั้งหมด เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 24% คิดเป็น ชาวไทย 75% นักท่องเที่ยว 25% และ 5 อันดับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาใช้บริการมากสุด คือ จีน ตะวันออกกลาง อินเดีย ฮ่องกง และญี่ปุ่นตามลำดับ”
ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาดของซีพีเอ็น กล่าวว่า เราตั้งเป้าที่จะเป็นผู้นำในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้าปลีกระดับภูมิภาค ด้วยการสร้างศูนย์การค้าให้เป็นศูนย์รวมแห่ง ไลฟ์สไตล์ที่ทันสมัย ความครบครัน ความสะดวก เราจึงไม่หยุดที่จะมอบประสบการณ์แปลกใหม่ ในทุกทัชพอยต์และตอบสนอง ต่อความต้องการของผู้บริโภครุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มคนมิลเลนเนียลและเจน Z ศูนย์การค้า จึงต้องปรับตัวให้ทัน วางทิศทางการตลาดที่สดใหม่ มุ่งสร้างประสบการณ์ แบบครบถ้วนไร้รอยต่อ เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็น ช็อปปิ้ง เดสติเนชั่น ดึงเม็ดเงินจากนักท่องเที่ยวเข้ามาช่วยกระตุ้นเศรษฐ-กิจในประเทศ
โดยในไตรมาสที่ 2 นี้ ได้ทุ่มงบกว่า 100 ล้านบาท เปิดตัวแคมเปญซัมเมอร์ “แฟชั่น ฟรีซต้า...ร้อนนี้ ต้องฟรีซ” นำแนวคิดที่แตกต่างมาเป็นไอเดียเชิงรุกในการทำการตลาด สร้างสีสันใหม่ๆ ให้แคมเปญซัมเมอร์ ผ่านประสบการณ์แบบ 360 องศา เนื่องจากผู้บริโภคปัจจุบันใช้สื่อหลากหลายมากขึ้น ตั้งแต่ บิลบอร์ด โทรทัศน์ วิทยุ สิ่งพิมพ์ และโซเชียล มีเดีย เราจึงปรับกลยุทธ์การสื่อสารทางการตลาดให้ครอบคลุมมีเดียทุกแพลตฟอร์ม ทั้งในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์เพื่อสื่อสารกับผู้บริโภครุ่นใหม่ อีกทั้งเรายังเปิดตัว ‘ซีพีเอ็นไลฟ์ บูเลติน’ แหล่งรวมไลฟ์สไตล์ คอนเทนต์ แฟชั่นอัพเดตล่าสุด จากศูนย์กลางแฟชั่นของโลกลอนดอน-ปารีส-มิลาน-นิวยอร์ก ทิปส์และเทรนด์ซัมเมอร์ จากเหล่าเทสเมกเกอร์ กูรูแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ชื่อดังของไทยทั้งในรูปแบบฟรีก๊อบปี้และดิจิตอล “ด้วยความหลากหลายของสินค้าและบริการ โดยเฉพาะสินค้าแฟชั่น ร้านอาหาร โรงภาพยนตร์ สวนน้ำ ลานไอซ์สเก็ต รวมถึงเอ็นเตอร์เทนเมนต์ต่างๆ และบรรยากาศที่เย็นสบายในศูนย์การค้าจะช่วยดันยอดกราฟิกตลอดช่วงซัมเมอร์ให้สูงขึ้นกว่า 15% และ เพิ่มยอดขายให้กับแบรนด์แฟชั่นในศูนย์การ ค้าได้อีก 20%”


บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ